ย่องยกเด็กกตัญญู รับจ้างสารพัดงาน หาค่าเทอม-เลี้ยงยายพิการ

ใครหนอจะเชื่อ…เมื่อเด็กน้อย 3 คน ประสบชะตากรรมพ่อแม่แยกทางร้างลาเริ่มเส้นทางใหม่ในชีวิต ติดตรงผู้เป็นแม่จากไปโดยมือเปล่า เหล่าเด็กน้อยจึงต้องอยู่กับพ่อต่อชีวิตใหม่ในดินแดนชนบท กลับปรากฏหนึ่งเสียงยืนกรานไม่ไปไหน แม้ดวงใจรักพ่อแม่มากปานใด แต่…เขาไม่ขอทอดทิ้งผู้เป็นยายให้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง

และ…การเลือก-ตัดสินใจของเขาด้วยวัยเพียง 5 ขวบ คือ จุดเริ่มต้นชะตากรรมแห่งภาระและความรับผิดชอบบนคำว่า “กตัญญูกตเวที”

ทางเดินแคบๆฝ่าดงพงไม้ราวกิโลกว่า ในชุมชนบ้านปูน ย่านถนนอรุณอัมรินทร์ แขวง บางยี่ขัน เขต บางพลัด กรุงเทพฯ คือเส้นทางเดินหลักของ นาย ชณธาน พิไชยหล้า (น้องนิก) วัย 16 ปี ที่นอกเหนือจะใช้เป็นเส้นทางไปกลับโรงเรียนพาณิชย์การราชดำเนินในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นเส้นทางสำคัญที่เขาใช้เดินเข้า-ออกเพื่อซื้อหากับข้าวและตระเวนหางานรับจ้าง

เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมาประทังชีวิตดูแล คุณยายหมวย แซ่แต้ ( ยายแอ๊ว ) วัย 66 ปี ที่เจ็บป่วยโรคเนื้องอกในมดลูกมากว่า 10 ปี ลุกลามถึงขั้นขาทั้ง 2 ข้าง อ่อนแรงไม่สามารถเดินเหินได้จนกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์ ต้องนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ นานวันเข้ากลายเกิดเป็นแผลกดทับ ถึงขั้นต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน!

IMG_5527-0

“แต่ก่อนอยู่กันมายายหลาน ยายก็หาเลี้ยงเขามาตลอด แม้จะเป็นโรคร้ายมาหลายสิบปี ก็ยังพอทำงานรับจ้างซักผ้ารีดผ้าได้ปกติ รายได้พอมีพอใช้พอเลี้ยงปากท้องยายหลานและส่งเสียเขาเรียน และเขาก็คอยตอบแทนด้วยการเป็นลูกมือช่วยงานมาตลอด แต่ปีก่อนขากลับเดินไม่ได้ เลยต้องนั่งรถเข็นทำงาน แต่ทำได้ไม่เท่าไร ร่างกายก็แย่ๆลงเรื่อยๆ เลยต้องนอนแต่บนเตียง ภาระหน้าที่เพื่อปากท้องทั้งหมดจึงตกเป็นของเขาคนเดียว” ยายแอ๊ว กล่าว

เมื่อเสาหลักล้ม เสารองจึงต้องยื่นมือยืนค้ำคาน เพื่อพยุงฐานบ้านมิให้ทรุดลงกว่านี้ “น้องนิก” จำต้องแบกภาระอันใหญ่หลวงเพื่อหาค่าเงินประทังค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งเรื่องปากท้อง 2 คน 100-200 บาท/วัน ค่าบ้านเช่า 2,500 บาท ค่าน้ำไฟ รวมราว 1,500 บาท/เดือน ค่าเรียนเทอมละเกือบ 7,000 บาท และ ค่ารักษาพยายาลของคุณยายที่ตกประมาณ 1,000 กว่าบาท/ครั้ง

เปิดใจ…น้องนิกเด็กกตัญญูเลี้ยงยาย 

ด้วยวัยละอ่อนในคราบนักเรียนมัธยมปลาย จะหางานที่มีรายได้มั่นคงนั้นเป็นเรื่องยาก ทำได้เพียงสานต่องานประจำของคุณยาย ในการใช้วันหยุดเรียนเสาร์-อาทิตย์ให้เกิดประโยชน์ โดยการรับจ้างซักผ้าด้วยมือเปล่า-รีดผ้า รายได้ตกสัปดาห์ละ 500บาท ส่วนวันธรรมดาใช้เวลาหลังเลิกเรียนตระเวนเป็นเด็กเสริฟ์ร้านอาหารและรับจ้างล้างจาน รับเลี้ยงเด็ก และงานจิปาถะอื่นๆ แยกรายได้งานละ 100 กว่าบาท/วัน

