แท็กซี่ตีนผี ซิ่งชนพลเมืองดี ช่วยรถจอดเสียตกสะพานดับ

พลเมืองดีช่วยเหลือรถจอดเสีย ก่อนถูกแท๊กซี่พุ่งชนท้ายรถพลัดตกสะพานเสียชีวิต ขณะที่คนขับแท็กซี่เข้ามอบตัวแล้ว

เกิดเหตุรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เงิน หมายเลขทะเบียน วฬ – 2379 กทม. จอดเสียยางแตกอยู่ข้างทาง บริเวณถนนกรุงธนบุรี ขาออก กลางสะพานข้ามเเยกตากสิน ก่อนที่ชายคนขับรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า แจส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌบ – 2273 กทม. จะมาจอดเพื่อให้การช่วยเหลือ จากนั้นได้ถูกรถเเท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทส- 5689 กทม. พุ่งชนท้าย เป็นเหตุให้ชายคนดังกล่าวที่ลงมาช่วยเหลือพลัดตกจากสะพานลงมาบนถนนกรุงธนบุรี ฝั่งขาออก บาดเจ็บสาหัส เเละเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่หญิงคนขับรถโตโยต้า วีออส ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งได้ทำการช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

687859-01

โดย นายภูวดิษฐ์ กรกีรติ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถเก๋งยี่ห้องโตโยต้า วีออส ทะเบียน วฬ 2379 กรุงเทพมหานคร จอดเสียเนื่องจากยางแตกอยู่ที่เกิดเหตุ จากนั้นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียน ฌบ 2273 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายเกียรติศักดิ์ สุรินทร์ เป็นคนขับและลงมาให้การช่วยเหลือ อยู่ในเลนซ้ายติดกับขอบสะพาน หลังจากนั้นมีรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทส 5689 กรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนจนรถได้รับความเสียหายรวม 4 คัน และทำให้นายเกียรติศักดิ์ ได้รับแรงกระแทกจนตกลงมาที่ถนนกรุงธนบุรี ขณะเดียวกันคนขับรถที่จอดเสีย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมา นายสุชีพ พลพิทักษ์ คนขับรถแท็กซี่ ได้เข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ โดยอ้างว่ามองไม่เห็นรถจอดอยู่ เนื่องจากความมืดทำให้เบรกรถไม่ทัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ย้อนวันวาน ! น้ำพริกเงินล้านตรา ‘แม่ประนอม’ จากอดีตถึงปัจจุบัน

ย้อนวันวาน ! น้ำพริกเงินล้านตรา ‘แม่ประนอม’ จากอดีตถึงปัจจุบัน

กำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ในขณะนี้กับกรณีข่าวของ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาตรา ‘แม่ประนอม’ ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี หลังถูกลูกสาวแท้ ๆ ร่วมมือกับลูกเขย ปลอมแปลงเอกสารของสามีผู้ล่วงลับ เพื่อโอนทรัพย์สินทั้งหมด และกิจการน้ำพริกแม่ประนอมเป็นของตัวเอง ก่อนไล่ตนออกจากบ้าน

วันนี้ MThai News จึงจะพาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ น้ำพริกตรา ‘แม่ประนอม’ ที่เชื่อว่า คนไทยหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี จากรูปโลโก้ที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้ใบหน้าของ ‘แม่ประนอม’ ผู้คิดค้นสูตรน้ำพริกเงินล้านระดับตำนานมาเป็นตราสัญลักษณ์ของสินค้า เพื่อสร้างความโดดเด่นมายาวนานกว่า 57 ปี

10931124_10152694755337157_9064541345171496817_n

10154267_10152165118772157_7167807189337289931_n

สำหรับ น้ำพริกตรา ‘แม่ประนอม’ เกิดจากฝีมือการชอบทำอาหารของ แม่ประนอม บวกกับสามีคือ นายศิริชัย แดงสุภา ผู้มีความคิดกว้างไกล มองเห็นอนาคตว่า วันข้างหน้าคนเราจะมีเวลาในการทำอาหารน้อยลง เพราะมั่วแต่ยุ่งกับงานนอกบ้าน จึงคิดทำอาหารบรรจุถุงหรือขวด ที่สามารถเก็บไว้ได้นานและสะดวกเวลารับประทาน เลยเกิดเป็นน้ำพริกตรา ‘แม่ประนอม’ ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ภายใต้ชื่อ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2502

