หนุ่มโสดทราบแล้วเปลี่ยน ครูสาวชาวจีน ประกาศหาชายไทยเป็นคู่ใจ

ครูสาวชาวจีน ประกาศหาหนุ่มไทยไว้เป็นคู่ใจ หวังใช้ชีวิตที่ไทย หลังหลงใหลในวัฒนธรรม ไม่อยากกลับประเทศหลังหมดสัญญาจ้าง  

วันนี้ (24 มี.ค. 59) เฟซบุ๊ก @Sappasiri Songsukrujiroad ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สรรพสิริ ส่งสุขรุจิโรจน์ ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรภาษาจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้มีการโพสต์ข้อความอ้างว่า ครูสาวชาวจีนคนหนึ่งที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดอุบลราชธานี ต้องการหาคู่ชีวิตเป็นชายไทย จึงได้ออกประกาศผ่านสื่อสาธารณะอย่าง Facebook เพื่อประกาศหาคู่ดังกล่าว โดยมีข้อความระบุว่า

ครู, สาวจีน, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี,

“ประกาศจากสาขาวิชาภาษาจีน ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ครั้งที่ 1 (และจะประกาศครั้งเดียวนี่ล่ะ) เนื่องด้วย บุคคลในภาพนี้ ซึ่งเป็นเหล่าซือจีน ภายใต้การกำกับดูแลของข้าพเจ้า นางสาวคนนี้ชื่อว่า หลี่ หยวนหยวน และชื่อภาษาไทยว่า น้ำหวาน

มีความประสงค์ที่อยากมีแฟนเป็นหนุ่มไทย นิสัยดี ไม่ขี้เกียจ มีฐานะในระดับที่ไม่พานางกัดก้อนเกลือกิน ไม่เจ้าชู้โอเวอร์ และที่สำคัญ คือยังโสด ชายแท้ สุภาพ ไม่หื่นกาม และอยากแต่งงานมีชีวิตคู่ บัดนี้ เหล่าซือน้ำหวานได้ฝากข้าพเจ้าให้ช่วยหาหนุ่ม ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาเติมเต็มชีวิตและหัวใจของนาง และคาดหวังที่จะแต่งงานเป็นจริงเป็นจัง ลงหลักปักฐานที่อุบลฯ ให้มันรู้แล้วรู้รอด

เฮ้อออ!!! ข้าพเจ้าเองก็ยอมรับว่า ได้พยายามเฟ้นหาให้แล้วร่วม 2 ปี แต่ไม่ยักเจอ จึงจำเป็นต้องประกาศเป็นสาธารณะกันไปเลย ท่านใดที่มีลูกชาย หลานชาย พี่ชาย น้องชาย อาชาย น้าชาย ลุงชาย ฯลฯ ที่เป็นชายแท้ๆ ตามคุณสมบัติที่แจ้งไว้ อายุไม่เกิน 40 ปี สามารถติดต่อข้าพเจ้ามาได้เป็นการภายใน เพื่อคัดกรองสเปคให้นางก่อน..555+ (ถ้ามาไม่จริง..อย่าได้มา..เพราะรอบนี้..พูดจริงและทำจริงครัชชชช..)

ด้านครูสาวชาวจีนคนดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ออกประกาศหาชายไทยมาเป็นคู่ชีวิตในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะอยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยต่อไป หลังจะหมดสัญญาเป็นครูสอนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยฯ ปลายปีนี้ และหากกลับไปดูตัวและแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อแม่เลือกไว้ให้ที่ประเทศจีน ก็คงไม่ได้กลับมาอีก

จึงได้ไปปรึกษากับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สรรพสิริ ซึ่งนับถือเหมือนพี่ชายว่า หากได้แต่งงานกับหนุ่มอุบลฯ คงไม่ต้องไปไหน เพราะตนมีความชื่นชอบในประเทศไทย อยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ และตลอด 3 ปีที่สอนอยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยมีแฟนหรือมีผู้ชายมาจีบเลย ดร.สรรพสิริจึงได้ช่วยประกาศหาดังกล่าวขึ้น

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เผยเรตติ้ง! ทีวีดิจิทัล มี.ค.59 ช่อง7ครองแชมป์ โมโนขึ้นที่ 4

