รวบแล้ว! นักเพาะกายทีมชาติซ้อมแฟนสาวปางตาย

รวบแล้ว! ‘นักเพาะกายอดีตทีมชาติ’ ทำร้ายนักศึกษาสาวปี 4 มหาวิทยาลัยชื่อดัง หลังพลเมืองดีแจ้งเบาะแสมูลนิธิปวีณาฯ 

จากกรณีมารดาของนักศึกษาสาวปี 4 นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณีถูกแฟนหนุ่มนักกีฬาเพาะกายอดีตทีมชาติซ้อมจนปอดฉีก ซี่โครงหัก บุหรี่จี่หน้า อาการสาหัส และกักขังตัวไว้ภายในห้องถึง 2 วัน

ภายหลังจากที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวออกไป ได้มีน.ส.บูม (นามสมมติ) ชาว จ.เชียงราย พลเมืองดีได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามายังมูลนิธิปวีณาฯ ว่าได้แชทติดต่อกับหนุ่มนักเพาะกายรายหนึ่งทางเฟซบุ๊กมาประมาณ 1 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ชายคนดังกล่าวแชทมาบอกว่าจะมาเที่ยวพักผ่อนที่เชียงรายให้ช่วยหาที่พักให้ด้วยจึงได้ตอบตกลง

32
ต่อมาเห็นข่าวในทีวีปรากฏภาพคนร้ายที่ทำร้ายนักศึกษาสาวเหมือนกับนักเพาะกายที่ตนแชทคุยด้วย จึงคิดว่าต้องเป็นคนเดียวกันเพราะมีพฤติการณ์เหมือนกับในข่าวและคงคิดจะหลบหนีการจับกุมมาซ่อนตัวจึงรีบแจ้งเบาะแสมายังมูลนิธิปวีณาฯ

หลังทราบเรื่องนางปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก ซึ่งแจ้งว่าได้ออกหมายจับนายธนะเมศฐ์ โคจรณา อายุ 36 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้บาดเจ็บสาหัส และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว หมายจับศาลอาญารัชดา 656/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 แล้ว จึงรีบประสานไปยัง พ.ต.อ.ภูมิปัญญา นาตระกูลพิสุทธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย วางแผนจับกุมตัวได้ที่สนามบินเชียงราย

ขณะเดียวกันพ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้ส่งกำลังตำรวจเดินทางไปสภ.เมืองเชียงรายเพื่อรับตัวนายธนะเมศฐ์ ผู้ต้องหา กลับมาดำเนินคดีทันที สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมคัวไปตรวจค้นที่ห้องพักพบของกลางอาวุธมีดสปาร์ต้าที่ใช้ก่อเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เตรียมสอบขยายผล คาดว่าผู้ต้องหาอาจเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วแต่ผู้เสียหายอาจไม่กล้าเข้าแจ้งความ

420821

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล มูลนิธิปวีณา

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เพจดังขอโทษแล้ว หลังโพสต์เหน็บคนเป็นโรคซึมเศร้า

เพจดังขอโทษแล้ว หลังโพสต์เหน็บคนเป็นโรคซึมเศร้า จนกลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์

จากกรณีกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ เพจดัง “หนังฝังมุก” เเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในเชิงตำหนิ และประชดประชัน ทำให้ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ล่าสุด เพจหนังฝังมุก ได้โพสต์เเถลงขอโทษกรณีดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า “ผมแอดมินเพจหนังฝังมุก ต้องกราบขอโทษทางผู้ป่วย และผู้ใกล้ชิดกับโรคซึมเศร้าที่ผมได้เขียนข้อความต่อว่าประชดประชันกับโรคนี้ ซึ่งตอนที่เขียนไปนั้นผมยังมีความเข้าใจในโรคนี้น้อยมาก แต่ใช้อารมณ์และสมองอันน้อยนิดของผมเองเป็นที่ตั้งในการตัดสินคนอื่น จนเป็นเหตุให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้เข้ามาต่อว่า

ซึ่งทางผมเองก็สมควรที่จะได้รับคำต่อว่าเหล่านี้จริงๆ ไม่มีคำด่าใดที่จะสมกับการกระทำผิดของผมที่ได้ทำลงไป ผมจึงขอน้อมรับทุกคำต่อว่าซึ่งเป็นคำสอนที่ทำให้ผมได้รู้และตระหนักถึงโรคนี้อย่างแท้จริง ว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากสารเคมีในสมอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ซึ่งเป็นโรคที่น่าเห็นใจมาก

ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับความก้าวร้าวของผมในครั้งนี้ ผมจึงขอสำนึกในความผิดพลาดในความโง่เขลาของตัวเอง โดยไม่หวังจะได้รับความให้อภัยจากการกระทำผิดในครั้งนี้ แต่จะขอปรับปรุงตัวเอง และจำเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ผมหวังว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนศึกษาและทำความเข้าใจ ตระหนักถึงอาการและความรู้สึกของผู้ป่วยโรคนี้กันมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีคนโง่แบบผมเกิดขึ้นมาอีก ผมขอยอมรับความผิดโดยไม่มีคำแก้ตัวแต่เพียงผู้เดียว หนังฝังมุก 31/3/2559”


ดราม่า! ชาวเน็ต เพจอื่นๆ รุมจวกเพจดัง หลังด่าคนเป็นโรคซึมเศร้า 

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับโพสต์ของเพจดังที่มีข้อความต่อว่าผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้เกิดกระเเสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากเพจอื่นๆ และชาวเน็ตจำนวนมาก

โดยเพจต้นตอดราม่านี้ คือเพจหนังฝังมุก ซึ่งเคยได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ระบุว่า

ต้องด่าให้คิด ไอ้พวกโรคซึมเศร้านี่ยิ่งโอ๋ยิ่งได้ใจ แม่งคิดว่าฆ่าตัวตายแล้วแก้ปัญหาชีวิตได้ แถมได้ประชดรักอีก _เหอะ ต่อมผสมพันธุ์พวกมันนี่ใหญ่กว่าสมองอีกเหรอ พ่อแม่เลี้ยงมากว่าจะโตได้ขนาดนี้ต้องเสียสละอะไรไปบ้าง คิดสิคิด ไอ้พวกซึมเศร้าทั้งหลาย_อ่านด้วย

ทั้งนี้ ข้อความข้างต้น จึงกลายเป็นประเด็นดราม่าที่เพจอื่นๆ และชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นดังกล่าวอย่างหนัก เนื่องจากหลายคนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเป็นโรคซึมเศร้า คืออาการป่วย

ซึ่งเพจสโลว์ไลฟ์ ก็ได้แชร์ประเด็นดังกล่าว พร้อมข้อความจวกเพจดังกล่าว ระบุว่า “พออ่านแล้วรู้สึกผิดหวัง ไม่มีใครอยากเป็นโรคซึมเศร้าหรอก ลองมีคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้สิแล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ‪#‎เป็นเพจใหญ่ไม่ควรออกความเห็นแบบนี้เลย‬ ‪#‎น่าจะมีดราม่าตามาแหงๆ”

เพจดังอย่าง Drama-addict ได้แชร์ประเด็นนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “สงสัยนิทานอีสัสเล่มหน้ากูต้องใส่เรื่องโรคซึมเศร้าลงไปด้วยละ นี่ขนาดแอดมินเพจดังนะ ยังไม่เข้าใจเลยว่าโรคนี้มันเป็นเพราะสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปรกติ ไอ้การสั่งสอนเขาแบบดูเท่ๆ แบบนี้มันไม่ช่วยอะไรเขาเลย เผลอๆ มีแต่จะทำให้อะไรๆ มันแย่ลง คนที่ซึมเศร้าแล้วฆ่าตัวตาย เขาไม่ได้คิดว่าทำแล้วแก้ปัญหาได้ แต่สมอง ณ เวลานั้น การคิดการตัดสินใจทุกอย่างของเขามันแปรปรวนเพราะความเจ็บป่วยไปหมดทำให้ตัดสินใจแบบนั้นออกมาต่างหาก ปล.เพจโปรดกูเลยนะนั่น ซูดเพลงมา”

นอกจากนี้ ยังได้แชร์เรื่องราว เมื่อรูมเมตฉันฆ่าตัวตาย ไว้ให้ลูกเพจอ่าน พร้อมข้อความฝากถึงเพจหนังฝังมุกด้วยว่า ผมว่าลองอ่านบทความนี้ดู เขาเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้รู้จักคนเป็นโรคซึมเศร้า และคนๆนั้นฆ่าตัวตายออกมาได้ดีมาก เผื่อจะเข้าใจโรคนี้มากขึ้น โรคนี้ที่สำคัญคือ ความเข้าใจ ไม่ใช่การบีบให้เขาเป็นอย่างที่เราหวัง ก่นด่าเขาว่าทำไมไม่เข้มแข็ง หรือไล่ให้เขาไปเข้าวัด

