งามหน้า! ชะนีไทยป่วน ร้องหาผัว ในแอปโทรปลุกฝรั่ง

งามหน้า! ชะนีไทยป่วน ใช้แอปผิดประเภทเอาแอปโทรปลุกของชาวต่างชาติ ไปใช้หาคู่

กลายเป็นอีกเรื่องราวดราม่าที่เกรียนไทยไปทำงามหน้าอีกแล้ว สำหรับแอปพลิเคชั่น wakie ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นปลุกของสากล แต่คนไทยกลับนำแอปพลิเคชั่นดังกล่าวไปใช้ผิดประเภท เอาไปหาคู่ชาวต่างชาติซะงั้น ทำให้ชาวต่างชาติมองสาวไทยไปทางด้านลบในทันที

ชะนีไทยป่วน ร้องหาผัว ในแอปโทรปลุกของชาวต่างชาติ

โดย เพจดังอย่าง Drama-addict ได้แชร์ภาพของสเตตัสเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพแอปพลิเคชั่น wakie พร้อมข้อความระบุว่า

เข้ามาเล่นตอนนี้ก็เจอแต่คนไทย โดยเฉพาะสาวไทยวัย ม.ต้นทั้งหลายเยอะ_ๆ เยอะจนฝรั่งแม่งบอกว่า แต่งงานกับกูไหม เดี๋ยวให้ green card โดนไปดิ ส่วนกูตั้งปลุก คาดหวังว่า เห้ยเดี๋ยวมีเสียงน่ารักๆ ปลุกแน่นอน ผลที่ได้คือ ตื่นมาเพราะเสียง call โดยที่อีกฝ่ายไม่พูดอะไรเลย! (แถมยังเป็นเด็กไทยอายุ 12 ไปเข้าแถวให้ทันก่อนไหม) พัง! #จบการรีวิว #อีก2เดือนค่อยเล่นใหม่

ทั้งนี้ เพจ Drama-addict ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า

งามหน้าอีกแล้วครับคนไทย คือมันมีแอปตัวนึงที่ฝรั่งเขาพัฒนาขึ้นมา เป็นแอปที่ให้คนจากทั่วทุกมุมโลก โทรไปปลุกอีกฝ่าย แทนการใช้นาฬิกาปลุก เข้าท่าดีนะ พอมีคนเอามาแนะนำในเมืองไทย ปรากฏว่ามีสาวไทยเอาไปใช้งานผิดประเภทครับ จนตอนนี้ฝรั่งมันไปโวยในเว็บแอปนี้กันใหญ่โดยด่าสาวไทยว่า นี่แอปโทรปลุกโว้ย ไม่ใช่แอปโทรหาผัว อยากได้ผัวฝรั่งมึงไปใช้โปรแกรมแชทตัวอื่นไป๊ ก็นั่นล่ะครับท่านผู้ชม

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก แอปดีเป็นศรีมือถือ ได้โพสต์ภาพแอปพลิเคชั่น wakie พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีสาวไทยนำแอปพลิเคชั่นปลุกไปหาคู่ชาวต่างชาติ ระบุว่า

“ถึงตอนนี้ ที่ติดตามกระแสอย่างใกล้ชิด ล่าสุดทาง developer ของ wakie ได้ออกมา post ข้อความถึงคนไทยทั้งแบบตรงๆ แล้วก็อ้อมๆ แล้ว เริ่มจากแสดงความยินดี และต้อนรับที่มีคนไทยเข้าไปใช้งานเยอะมาก และโพสต์ถัดมาเขาได้แนะนำวิธีการใช้คร่าวๆ ให้ คงจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นเลย แนะนำคนที่เข้าไปเล่นแบบงงๆ ไม่ได้ศึกษาวิธีการใช้แบบละเอียดได้ทราบ

