รักของแม่ยิ่งใหญ่ แม้บาดเจ็บสาหัส แต่ยังให้ลูกน้อยดูดนม

เรื่องราวสุดประทับใจ ของคุณแม่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส  แต่ยังให้ลูกน้อยดูดนมบนเตียงคนไข้

ให้นมลูก,บาดเจ็บ,แม่

วันนี้ (23 มี.ค.) เพจกลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand เผยแพร่ภาพหญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งแขนขาหัก หัวแตก และมีเลือดไหลเต็มใบหน้า แต่เธอก็ยังคงให้นมลูกน้อยบนเตียงคนไข้ ในระหว่างรอเข้าผ่าตัด ที่โรงพยาบาลร้องกวาง จ.แพร่  จนเกิดเป็นเรื่องประทับใจไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์

ภาพดังกล่าวระบุคำอธิบายว่า ” พลังแห่งรัก “เหตุการณ์อุบัติเหตุหมู่ รพ.ร้องกวาง จ.แพร่ แม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้โอบกอดลูกวัย7เดือนไว้ให้ลูกดูดนมในอ้อมกอดแม่ ถึงแม่จะ แขน ขาหัก หัวแตก รอผ่าตัด ก็ต้องให้ลูกกิน เพราะรัก และคำว่าแม่ ที่มีอยู่ในจิตสำนึกของคำว่าแม่ พยาบาลบอกว่าแม่และเด็กปลอดภัยแต่ต้องอยู่ในการดูของแพทย์อย่างใกล้ชิด 1 ไลค์!!! ขออวยพรให้คุณแม่ท่านนี้ปลอดภัยด้วยเถอะ ..

อย่างไรก็ตาม มีผู้คนบนโลกออนไลน์ แชร์รูปภาพดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องราวระหว่างแม่และลูกซึ่งเป็นความรักที่แสนบริสุทธิ์ ทั้งยังไม่ความเห็นให้กำลัง ขอให้คุณแม่รายนี้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว

ที่มา  กู้ชีพ กู้ภัย Thailand

มติเอกฉันท์! กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี

กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เหตุเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น

วันที่ 23 มี.ค. 2559 นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ประชุม กนง.มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทย ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งยังมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนไหว

4ffafd

รวมทั้งทิศทางนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่อาจแตกต่างกันมากขึ้น ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ และอัตราแลกเปลี่ยน และช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในบางช่วง อาจไม่เอื้ออำนายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเท่าที่ควร

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม แต่เห็นว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับผ่อนปรน และควรรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะติดตามพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

แฉยับ! กองสลากฯ ใช้งบ 1.5 ล้าน จัดทริปตะลุยเที่ยวยุโรป

แฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านแฉ กองสลากฯจัดโครงการทัศนศึกษาดูงาน ใช้งบ 1.5 ล้าน ให้กับพนักงานเกษียณ 

วันนี้ (23 มี.ค.) เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจชื่อดังอย่าง ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้มีการโพสต์ข้อความระบุถึง การใช้งบประมาณของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เกี่ยวกับการจัดโครงการทัศนศึกษาดูงานและดูงานการอาชีพในประเทศโซนยุโรป ให้กับพนักงานเกษียณ

10366195_1120148648017203_1494910485797929219_n

ซึ่งทางแฟนเพจระบุว่า

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยกองสวัสดิการ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ได้จัดโครงการทัศนศึกษาดูงานและดูงานการอาชีพในประเทศโซนยุโรป ให้กับพนักงานเกษียณ จำนวน 16 คน ระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2559 ใช้งบประมาณดำเนินการ 1,510,000 บาท เป็นกิจกรรมเพื่อศึกษาดูงานการอาชีพสำหรับพนักงานที่กำลังเกษียณ แต่ข้อเท็จจริงพบ เป็นการจัดทัวร์เพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในประเทศประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และเยอรมนี

พบว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เมื่อคณะเดินทางถึงสนามบินซูริค คณะเดินทางไปยังเมืองลูเซิร์นเพื่อชมรูปแกะสลักสิงโต ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาใจกลางเมือง ชมสะพานไม้คาเปลเป็นสะพานไม้เก่าแก่ข้ามแม่น้ำรอยส์ หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองมองเทรอ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ชมเมืองมองเทรอริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จากนั้นไปชมปราสาทซีลยอนและเดินทางเข้าสู่เมืองแทซ (Taseh) โดยนั่งรถไฟที่สถานี METTERHORH BAHN เพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองเซอร์แมท

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ นั่งรถรางไปยังจุดชมวิวกรอนเนอร์แกต ชมความงานของหมู่บ้านบนยอดเขาที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ ต่อด้วยชมพิพิธภัณฑ์แมทเธอร์ฮอร์น และปิดท้ายวันด้วยการเที่ยวชมบ้านเรือนสไตล์ชาเล่

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ เดินทางไปเมืองคันเตอร์แมทโดยขบวนรถไฟกลาเชียร์ เอ็กเพลส สู่ราชรัฐลิกเตนสไตน์เพื่อเที่ยวชมชมปราสาทวาดุซ โดยระหว่างทางชมความงามเทือกเขาแอลป์

วันที่ 8กุมภาพันธ์ 2559 เดินทางมุ่งหน้าสู่อินส์บรูค ชมตัวเมืองเก่า ถนนมาเรียเทเรซ่า หลังคาทองคำ บ้านขนมเค้ก หลังจากนั้นเดินทางสู่เมืองฮัลส์ทัทท์ (Hallstatt) เป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดของประเทศออสเตรีย

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ไปชมเหมืองเกลือ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเซนต์วูลฟกัง (ST’WOLFGANG) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม จากนั้นเดินทางกลับเมืองฮัลส์ทัทท์ เพื่อชมไบน์เฮาส์ (Bein Haus)

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ไปยังเมืองมิวนิค ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านยนตรกรรมและเบียร์ ต่อด้วยจตุรัสมาเรียพลัส (จตุรัสศาลาว่าการเมือง) ซื้อสินค้าและชมนาฬิกาชีวิต

ส่วนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เดินทางไปยังสนามบินมิวนิคเพื่อเดินทางกลับ

จากการตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าร่วมพบว่าพนักงานเกษียณอายุบางรายไม่ได้เดินทางไปด้วย แต่กลับมีการเบิกจ่ายเงินเต็มจำนวน แลพบด้วยว่ามีการพาบุคคลภายนอกซึ่งเป็นคนในครอบครัวของผู้บริหารบางรายไปด้วย โดยการจัดทัวร์ครั้งนี้ เอกชนรายหนึ่งซึ่งมักคว้างานจัดทัวร์ต่างประเทศของกองสลากฯ เป็นผู้ได้งาน ทั้งที่เสนอราคาสูงกว่าอีกราย โดยรายที่เสนอต่ำกว่าถูกตัดไม่ผ่านคุณสมบัติและเทคนิค

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก แฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน