วุ่นวาย ! หนุ่มทำเงินร่วงกลางถนนกว่า 5 หมื่น ชาวบ้านแห่เก็บเป็นของตัวเอง

หนุ่มโชคร้าย หอบเงินสดกว่า 5 หมื่นบาท ไปวางมัดจำซื้อรถจักรยานยนต์ แต่ทำเงินร่วงกลางถนน ชาวบ้านขับบรถผ่านแห่เก็บ  
วันนี้ (22 มี.ค. 59) นายวุฒิพงษ์ บุญตา อายุ 25 ปี อยู่เลขที่  31/6 หมู่ 9 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่  พร้อมเพื่อนเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์  หลังทำเงินสดกว่า  53,900 บาท หล่นหายกลางทาง ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์
1458655883955
นายวุฒิพงษ์ เล่าว่า ตนเองและเพื่อนเตรียมร่วมหุ้นกันนำเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น เคเอสอาร์ ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับเงินจากเพื่อนมา 40,000 บาท และแวะกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม นำเงินทั้งหมดรวมกันกว่า 53,900 บาท  เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 53 ใบ ส่วนที่เหลือเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาทใส่ในกระเป๋าเงินแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาล โดยไม่ได้รูดซิปปิด จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน แต่เมื่อถึงร้านและล้วงเงินเพื่อจะวางมัดจำ ปรากฏว่า กระเป๋าเงินหายไปจากกระเป๋าคาดเอว ตนเองตกใจมากทำอะไรไม่ถูกก่อนจะโทรบอกเพื่อนแล้วรีบขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาดูตามเส้นทางที่ขี่มา
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุปรากฏว่า มีประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ถ่ายภาพผู้ขับขี่รถบริเวณถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ก่อนถึงโรงพยาบาลลานนาพากันจอดรถ เพื่อเก็บเงินที่ร่วงหล่นอยู่กลางถนนจนทำให้การจราจรติดขัด จากนั้นก็มีการนำภาพถ่ายมาโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์  และมีการแชร์กันไปอย่างแพร่หลาย กระทั่งแฟนสาวของ นายวุฒิพงษ์ เห็น
1458656554015
จากนั้นจึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเงินคืนจากประชาชนที่จอดรถเก็บเงินของตนเองไป โดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด และภาพถ่ายที่มีผู้บันทึกไว้ได้ ซึ่งปรากฏภาพชัดเจนว่ามีรถยนต์ประมาณ 2 – 3 คัน จอดเก็บเงินที่ตนเองทำหล่นไว้กลางถนน
ขณะที่ ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์  เขื่อนแก้ว รองสารวัตรสอบสวน  สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก บอกว่า กรณีที่ผู้เสียหายทำเงินหล่นกลางถนน ถือว่ายังไม่สละสิทธิ์ในธนบัตร หรือทรัพย์ที่ทำหล่น ดังนั้นผู้ที่มาเก็บเงินไปแล้วไม่ส่งคืน ถือว่ากระทำความผิดตามกฏหมายในข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ฉะนั้นผู้เก็บเงินทั้งหมดไปได้ ควรนำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายโดยเร็ว
MThai News

คนแห่ดูกว่า 3 แสน หนุ่มขับสปอร์ต อัดคลิปประจานตัวเองหลังถูกจับ

โลกออนไลน์สวดยับ หนุ่มขับสปอร์ตอัดคลิปประจานตัวเองชัด ๆ   หลังถูกตำรวจจับ ข้อหาขับรถผิดเลน

เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ นางฟ้าชัดๆ ได้มีการแชร์คลิป เหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังเข้าไปพูดคุยกับหนุ่มคนหนึ่ง ที่เจ้าตัวทำผิดกฎจราจรโดยการขับรถผิดเลน จึงถูกเชิญตัวไปสถานีตำรวจ แต่ดูเหมือนว่าหนุ่มคนนี้จะไม่พอใจนัก จึงอัดคลิปแล้วโพสต์ลงโซเชียล จากนั้นผู้คนจึงพากันแชร์ต่อและร่วมแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก

444

ซึ่งภายในคลิปหนุ่มคนดังกล่าวได้พูดอยู่ตลอดว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด ตนไม่มีทางหนีเพราะไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์ ตนไม่ได้ฆ่าคนตาย ไม่จำเป็นต้องหนี ไม่ได้ค้ายาบ้า แค่ขับรถผิดเลนเท่านั้น

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตที่ได้ชมคลิปต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า การกระทำของชายผู้ที่อัดคลิปเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดด้วยดี ๆ เจ้าตัวยังใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ซ้ำร้ายยังเอาคลิปมาโพสต์เหมือนการประจานตัวเอง

ฟ

ฟฟ

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก แฟนเพจ นางฟ้าชัดๆ

‘ดีแทค’ ลั่น ประมูลคลื่น 900MHz ใหม่ ต้องราคาขั้นต่ำแค่ 1.6 หมื่นลบ.

‘ดีแทค’ ชี้ หากประมูลคลื่น 900 MHz ใหม่ ต้องให้ราคาขั้นต่ำแค่ 1.6 หมื่นลบ. หนุน ห้ามผู้ชนะครั้งก่อนร่วมประมูล

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า บริษัทขอสนับสนุน กสทช. ในการจัดประมูลคลื่น 900 MHz ชุดที่ 1 ใหม่ ตามประกาศของ กสทช. กฎการประมูลและเงื่อนไขการประมูลซึ่งยังมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน โดยเห็นว่าการประมูลคราวนี้ ควรจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมการประมูลที่เหลืออยู่จากการประมูลคลื่น 900 MHz คราวก่อนเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ครั้งก่อน ไม่ควรมีสิทธิเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ เนื่องจากได้ครอบคลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 1 ใบอนุญาตไปแล้ว ตามกฎการประมูลที่อนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต

661

โดยแต่ละรายมีสิทธิยื่นประมูลคลื่นความถี่ได้ไม่เกินหนึ่งชุดคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภคโดยไม่ให้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งผูกขาดครอบครองคลื่นความถี่ 900 MHz ทั้งหมดเพียงรายเดียว นอกจากนี้ ราคาขั้นต่ำของการประมูลคลื่น 900 MHz ชุดที่ 1 ครั้งใหม่นี้ ควรกำหนดที่ราคา 16,080 ล้านบาทเท่ากับการประมูลคลื่น 900 MHz คราวก่อน (ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมประมูลมีจำนวนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ราย) ซึ่งโดยวิธีนี้ จะเป็นการประมูลแข่งขันที่จะเป็นการกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่ 900 MHz ชุดที่ 1 ที่แท้จริงและไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ

นอกจากนั้น ดีแทค ไตรเน็ต ขอเสนอให้ กสทช. จัดให้การรับฟังความเห็นสาธารณะเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียเป็นการทั่วไปด้วย โดยบริษัทฯ ยินดีให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ต่อ กสทช.ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่จะมีขึ้นเพื่อนำไปสู่การจัดการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ชุดที่ 1 (Re-auction) ด้วยความสำเร็จลุล่วงด้วยดีต่อไป

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News