โอละพ่อ! เด็กวัย14 ขี่จยย.ตามหาพี่ ให้กลับไปเผาศพพ่อ ที่แท้..?

โอละพ่อ! ชาวเน็ตแห่แชร์เรื่องราว เด็กวัย14 ขี่จยย.ตามหาพี่ทั่วกรุงฯ ให้กลับบ้านไปเผาศพพ่อ ที่แท้..?

จากกรณีที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เด็กชายรายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์หลายร้อยกิโล ตามหาพี่ชายทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้กลับบ้านไปกราบศพพ่อ เจอด่านตรวจตำรวจจึงได้ช่วยเหลือนำอาหารให้รับประทาน เพื่อพักระหว่างทาง ตามข่าวที่แชร์กันก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด พันตำรวจเอกสมบัติ ชูชัยยะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา ให้การช่วยเหลือเด็กชายอายุ 14 ปี ที่ขับรถจักรยานยนต์ หลงเข้ามาบนถนนสายเอเชีย ใกล้วงแหวนบางปะอิน โดยได้ช่วยหาข้าวและน้ำให้กิน จากนั้นหาหมวกกันน็อคให้สวมใส่ ครั้งแรกเด็กอ้างว่าพ่อตาย และขับรถจากบ้านพักเลขที่ 23 หมู่ 5 ตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อมาตามหาพี่ชาย เป็นเวลา 2 วันแล้ว เพื่อแจ้งข่าวการตายของพ่อ แต่หาพี่ชายไม่พบ จนต้องเร่งรีบขับรถกับเมืองเลย

จากนั้น ทางตำรวจได้นำข้อมูลจากบัตรประชาชนของเด็ก ไปตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมประสานงานไปยังตำรวจท้องที่ภูมิลำเนาที่จังหวัดเลย จนกระทั่งพบบ้านดังกล่าวมีจริง และมีสมาชิกรวมกัน 4 คน คือ พ่อ แม่ และลูก 2 คน แต่ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่เด็กแจ้งในทุกประเด็น

นายยงยุทธ์ แก้วย้อย อายุ 39 ปี เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เป็นพ่อของเด็กชายคนดังกล่าว และตนยังไม่ตาย คนในบ้านยังมีชีวิตอยู่ครบ และลูกคนนี้ก็เป็นคนโต ไม่มีพี่ชาย แต่มีน้องชาย 1 คน ซึ่งลูกมักจะติดเพื่อน และชอบเที่ยว โดยลูกได้หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนต้องตามหาทั้งวันทั้งคืน แต่หาตัวไม่พบ จนกระทั่งลูกมาปรากฏตัวที่อยุธยา ตนตกใจมาก ตอนนี้อยากให้ลูกกลับบ้านอย่างปลอดภัย เป็นห่วงลูกมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วลูกขับรถจักรยานยนต์ไม่ค่อยคล่อง

เบอร์ติดต่อ พ่อ (นายยงยุทธ์ฯ) 088 5370985

ข้อมูลจาก matichon

MThai News

คนปายขึ้นป้ายค้าน’ธรรมกาย’ หลังจัดงานตักบาตรซ้อน’สงกรานต์’

คนเมืองปาย ไม่เอาธรรมกาย ขึ้นป้ายต่อต้านโครงการ 777 มหัศจรรย์เมืองสามหมอก ธรรมยาตราตักบาตรสามเณร 1,500 รูป

วันนี้(9 เม.ย.) ชาวอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ขึ้นป้ายต่อต้าน โครงการ 777 มหัศจรรย์เมืองสามหมอก ธรรมยาตราตักบาตรสามเณร 1,500 รูป 7 วัน 7 อำเภอ ที่จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2559 ที่จะถึงนี้ โดยป้ายดังกล่าวระบุว่า “ หยุดบิดเบือนคำสอนพระศาสดา คัดค้านตักบาตรฟุ่มเฟือยพุทธพาณิชย์ คนเมืองปายไม่เอาพระธรรมกาย “ นอกจากการขึ้นป้ายต่อต้านแล้ว ในสื่อโซเชียลมีเดีย เฟซบุค ก็มีการโพสต่อต้านเช่นกัน โดยมีการสอบถามว่าใครจะไปตักบาตร สามเณร 1,500 รูปบ้าง ไม่เห็นด้วย กด 1 ถ้าเห็นด้วย กด 2 พบว่า มีแต่คนไม่เห็นด้วย


ก่อนหน้านี้ ทางเทศบาลตำบลปาย ได้ทำหนังสือถึงคณะกลุ่มจัดงานใน โครงการ777 มหัศจรรย์เมืองสามหมอก ธรรมยาตราตักบาตรสามเณร 1,500 รูป 7 วัน 7 อำเภอ ตามหนังสือที่ มส.61207/284 ลงวันที่ 5 เมษายน 2559 โดยระบุว่า ตามที่ขอให้ทางเทศบาลตำบลปาย ร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานฝ่ายเตรียมสถานที่ และประชาสัมพันธ์ พิธีตักบาตรสามเณร 1,500 รูป ในพื้นที่ อ.ปาย ในวันที่ 13 เมษายน 2559 นั้น

