จี้ คุมเข้มโชว์เฟอร์ตีนผี สั่งติดกล้องหน้ารถโดยสารสาธารณะ ด่วน!!

คมนาคม สั่ง ขนส่งทางบกคุมเข้มโชว์เฟอร์ตีนผี ต้องติดกล้องซีวีทีวีหน้า ‘รถโดยสารสาธารณะ’ คาดบังคับใช้หลังสงกรานต์

เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตรียมออกประกาศบังคับให้รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท จะต้องติดกล้องซีวีทีวีบริเวณหน้ารถ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบพฤติกรรมคนขับ อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเกิดอุบัติเหตุได้ว่าเกิดจากความประมาทของคนขับหรือไม่

0171

เบื้องต้นทางขนส่งทางบก จะหารือร่วมกับบริษัทประกันภัย เพื่อขอความร่วมมือให้ลดเบี้ยประกันภัยเป็นกรณีพิเศษแก่รถโดยสารที่มีการติดตั้งกล้องเพื่อสร้างแรงจูงใจ คาดว่าจะสามารถออประกาศบังคับใช้หลังเทศกาลสงกรานต์ ส่วนอนาคตจะบังคับให้รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และทุกคัน ติดตั้งกล่องซีดีบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ของรถโดยสารสาธารณะ เหมือนกับกล่องดำของเครื่องบินตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เบื้องต้นกล่องอาจจะมีระบบส่งเสียงเตือนด้วยหากพบว่าคนขับขับรถเกินกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อให้จอดพัก โดยผู้ขับขี่แต่ละคนจะต้องมีบัตรประจำตัวผู้ขับขี่เอาไว้ใช้สำหรับรูดที่กล่อง คล้ายๆกับเครื่องรูดบัตรเครดิตก่อนที่จะขับรถทุกครั้ง ถ้าไม่รูดบัตรรถจะไม่สตาร์ทและขับออกไปได้

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

โผล่อีก! โชเฟอร์แท็กซี่ควักกระปู๋โชว์ช่วยตัวเอง กลางวันแสกๆ

โผล่อีก! สาวนั่งแท็กซี่ไปงานกาชาดคนเดียว เจอโชเฟอร์แท็กซี่ควักกระปู๋โชว์ช่วยตัวเอง กลางวันแสก

กลายเป็นเรื่องราวฮือฮาในโลกออนไลน์อีกแล้ว สำหรับวีรกรรมของโชเฟอร์แท็กซี่ที่ช่วยตัวเองในรถ ขณะมีผู้โดยสาร ในเวลากลางวันแสกๆ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Nawarat Punyaratchatapreeda ได้โพสต์ภาพถ่ายจากด้านหลังรถแท็กซี่ เผยให้เห็นคนขับกำลังช่วยตัวเองขณะขับรถ พร้อมข้อความระบุว่า

นั่งแท็กซี่มางานกาชาดคนเดียว เจอแท็กซี่ป้ายทะเบียน_ ตอนแรกนั่งมามันก็ชวนคุยนั่นนี่ปกติ เอะใจละ ทำไมมันไม่มีชื่อ ไม่มีรูปนามสกุล เราก็ไม่ค่อยตอบนั่งหันหน้าไปนอกหน้าต่าง สักพัก เราหันไปเว้ย แท็กซี่ชักว่าวตัวเอง เราด้วยความตกใจ กดมือถือถ่ายรูปแม่งเลย ถ่ายวีดีโอไว้ด้วย ถ่ายเสร็จบอกให้มันจอดตรงนี้ โชคดีมากที่มันจอดข้างสายตรวจเลย ลงจากรถ เราเลยวิ่งไปหาพี่ตำรวจ ตอนนี้พี่ตำรวจขับมอไซต์ตามมันไปคันหนึ่ง ส่วนเรากำลังจะไปแจ้งความที่สน.ดุสิต ไม่ปล่อยหรอก ภัยสังคม เดี๋ยวไปทำกะคนอื่นอีก

To.บักปู๋เล็ก ถึงแม้ว่าเบอร์จะโทรไม่ติด ไม่สามารถมาขอโทษเราที่สน.วันนี้ได้ แต่รู้ไว้นะ เขาจะตามถึงบ้านว่ะ ถ้าบริสุทธิ์จริงก็มาให้การตามหมายเรียกละกัน ขอบคุณพี่สายตรวจที่งานกาชาด และพี่ตำรวจ สน.ดุสิตมากๆ ที่รับแจ้งความ และจะออกหมายเรียกตามเรื่องให้ถึงที่สุด!