ซึ่งพวกผมมาคุยกันแล้วปัญหานี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเราไม่อธิบายให้ชัดเอง และไปเล่นในประเด็นที่บอกว่าแอปนี้เป็นแอปปลุก ซึ่งความจริงมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น (ตรงนี้บอกไว้ใน ปล. แล้ว) แต่ที่เราเล่นเรื่องปลุก เพราะก่อนหน้านี้มีคนบอกอยากได้แอปปลุกดีๆ ซึ่งเราก็เห็นว่าแอปนี้มีฟังก์ชันนี้อยู่ และทาง developer ก็ได้แนะนำฟังก์ชันนี้ไว้ในคลิปอย่างเป็นทางการแล้ว

พวกเราเข้าใจว่าบางคนที่ไม่รู้ว่า wakie มีฟังก์ชันอื่น น่าจะมาจากการที่มีหลายๆ เพจตัดรายละเอียดที่เราเขียนในเพจนี้ออก แล้วไปทำเป็นภาพบอกว่ามันเป็นแค่ แอปปลุก เลยทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ว่า อย่างไรก็ตาม ทางเราก็ต้องขอโทษ ทั้งผู้ใช้งานคนอื่นๆ และก็ทางทีม developer ด้วยจริงๆ (I do apologize for our mistake) เพราะฉะนั้นเราจะขอแนะนำกติกาการใช้คร่าวๆ อีกครั้งในโพสต์นี้นะครับ

1. เปิดมาหน้าแรกให้ดูห้องที่ต้องการจะเล่นก่อน ถ้าจะเซตการโทรปลุกก็เข้าห้องปลุก มันมีหลายห้องหลายหัวข้อ ให้เลือกให้ถูกก่อนใช้งาน

2. ถ้าคุณจะพิมพ์ จะโพสต์ จะคุยเป็นภาษาไทย ให้ทำตามนี้

– กด add language แล้วเปลี่ยนเป็นภาษาไทย
– สำหรับหัวข้อ กด My custom topic
– ที่ด้านบนให้เลือกเป็นภาษาไทยซะ
เลือกห้องภาษาอื่นๆ แต่ดันไปใช้ภาษาไทย ไม่มีใครเข้าใจหรอกครับ

3. อย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้าทิ้ง LINE ID, FACEBOOK, เบอร์โทรของตัวเอง เพราะอาจมีคนที่ไม่หวังดีเอาไปทำอะไรเสียๆ หายๆ กับผู้ใช้งานได้ และเคารพสิทธิการเล่นของคนอื่นด้วย เล่นกันพอน่ารักๆ

4. มันไม่ใช่แอปนัด_
ทุกคนชอบความสนุกสนาน ชอบความบันเทิง พวกเราก็ชอบ แต่จะสนุกก็ต้องอยู่ในขอบเขตด้วย ผมเห็นบางคนก็ชม ส่งรูปมาให้ดูว่าได้เพื่อนใหม่ๆ จากการเล่นแอปนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ก็อยากให้เป็นแบบนี้อีกหลายๆ คนเนอะ

ทีมแอปดี”

ภาพจาก แอปดีเป็นศรีมือถือ

MThai News

ชี้! เศรษฐกิจอินโดฯ ปี 59 อาจรุ่ง ขณะ ตลาดหุ้นไทยมีเกณฑ์เติบโตเช่นกัน

นักวิเคราะห์ เผย เศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2559 มีแววรุ่ง สื่อนอกชี้ นอกจากอินโดฯ นักลงทุนยังสนใจตลาดหุ้นไทย และคาดว่ามีการเติบโตเช่นกัน

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สอ้าง นาย เฮรัลด์ ฟาน เดอ ลินด์ นักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์หุ้นเอเชียของธนาคารเอชเอสบีซี ระบุว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2559 อาจจะเป็นแบบเดียวกับประเทศอินเดียในปี 2558 ที่ขยายตัวอย่างมาก

Businessman using graphs on screen

โดย ไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุว่า ประเทศอินโดนีเซียมีปัญหาต้องแข่งแย่งนักลงทุนกับอินเดียและจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่านักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอินโดนีเซีย โดยมีผลมาจาก 2 ปัจจัย คือตลาดหุ้นจาการ์ตาเป็นบวกได้ แม้นักลงทุนทั่วโลกจะระมัดระวังการลงทุนในตลาดหุ้นเศรษฐกิจเกิดใหม่ ส่วนปัจจัยที่ 2 คือความเชื่อว่าประธานาธิบดีโจโควี จะสามารถปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจได้

ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า การปรับเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลหันมาเป็นมิตร และสนับสนุนการลงทุนต่างชาติมากขึ้น เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อต่างชาติวิจารณ์โจโควี ว่า มีนโยบายปกป้องประเทศด้วยการประกาศให้ต่างชาติที่มาทำงานในอินโดนีเซียต้องผ่านการทดสอบทางด้านภาษาท้องถิ่นและขึ้นภาษีนำเข้า

ขณะที่ นักวิเคราะห์เชื่อว่า การลงทุนรัฐที่เพิ่มขึ้น ระดับเงินเฟ้อที่ต่ำ และการลดดอกเบี้ยของแบงก์ชาติอินโดฯ จาก 7.5% เหลือ 7% เมื่อช่วงต้นปี รวมถึงการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินรูเปียห์ เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติหันกลับมาสนใจตลาดทุนอินโดนีเซีย

โดย บริษัทหลักทรัพย์ บาฮาน่า คาดว่า แบงก์ชาติอินโดฯ จะลดดอกเบี้ยพื้นฐานลงอีกครั้งเหลือ 6.25% ในช่วงปลายปีซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ทุกภาคธุรกิจได้รับผลดีถ้วนหน้ายกเว้นภาคธนาคารที่คาดว่าจะได้กำไรน้อยลง เนื่องจากภาครัฐประกาศว่า จะกดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีกทำให้ส่วนต่างกำไรของแบงก์คาดว่าจะหดแคบลง

อย่างไรก็ตาม ไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุด้วยว่า นอกจากอินโดนีเซียแล้วนักลงทุนยังกลับมาสนใจตลาดหุ้นไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล  ฐานเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

น้ำ 4 เขื่อนหลักลดต่อเนื่อง ชาวนาหวั่นข้าวเสียหาย

กรมชลประทาน เผยน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ลดลงต่อเนื่อง เหลือใช้ 14% ขณะที่ชาวนา ต.นางลือ อ.เมืองชัยนาท เร่งสูบน้ำสำรองใช้ หวั่นข้าวตาย

วันนี้ 21 มี.ค. ทางกรมชลประทาน รายงานสภาพน้ำในเขื่อน 4 เขื่อนหลัก  ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 689 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 7% เขื่อนสิริกิติ์ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 1,289 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 20% ส่วน เขื่อนแควน้อยฯ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 268 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักฯ เหลือปริมาตร น้ำใช้การได้ 336 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 35%

ทั้งนี้ถ้ารวมทั้ง 4 เขื่อน เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 2,582 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 14% ในขณะที่เขื่อนอื่น ๆ เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 1% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 5%

ผู้สื่อข่าวยังรายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมว่า ล่าสุดวันนี้ (21 มี.ค.) จากการตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงไปอยู่ที่ 14.33 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งระดับน้ำมีการลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่รระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา

vs160321-005

ขณะเดียวกันที่ ต.นางลือ อ.เมืองชัยนาท เป็นตำบลที่ทำนารวมๆกันแล้วกว่า2 หมื่น ไร่ ขณะนี้หลายพื้นที่เป็นพื้นที่แห้งแล้งไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เขียวขจี สบายตา แก่ผู้พบเห็น แต่ก็ยังมีนาข้าวอีกหลายพันไร่ ที่ยังคงทำนาปลูกข้าวอยู่ ทำให้ชาวนา ต.นางลือ ต้องเร่งสูบน้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดเจาะไว้ และสูบน้ำจากคลองที่ขุดไว้พักแหล่งน้ำสำรองที่ได้เตรียมไว้สู้ภัยแล้ง ต่อชีวิตข้าวครั้งสุดท้าย

vs160321-003

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News