ที่มา สโลว์ไลฟ์Drama-addict

MThai News

3 อดีตตำรวจแถลงปมทำร้าย น.ศ. ชี้มีหลักฐานชัดเจน

3 อดีตตำรวจ แถลงชี้แจงพร้อมกราบขอโทษนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ยืนยันมีหลักฐานชัดเจน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมพิษณุโลกออคิด ถนนธรรมบูชา ต.หัวรอ อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ อดีตผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ อดีตสังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก และ ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร อดีตสังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยนายชาญชัย ฉิมพานัง ทนายความ เปิดโต๊ะชี้แจง เกี่ยวกับกรณี ทำร้ายนักศึกษาตามคลิปที่ปรากฏในข่าวที่ผ่านมา

โดยก่อนแถลงชี้แจง 3 ตำรวจได้กราบขอโทษผู้เสียหายและพ่อแม่ผู้ปกครอง ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามทุกคน รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำเสียชื่อเสียง

ซึ่ง ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ อดีตผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก กล่าวว่า โดยทุกคนต่างรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในรุ่งเช้าวันเดียวกันทุกคนได้เข้าไปกราบขอขมาต่อผู้เสียหายและพ่อแม่ผู้ปกครองเพราะสำนึกผิดที่ทำร้ายร่างกายนักศึกษาแล้ว แต่ก็มาถูกร้องเรียนในที่สุด
จากนั้น ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ อดีตผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก ได้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะมาถึงเหตุการณ์ในคลิปที่เป็นข่าว

โดยได้ฉายภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดและทำภาพกราฟฟิคอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏให้เห็นว่า รถของนักศึกษาได้เบียดรถของตำรวจก่อนบริเวณเชิงสะพานสูง และได้ขับหลบหนีไปรอบตัวเมืองอย่างรวดเร็ว ตนเองและตำรวจจึงตัดสินใจขับรถติดตามไปแต่ก็ไม่สามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้

31

ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของนักศึกษาที่บอกว่าเกรงกลัว แต่เมื่อขับรถผ่านสถานีตำรวจก็ไม่เลี้ยวเข้าไปขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด และก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในคลิป ได้เรียกให้จอดแล้วและเมื่อ ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ อดีตสังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก และ ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร อดีตสังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก ลงไปเรียกข้างรถ รถของนักศึกษาได้เฉี่ยวและขับรถหนีไป ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ จึงต้องขับติดตามไปคนเดียว ส่วนที่เเหลือได้โทรแจ้งไปยังศุนย์วิทยุ 191 เพื่อให้ตำรวจสายตรวจเข้ามาช่วยเหลือติดตามจนมาถึงที่เกิดเหตุ ตามคลิป

เช่นเดียวกับรถยนต์เล็กซัสสีดำ ของบุคคลที่อ้างว่าพยาน ที่จู่ๆขับเข้ามาติดตามและบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่า พลเมืองดีดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับคนขับรถคันที่เป็นนักศึกษา ซึ่งระหว่างขับติดตาม รถยนต์เล็กซัสสีดำได้เกิดการเฉี่ยวชนเล็กน้อย

ทั้งนี้ 3 อดีตตำรวจได้นำเอาพยานหลักฐานบางส่วนมานำเสนอให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ โดยมีญาติๆและเพื่อนร่วมงานของอดีตตำรวจจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ และได้บอกว่ากับสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ที่ไม่สามารถออกมาชี้แจงได้ก็เนื่องมาจากยังอยู่ในสายบังคับบัญชา แต่เมื่อออกมาจากราชการแล้ว ก็อยากจะเรียกร้องขอความเป้นธรรมจากสังคม

โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนเหตุการณ์ในคลิปทั้งหมด เนื่องจากตำรวจมีความจำเป็นต้องหยุดรถยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเป็นต้องสงสัยคันดังกล่าว เนื่องจากเฉี่ยวชนแล้วไม่หยุด ซึ่งหลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมซึ่งยังคงมีหลักฐานอีกมากเตรียมเอาไว้และไม่หนักใจกับคดี และพร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News