นอกจากนี้ เพจดังอย่าง Drama-addict ก็แชร์เรื่องราวดังกล่าวในเพจ พร้อมทั้งข้อความเตือนภัย ระบุว่า “ข่าวเตือนภัยจากทางบ้าน อันนี้ จขกท เธอนั่งรถแท็กซี่ไปงานกาชาด ระหว่างทาง แท็กซี่งัดกระจู๋ออกมาสาวหนอนกันจะๆ เลยว่ะครับ และ จขกท เธอก็ถ่ายภาพแบบเห็นหัวดอของคนขับแท็กซี่มาด้วย เห็นว่าทางตำรวจกำลังตามหาตัวคนร้ายอยู่ สาวๆ คนไหนเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ที่สำคัญ อย่าลืมถ่ายภาพ ถ่ายคลิป และถ่ายเบอร์ป้ายทะเบียนรถ หรือใบอนุญาตขับขี่ของคนขับมาด้วยนะ ตำรวจจะได้ทำงานสะดวกๆ”

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่อจำนวนมาก หวังเตือนภัยให้ระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์โชเฟอร์เเท็กซี่คนดังกล่าวอีกด้วย

ภาพจาก Nawarat Punyaratchatapreeda

MThai News

แจ้งจับ! หนุ่มธนาคารยิงหมาคอทะลุ

ยายวัย 71 ปี แจ้งความสุนัขที่เลี้ยงไว้ถูกยิงจนทะลุลำคอ คาดเป็นฝีมือเพื่อนบ้าน หลังเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.หญิงนาลิน ปรีชาชาญ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุเพื่อนบ้านใช้อาวุธปืนยิงสุนัขของนางแนบ อินทเรือง 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพบสุนัขพันธุ์ผสม สีขาว ชื่อ “ น้องเดียว ” อายุ 6 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 เข้าที่โคนขาขวาหน้าทะลุลำคอด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีชาวบ้านพยายามที่จะช่วยเยื้อชีวิต

ยิงหมา

ทางด้าน นางแนบ เจ้าของสุนัข “ น้องเดียว ” กล่าวว่า ปกติน้องเดียว เป็นสุนัขที่เชื่อง ไม่ดุร้าย แสนรู้ ไม่เคยกัดใครแต่มักจะส่งเสียงเห่ากรรโชกผู้คนแปลกหน้าเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุสุนัขน้องเดียวและสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 3 ตัวพร้อมหลานๆ อายุ 8-12 ปี ได้วิ่งเล่นอยู่บนถนนบริเวณหน้าบ้านของนายชัยวัฒน์ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 เมตร จนกระทั้งเด็ก ๆ ชวนกันกลับเข้ามาในบริเวณบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับเสียงร้องของสุนัขน้องเดียว ตรวจสอบพบว่าสุนัขน้องเดียวถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะที่นายธำรงค์ บุตรชายของนางแนบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายชัยวัฒน์ เพื่อนบ้านเคยใช้อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยิงสุนัขน้องเดียวหมาน้องเดียว บริเวณขาหลังด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว ตนและญาติ ๆ ได้นำสุนัขน้องเดียวไปรักษาที่คลินิกสัตว์แพทย์แห่งหนึ่ง ทำให้สนุขน้องเดียวรอดตาย แต่ครั้งนี้คาดว่านายชัยวัฒน์ ได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงสุนัขน้องเดียวเป็นครั้งที่ 2

ด้าน ร.ต.อ.หญิง นาลิน ปรีชาชาญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่าในทางคดีแม้ฝ่ายผู้เสียหายและพยานจะระบุตัวมือปืนแน่ชัด แต่ถือว่านายชัยวัฒน์ ยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น หลังจากนี้จะเชิญฝ่ายเจ้าของสุนัขและพยานมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม และออกหมายเรียกตัวนายชัยวัฒน์ เพื่อสอบสวนปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายชัยวัฒน์ ตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News