อส. หนุ่มถูกกรวยตบ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องถูกย้ายไม่เป็นธรรม

เมีย อส.โดนด้วยถูกสั่งย้ายตามสา มีเซ่นคลิป อส.ถูกกรวยตบ เหตุไม่ทำเคารพผู้บังคับบัญชา ด้านเจ้าตัวไม่ทนบุกยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องถูกย้ายไม่เป็นธรรม

จากกรณีมีผู้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร ใช้กรวยยางและมือตบศีรษะ อส. ที่ไม่ยอมทำความเคารพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เดินผ่านเข้าไปทำงานในศาลากลางจังหวัด จนเกิดเสียงวิพากวิจารณ์เป็นอย่างมากถึงความเหมาะสมในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

อาสาสมัครป้องกันดินแดน, ศิริวัฒน์ ร้อยอำแพง, ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

ความคืบหน้าล่าสุดมีรายงานว่า ภรรยาของ อส. คนดังกล่าวถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อีกอำเภอหลังจากที่สามีถูกสั่งย้ายไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเธอได้เข้าไปขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย อส.สายชล งามเนตร์ ภรรยาของ อส.ศิริวัฒน์ ร้อยอำแพง เผยว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งดังกล่าว อีกทั้งเมื่อถูกย้ายทั้ง 2 คนและไปอยู่คนละอำเภอที่ไม่ใช่ในส่วนของที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร

ก็ส่งผลกระทบไปถึงลูกสาวคนเดียวของตนที่อายุ 8 ปีเท่านั้น โดยตนต้องขึ้นรถประจำทางไปรับไปส่งโรงเรียนทุกวัน ส่วนสาเหตุที่ถูกร่างแหให้ย้ายไปด้วยนั้น ทางผู้บังคับบัญชาบอกว่า เนื่องจากตนเอาคลิปไปให้ตำรวจ ซึ่งตนก็เห็นว่า คลิปนี้เป็นพยานหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่จะสามารถช่วยสามีได้ โดยตนเองมองว่า ตนเองไม่ผิดเพราะทำไปเพื่อช่วยสามีเท่านั้นเอง

นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สมุทรสาคร ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุการสั่งย้าย อส.สายชล ภรรยาของ อส.ศิริวัฒน์ ว่า เป็นเพราะทำผิดระเบียบราชการ เนื่องจากได้อ้างชื่อผู้บังคับบัญชาเข้าไปขอภาพวงจรปิดโดยพละการ ไม่มีเอกสารมายืนยัน จึงเห็นว่ามีความผิด ดังนั้นเพื่อเป็นไปตามระเบียบจึงได้มีการสั่งย้ายชั่วคราวก่อน จนกว่าการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุกคนจะแล้วเสร็จ จึงจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมามีรายงานแจ้งว่า อส.ศิริวัฒน์ ร้อยอำแพง ได้เข้าเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความเป็นธรรมจากเหตุการณืที่เกิดขึ้นแล้ว โดย นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้เข้าแจ้งความและร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาในจังหวัด แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่กลับถูกสั่งย้ายไปประจำการที่อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

รวมถึง นางสายชล งามเนตร์ ภรรยาของนายศิริวัฒน์ ซึ่งเป็น อส.เช่นกัน ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปเปิดเผย จึงทำให้ถูกสั่งย้ายไปประจำการที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเอาผิดต่อไป ยืนยันว่าตนจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เติมด่วน! ปตท.-บางจากฯ ขึ้นราคาน้ำมัน มีผลพรุ่งนี้

ปตท.-บางจากฯ ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด มีผลพรุ่งนี้ (9 เม.ย.59)

วันที่ 8 เม.ย.2559 มีรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน และ แก๊สโซฮอล์ 40 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ที่ปรับขึ้น 20 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซล ปรับขึ้น 50 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (9 เม.ย.59) เวลา 05.00 น.

5955o7xu

ส่งผลให้ราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน ออกเทน 95 อยู่ที่ 30.76 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 23.80 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 23.38 บาท/ลิตร

E20 อยู่ที่ 21.24 บาท/ลิตร

E85 อยู่ที่ 17.99 บาท/ลิตร

ดีเซล อยู่ที่ 21.99 บาท/ลิตร

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เอาจริง! จี้ ตรวจราคาสินค้าสนามบินช่วงสงกรานต์ ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ

เอาจริง! กรมการค้าภายใน จี้ ตรวจสอบราคาสินค้าในสนามบินช่วงสงกรานต์ ฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้บริการโดยสารเครื่องบินเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่จะฉวยโอกาสจากเทศกาลดังกล่าวในการจำหน่ายสินค้าในราคาที่แพงกว่าปกติ หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า

588369-01

กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในร้านค้าที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา จำนวน 42 ราย พบผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จำนวน 4 ราย ไม่แสดงข้อความ หรือ รายการที่ควบคู่กับราคาจำหน่ายเป็นภาษาไทย จำนวน 3 ราย ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกน้ำดื่ม จำนวน 1 ราย เปรียบเทียบปรับรายละ 6,000 บาท จำนวน 4 ราย ทั้งนี้ กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ ตลอดช่วงเวลาเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ได้ทำการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกน้ำดื่มบรรจุขวด ส่วนใหญ่จำหน่าย 10 บาท เป็นไปตามราคาที่ กรมฯ ขอความร่วมมือ แต่บางร้านแสดงราคาจำหน่ายปลีกเกินกว่ากำหนด เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือ ให้ทางร้านปรับราคาจำหน่ายปลีกลดลงเหลือขวดละ 10 บาท ซึ่งทางร้านยินดีให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ หากพบการกระทำผิดดังกล่าว สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News