หากย้อนกลับไปเมื่อ 40-50 ปี จะเห็นได้ว่า สมัยนั้นผู้ประกอบการต่าง ๆ มักนิยมใช้ใบหน้าของบุคคลมาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อสร้างการจดจำ เนื่องจากความนิยมของผู้บริโภคจะเน้นการจดจำที่ตัวบุคคลหรือเจ้าของสินค้า ซึ่งแตกต่างจากยุคปัจจุบัน

10592927_10152364172967157_2581549851037784389_n

10390115_10152178865447157_1844880216777855043_n

ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่ผ่านมา น้ำพริกตรา ‘แม่ประนอม’ ยังคงพัฒนาคุณภาพทั้งรสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมเดินหน้าขยายกิจการ เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก

แต่แล้วก็เกิดเรื่องอันน่าตกใจ ที่จู่ ๆ มีข่าวดังกล่าวออกมา โดย ‘แม่ประนอม’ เล่าว่า เมื่อปี 2558 นางศิริพร แดงสุภา ลูกสาวคนโต ได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจจากตน ไปโอนที่ดินกองมรดกเป็นของตัวเอง ตนจึงขอให้ลูกสาวโอนที่ดินคืน แต่ลูกสาวเพิกเฉย ต่อมา ลูกสาวและลูกเขย นายสุชาติ ภาษาประเทศ ได้ฮุบกิจการ “น้ำพริกเผาแม่ประนอม” ไปเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ นางศิริพร ลูกสาวคนโต ในฐานะกรรมการ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ทั้งหมด โดยตัดชื่อตนและสามีตน รวมถึงบุตรคนอื่น ๆ ของตน ออกจากรายชื่อผู้ถือหุ้น แล้วใส่ชื่อของ นางศิริพร และนายสุชาติ และบุตรสาว ของบุคคลทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นแทน

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการฟังความจาก ‘แม่ประนอม’ ฝ่ายเดียว อาจจะยังตัดสินอะไรไม่ได้ ดังนั้นคงต้องรอทางฝ่ายลูกสาวและลูกเขย ออกมาชี้แจงแถลงไข้ต่อไป

11221296_10152980472887157_3440836972661324682_n

1907536_10152958438352157_4316774107671078133_n

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Maepranom

MThai News

บิ๊กต๊อกเมินพระสงฆ์กดดันจี้ลาออก!

“ไพบูลย์”เมิน กระแสพระสงฆ์กดดัน จี้ลาออก ย้ำ ไม่ท้อ-มั่นใจทำสิ่งที่ถูกต้อง 

วันที่ 25 มี.ค.59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึง สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ในขณะนี้่ว่า

43-5
เรื่องการเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชว่าไม่ใช่หน้าที่ตน เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง พร้อมไม่ขอตอบในเรื่องคดีรถเบนซ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วงแล้ว เพราะมอบเรื่องให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว พร้อมยืนยันในการทำหน้าที่ที่ผ่านมาว่า ได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่สนการเรียกร้องกดดันให้ตนลาออกจากตำแหน่ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์หากนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เพราะตำแหน่งนี้ นายกฯแต่งตั้งให้ ทั้งที่ตนเองเคยระบุไม่ต้องการรับตำแหน่งใด

แต่นายกฯย้ำเพื่อให้มาช่วยกันทำงานเพื่อประเทศ ดังนั้นทุกอย่างที่ทำผมทำประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน  เพราะการที่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ต้องมีความมุ่งมั่นทำงาน และยืนหยัดกล้าทำเรื่องต่างๆบนความถูกต้อง ไม่เช่นนั้นก็ไม่กล้าที่จะรับตำแหน่งนี้ ดังนั้น ส่วนตัวจึงไม่ท้อต่อกระแสกดดันขณะนี้

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News