เมื่อเฉลี่ยรายได้รวมที่หามาหักออกกับรายจ่ายทั้งหมด ยังติดลบอยู่อีกมาก เงินผู้สูงอายุของคุณยายเดือนละ 700 บาท และน้ำใจจากเพื่อนบ้าน จึงเป็นสิ่งที่มาจุนเจือให้สองยายรอดชะตากรรมได้แต่ละวัน แต่หากวันไหนไม่ได้ออกไปรับจ้างงาน เนื่องจากต้องดูแลอาการคุณยายเป็นพิเศษ ความอดอยากจึงถาโถมเข้ามาอย่างน่าเวทนา

65891

“เคยอดหลายมื้อครับพี่ วันไหนไม่ไปทำงาน ต้องห้ามเจ็บห้ามป่วย สู้เพื่อยาย แต่วันไหนยายเจ็บป่วย ผมก็ต้องอยู่ดูแล เพราะเรามีกันอยู่เพียงสองคน ต้องดูแลกันเองแลกกับเงินรายได้ที่หายไป ผมอดคนเดียวไม่เป็นไร แต่ยายสิ แก่มากแล้ว ยังต้องมาอดด้วยกัน น้ำตาไหลเลย สมเพชตัวเอง ทำเพื่อยายได้แค่นี้เองหรือ?” น้องนิก กล่าว

การอดตาหลับ-ขับตานอน เป็นเรื่องปกติของเด็กน้อยคนนี้ เพราะแต่ละวันนอนไม่เพียงกี่เพลา เพราะต้องเอาเวลาทั้งหมดหารายได้-ดูแลคุณยาย ผลกระทบเรื่องสุขภาพอาจมีบ้าง แต่ด้วยวัยที่ยังแข็งแรงประกอบกับจิตใจเข้มแข็ง ทำให้เด็กคนนี้แทบไม่เจ็บป่วยใด ส่วนเรื่องผลกระทบการเรียน เจ้าตัวย้ำเสียงหนักแน่น เกรดเฉลี่ยยังไม่มีตก การเรียนยังอยู่ในระดับที่มารตฐาน และที่ผ่านมาแทบไม่เคยหยุดเรียน ยกเว้น หากไม่มีเงินไปโรงเรียน

ความเป็นเด็กกตัญญู ส่งผลให้ ครู-อาจาย์ มีเมตตาจิตหางานพิเศษให้ “งานรำ” ตามงานต่างๆของโรงเรียนเป็นสิ่งที่น้องนิกพอถนัด บางวันอาจต้องกลับมืดค่ำ แม้รายได้ไม่มากมาย แต่ก็พอประทังปากท้องยายหลานได้ในบางวัน และขณะนี้ ทางโรงเรียนอยู่ระหว่างการพิจารณามอบทุนการศึกษาให้กับน้องนิก เพื่อเป็นสำรองทุนไว้สำหรับการศึกษาในอนาคต

65869-0-0

“สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือยาย ห่วงเวลาผมกลับดึก ห่วงว่าผมไม่อยู่ แกจะอยู่กับใคร ห่วงไปหมด เงินก็อยากได้ ได้มากเท่าไรยิ่งดี จะได้ไม่อด ยายจะได้ไม่ลำบาก ผมพึ่งจะทำเพื่อยายได้ไม่กี่ปีเอง แต่ยายลำบากเพื่อผมมาทั้งชีวิต” น้องนิก กล่าว

ชีวิตในวัยเด็กหายไป ความเป็นผู้ใหญ่มาแทนที่ รู้สึกดีทุกครั้งที่รู้ว่าเพื่อใคร แม้ไร้พ่อขาดแม่เพียงใด เคยบ้างที่โหยหาเมื่อใครอื่นเขาพร้อมหน้า แต่เด็กคนนี้กลับภูมิใจกว่า มีทุกวันนี้ได้เพราะยายให้ ไม่คิดอายที่อยู่สถานะนี้ ไม่มีเวลาเช่นเด็กอื่นก็ไม่เป็นไร ไร้ซึ่งคำว่าเสียใจ เพราะทั้งหมดนี้ เขาเป็นผู้เลือกเอง เลือกตั้งแต่วัยเด็ก เลือกที่จะรัก เลือกที่จะอยู่ และเลือกที่จะไม่ทอดทิ้ง