โครงการดังกล่าวมีกำหนดการห้วงตรงกับประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเทศบาลตำบลปายเป็นเจ้าภาพ อันมีกิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงเป็นอันมากอยู่แล้ว จึงขอเรียนว่าทางเทศบาลตำบลปาย ไม่สามารถร่วมเป็นกรรมการในโครงการดังกล่าวได้ ลงนาม นายอัครเดช ตาปราบ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน


แหล่งข่าวในเทศบาลตำบลปาย ระบุว่า โครงการดังกล่าว มีสิ่งไม่ถูกต้องหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสามเณรที่อ้างว่ามีถึง 1,500 รูปก็ไม่มีตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ ในแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของโครงการ มีการเอารูปของ เจ้าคณะจังหวัดขึ้นแผ่นปก โดยเมื่อตรวจสอบกับทางเจ้าคณะจังหวัดแล้ว ตัวท่านเองก็ไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด ประกอบกับคนในอำเภอปายส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าว จึงทำให้ทางเทศบาลตำบลปายทำการปฏิเสธไป

สำหรับ โครงการ777 มหัศจรรย์เมืองสามหมอก ธรรมยาตราตักบาตรสามเณร 1,500 รูป 7 วัน 7 อำเภอ ได้มีการระบุในแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ว่า ในวันที่ 7 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.สบเมย , วันที่ 8 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.แม่สะเรียง , วันที่ 9 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ. แม่ลาน้อย , วันที่ 10 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.ขุนยวม , วันที่ 11 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน , วันที่ 12 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.ปางมะผ้า และ วันที่ 13 เม.ย. 1,500 รูป ที่ อ.ปาย

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว ได้มีคำสั่งให้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ดำเนินงานตักบาตร ว่ามีวัตถุประสงค์ในเชิงลึกอย่างไร และ ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่ประชาชนใน จ.แม่ฮ่องสอน ไม่เห็นด้วยกับโครงการตักบาตรดังกล่าว แต่ก็ไม่กล้าคัดค้าน ยกเว้นพื้นที่ อ.ปาย ที่หน่วยงานรัฐและประชาชน มีการคัดค้านอย่างเข้มแข็ง

MThai News

เตือนสายหื่น! คิดจับหน้าอกสาวช่วงสงกรานต์ โทษจำคุกสูงถึง 10 ปี

แฟนเพจ ทนายคู่ใจโพสต์เตือนสายหื่น! คิดจับหน้าอกสาวช่วงสงกรานต์ มีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี หรือปรับสองหมื่นบาทหรือโดนทั้งจำและปรับ

วันนี้ (9เม.ย.) ชาวเน็ตได้มีการส่งต่อข้อความของทาง แฟนเพจ ทนายคู่ใจ ที่โพสต์บทความเตือนคนที่คิดจะฉวยโอกาสจับหน้าอกหรือลวนลามสาว ๆ ที่เล่นน้ำสงกรานต์ ว่าหากผู้เสียหายมีการแจ้งความนั้น คดีเช่นนี้จะต้องมีการขึ้นศาล มีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี หรือปรับสองหมื่นบาทหรือโดนทั้งจำและปรับเลยทีเดียว

12670685_1060880183952995_8031747053398710503_n

ข้อมูลที่ทาง ทนายคู่ใจ ระบุมีดังนี้ …

ต้องออกมาเตือนสติกันหน่อย … ดูเหมือนวัยรุ่นบางกลุ่มเล่นพิเรนทร์ช่วงเทศกาลสาดน้ำประจำปีของบ้าน(ฝรั่งเรียก water fight สงครามน้ำ -*-) เรานอกจากเล่นกันตามวัฒนธรรมเก่าแก่แล้ว ยังดันไปลวนลามคนอื่นเขา จับหน้าอกผู้หญิง แบบนี้ทางกฎหมายเอาผิดได้หนักแค่ไหน รู้กันหรือเปล่าถ้าผู้หญิงเขาเอาเรื่องขึ้นมาจริงจัง คดีไม่จบที่โรงพักนะครับ จบที่ศาลทำประวัติอาชญากรรมพิมพ์ลายนิ้วมือแบบผู้ต้องหาเลย

คดีไปจบที่ศาลอย่างเดียวเพราะยอมความไม่ได้ ในข้อหาอนาจารซึ่งกระทำในที่สาธารณะให้ผู้เสียหายอับอาย มีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี หรือปรับสองหมื่นบาทหรือโดนทั้งจำและปรับ ตามกฎหมายอาญามาตรา 278 และ 281 โทษมันเบาๆ ซะที่ไหนล่ะ พ่อคุณ จับหนึ่งทีก็คุก 10 ปี แถมยอมความไม่ได้อีก จะหื่นก็ดูกฎหมายด้วยนะ และน้องๆ วัยคะนองเห็นแก่พ่อแม่นิดหนึ่งนะครับถ้าน้องมีประวัติอาชญากรรมเมื่อไรที่ทำงานหลายแห่งเขาปฏิเสธน้องทั้งชีวิตเลยนะ

“อนาจาร” หมายถึงการประพฤตินอกแบบในลักษณะที่ไม่สมควรทางเพศ เช่น การจับหน้าอกผู้หญิงก็ถือเป็นอนาจาร

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