เผยเรตติ้ง! ทีวีดิจิทัล มี.ค.59 ช่อง 7 HD ยังครองแชมป์อันดับ 1 ขณะ “โมโน 29” ขึ้นอันดับที่ 4

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการ กิจการกระจายเสียง. กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์. (กสท.). กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มดีขึ้น โดยในการประชุมหารือกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนนั้น ผู้ประกอบการหลายรายระบุว่าปีนี้ เริ่มเห็นทิศทางผลการดำเนินงานไปได้ด้วยดี

133-3

ทั้งนี้ เนื่องจากสื่อโฆษณาเข้ามาทีวีดิจิทัลแต่ละช่องดีขึ้น อัตราค่าโฆษณามาจากการเก็บยอดผู้ชมในปี 58 ที่มีสัดส่วนถึง 40% สูงขึ้นจากปี 57 ที่มีสัดส่วนเพียง 27% ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่สามารถแข่งขันแย่งผู้ชมระดับ mass ก็พยายามหันมาจับผู้ชมกลุ่มเฉพาะ เช่น กีฬาฟุตบอล มวยไทย เป็นต้น

ขณะที่ ในเดือน มี.ค.59 สัดส่วนผู้ชมช่องรายการเดิมต่อช่องรายการใหม่ทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 58.7% ต่อ 41.3% จากสิ้นปี 58 อยู่ที่ 62% ต่อ 38% สะท้อนว่าผู้ชมหันมารับชมดิจิทัลทีวีมากขึ้น และเชื่อว่าหลังจากนี้ จำนวนผู้ชมดิจิทัลทีวีจะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ให้บริการดิจิตอลทีวีหันมาให้ความสำคัญเนื้อหาของรายการ ซึ่งมีความหลากหลายและมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้ชม

จากการเก็บข้อมูลของ Nielsen ในช่วง 1-21 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า 10 อันดับแรกมีข่องทีวีดิจิทัลเข้ามา 7 ช่อง โดย ช่อง 7 ยังครองอันดับ 1 ตามมาด้วยช่อง 3 HD เป็นอันดับที่ 2 อันดับ 3 คือ ช่องเวิร์คพ้อยท์ อันดับ 4 ช่องโมโน 29 อันดับ 5 ช่อง 8 อันดับ 6 เป็นช่องone อันดับ 7 เป็นช่อง 3SD อันดับ 8 เป็นช่อง 9 HD อันดับ 9 เป็นช่อง Treu4U และอันดับ 10 เป็นช่องไทยรัฐทีวี

ติดตามข่าวสารทั้งหมดได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ตายายเก็บเห็ด ร้องกองปราบฯ ถูก จนท.ยัดข้อหาตัดไม้

ตายายเก็บเห็ด ร้องกองปราบฯ หลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐตั้งข้อหาเท็จ กรณีถูกกล่าวหาตัดไม้ 700 ไร่ ในเขตป่าสงวน

วันนี้ 24 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยนายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา ชาว จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เห็ด2-1

ภายหลังทั้งสองได้เข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก เมื่อวันที่ 12 ก.ค.53 แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าและข้อหาอื่นๆ ดังกล่าว เข้าพบ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผกก.(สอบสวน) บก.ป. เพื่อนำพยานเอกสารรายชื่อบุคคลรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มามอบให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.เพิ่มเติม

ทางด้านนายสงกรานต์ เปิดเผยว่า ภายหลังได้พาจำเลยทั้งสองเข้าฟังรายงานการสืบเสาะและพินิจคดี ที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ แล้วนั้น สำนักงานคุมประพฤติได้นำรายงานนี้ส่งไปยังศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ขอคัดสำเนารายงานดังกล่าว รวม 2 ชุด นำมามอบให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.เพิ่มเติมในวันเดียวกันนี้ โดยเนื้อหาก็มีการระบุผลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ 700 ต้น ในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านหนองกุงไทย รวม 72 ไร่ แต่อย่างใด

นอกจากนี้ได้พิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการตั้งข้อกล่าวหาจำเลยทั้งสอง ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา รวมทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็มีตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับสูง 5-6 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ในส่วนนี้ได้ และคงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.ที่จะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีต่อไป

ที่มา… มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News