“ตอนเขา5ขวบ พ่อแม่เลิกกัน พ่อจะเอาลูกทั้ง3คนไปอยู่ด้วย แต่เขาคนเดียวไม่ไป เขาวิ่งมากอดฉันบอกจะอยู่กับยาย ฉันร้องไห้เลย เพราะเขาบอกว่าแล้วยายจะอยู่กับใคร หากเขาไปกับพ่อ ป่านนี้เขาก็สบายเหมือนพี่น้องเขาแล้ว ไม่ต้องลำบากแบบนี้ ฉันยอมรับเคยคิดฆ่าตัวตาย วันที่รู้ว่าเดินไม่ได้ แต่เพราะมีเขา เขาบอกรักฉัน ฉันตายไม่ได้ แม้จะรู้ว่าลำบากเขา แต่ฉันอยากอยู่เพื่อเขา อยากเห็นเขาเติบใหญ่มีอนาคต แม้เราเหลือกันแค่สองคน ไร้ซึ่งการติดต่อใดๆจากญาติมิตร แต่ฉันก็สอนเขาเสมอ หากเมื่อใดได้เจอพ่อแม่ ต้องกตัญญูกับเขา เหมือนที่ทำกับฉัน เพราะฉันเชื่อ หลานฉันเป็นคนดีจริงๆ” ยายแอ๊ว กล่าว

เปิดใจ…ยายของน้องนิกเด็กกตัญญู

สิ้นเสียงคำพร่ำสอนของยาย น้องนิกร้องไห้ สวมกอด-ก้มกราบยาย พร้อมลั่นวาจา “เราจะต่อสู้กันต่อไป” ไม่ว่าจากนี้โชคชะตาจะดีหรือร้ายกว่าเดิมสักเพียงไร เขาก็ไม่มีวันทอดทิ้งยาย และขอเพียงมียายอยู่เป็นแรงใจผลักดันให้เขาขยันหาเงินประทังชีวิตและต่อยอดร่ำเรียนจนจบระดับ ปวส.หรือปริญญาตรี เพื่อมีงานมีรายได้มาค้ำจุนครอบครัว

และที่สำคัญ…เขาเชื่อมั่นว่า ภายหน้าคุณยายจะต้องหายจากโรคภัย และกลับมาเดินได้อีกครั้ง!

“ผมจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ขยันหาเงิน และจะเรียนให้จบ เพื่อให้ได้เงินได้งานมั่นคง นำรายได้ทั้งหมดมารักษายายและพัฒนาความเป็นอยู่ไม่ให้เราลำบากกว่านี้ ผมไม่กลัวความลำบาก ผมกลัวยายไม่อยู่กับผม ยายต้องอยู่เป็นแรงใจให้ผมสู้ต่อไป ผมอยู่ได้ก็เพราะยาย ผมจะทำให้ยายสบายกว่านี้ให้ได้ ผมสัญญา”  น้องนิก กล่าว

IMG_5506-1

นอกจากนี้ คุณยายแอ๊วและน้องนิก ฝากขอบคุณสำหรับผู้มีน้ำใจ และหากต้องการเข้ามาช่วยเหลือ เพราะตอนนี้ทั้งสองลำบากและขัดสนเรื่องเงินอย่างหนัก โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลคุณยายในแต่ละครั้ง ที่น้องนิกเป็นห่วงว่าไม่สามารถหาเงินมารองรับได้ทันท่วงที เพราะคุณยายต้องเข้าโรงพยายาลฉุกเฉินอยู่หลายครั้ง

สำหรับความช่วยเหลือ “น้องนิก”-“ยายแอ๊ว” ทีมงานจิตอาสา นำโดย “คุณปรเมศร์ มีสมภพ” ได้บริจาคเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่ง พร้อมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ อาทิ แพมเพิส ยาล้างแผล และ เตียงลมผู้ป่วย ในเบื้องต้นแล้ว

40

อย่างไรก็ตาม MThai News ขอเป็นกำลังใจกับเด็กชายชณธาน พิไชยหล้า (น้องนิก) และ คุณยายหมวย แซ่แต้ ( ยายแอ๊ว ) หากผู้ใจบุญใดต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีเจ้าตัวโดยตรงที่ชื่อบัญชี นาย ชณธาน พิไชยหล้า เลขที่ 162-4-33683-8 ธนาคาร กรุงเทพ (สาขา สะพานพระปิ่นเกล้า)

เรื่อง/ภาพ โดย…ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

IMG_5500-0

IMG_5497-0

IMG_5512-0

IMG_5516-0

IMG_5510-0-0

เตือนอย่าเชื่อ ‘ทัวร์ล้างพิษ’ หลังสาวทำดีท็อกซ์ถึงตาย!

แชร์ว่อน สาวทำดีท็อกซ์ถึงตาย เเพทย์เตือนอย่าหลงเชื่อ “ทัวร์ล้างพิษ” ทำเกิน 3 ครั้ง เสี่ยงอันตราย

กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกเเชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ไปล้างพิษ หรือทำดีท็อกซ์ที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต ซึ่งการล้างพิษหรือการดีท็อกซ์ มีอันตรายจากการขาดน้ำและการขาดแร่ธาตุ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหัวใจวายได้อย่างฉับพลัน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบหลักสูตร และผู้ที่สอนว่ามีคุณวุฒิและวิธีการที่ถูกต้องก่อนที่จะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้

ก่อนหน้านี้ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า การล้างพิษลำไส้ หรือดีท็อกซ์ ซึ่งเป็นศาสตร์หนึ่งของการแพทย์ทางเลือก กำลังกลายเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่าพันล้านบาท โดยปัจจุบันศูนย์ล้างพิษลำไส้มีกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ และมีการจัดทำเป็นแพคเกจท่องเที่ยวแบบค้างคืนและบริการล้างพิษไปในตัว

แม้ว่าวิธีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิด แต่การโหมโฆษณามากๆ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด รวมทั้งมีการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวจนเกินความจำเป็น ทั้งนี้ การสวนล้างลำไส้มักจะเป็นการสวนให้อุจจาระออกมาคราวละมากๆ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเกิดความรู้สึกว่าลำไส้สะอาด แต่ความจริงแล้ว การสวนลำไส้บ่อยๆ จะทำให้ลำไส้เกิดการบีบรัดตัวมากกว่าปกติ หากรุนแรง เสี่ยงทำให้ลำไส้ทะลุ ซึ่งอุบัติการณ์พบได้ประมาณ 1 ใน 4,000 ราย และการล้างลำไส้บ่อยๆ ยังทำให้สูญเสียแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิดดีที่มีความจำเป็นกับระบบขับถ่ายและร่างกาย

ที่มา matichon

MThai News

รถติดหนัก! การจราจรรถหนาแน่-เกิดอุบัติเหตุบางพื้นที่

วันนี้ (22 มี.ค.) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่

08.20น. ติดหนักมาก! แจ้งวัฒนะมุ่งหน้าวิภาฯรถแทบไม่ขยับ ท้ายสะสมยาวถึง ปตท.ตัดใหม่ชัยพฤกษ์ กลับกันขาเข้ามุ่งหน้าแยกปากเกร็ดติดสะสมจุดกลับรถหน้าตึกจัสมิน ท้ายยาวถึงแยกคลองประปา

07:49น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม9 ขาเข้า จากแยกพรีเมียร์ มุ่งหน้า แยกรามคำแหง ตรงข้ามห้างเดอะไนน์ รถกระบะ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย

07:47น.อุบัติเหตุ สะพานข้ามแยกรามคำแหง ขาเข้า จากเหนือแยกโรงปูน มุ่งหน้า ทางลงถนนพระราม9 เหนือแยกโรงปูน รถปิคอัพ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย

07:44น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากซอยจรัญสนิทวงศ์13 มุ่งหน้า แยกถนนเพชรเกษม ก่อนถึงต่างระดับเพชรเกษม 300เมตร รถเก๋งชนกับรถกระบะ รวม 3คัน กีดขวางช่องทางขวา

07:41น.อุบัติเหตุ ถนนประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า จากแยกลาดปลาเค้า มุ่งหน้า แยกเกษตร เชิงทางลงอุโมงค์เกษตร รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวา

07:39น.อุบัติเหตุ ถนนกาญจนาภิเษก จากจุดเชื่อมต่อด่านจตุโชติทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ มุ่งหน้า ต่างระดับลำลูกกา ช่วงกิโลเมตรที่34+100 รถปิคอัพชนแท่งแบริเออร์ กีดขวางช่องทางขวา

07:36น.อุบัติเหตุ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ขาเข้า จากแยกตัดถนนสีลม มุ่งหน้า ถนนสุรวงศ์ ช่วงแยกสุรวงศ์ หน้าร้านอาการสมบูรณ์ รถทัวร์ชนกับรถแท็กซี่ กีดขวางช่องทางซ้ายและกลาง

07:33น.อุบัติเหตุ ถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า จากต่างระดับรามคำอหง มุ่งหน้า ด่านเก็บเงินทับช้าง ช่วงกิโลเมตรที่49+700 รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวา

07:31น.อุบัติเหตุ ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาเข้า จากถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี มุ่งหน้า แยกแคราย ช่วงจุดกลับรถเลยห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ 1กิโลเมตร รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้ายของทางด่วน

07:29น.อุบัติเหตุ ถนนบางบอน3 จากถนนเอกชัย มุ่งหน้า ถนนเพชรเกษม เลยโรงเรียน.สารสาสน์วิเทศน์บางบอน 100เมตร รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบชนิด มีผู้บาดเจ็บ 1คน

MThai News