สื่อนอกเหน็บไทย สร้างวัฒนธรรมการ ‘ขืนใจ’ ตามสไตล์ ‘ละครน้ำเน่า’

แห่แชร์ บทความจากต่างประเทศ เขียนเรื่องราวเหน็บละครไทย สร้างวัฒนธรรมการ ‘ขืนใจ’ ตามสไตล์ ‘ละครหลังข่าว’

ละครน้ำเน่า,ข่มขืน,ล่วงละเมิดทางเพศ

เกิดการแชร์บทความจากต่างประเทศ ผ่านเพจดังหลายเพจ ซึ่งเขียนไว้ในเว็บไซต์ undertheropes.com เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยชื่อ Rape Culture in Thailand (วัฒนธรรมการข่มขืนในประเทศไทย) ซึ่งเกิดจากกรณีที่มีคนไทย ซึ่งเป็นคนใกล้ตัวของผู้เขียน นำเรื่องการข่มขืน มาพูดเล่น หยอกล้อ กันเป็นเรื่องสนุก แต่การกระทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่’ไม่ตลก’ สำหรับฝรั่งเอาเสียเลย

เนื้อหาระบุว่า คนไทยนิยมใช้ศัพท์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ คือคำว่า ปล้ำ และ ข่มขืน ซึ่งเป็นการระบุถึงกริยา การถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้เขียนได้แสดงความคิดเห็นว่า มันดูไร้สาระที่มีการแยกประเภทการกระทำชำเราเป็นสองแบบ

การก่ออาชญากรรมทางเพศ ถือเป็นความผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่กลับมาการใช้ศัพท์คำว่าปล้ำ ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเชิงซับซ้อน เพราะมันสื่อให้เห็นถึงความรุนแรง (อาทิ ฉากพระเอกข่มขืนนางเอกเพราะอาจจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความเกลียดชัง หรือต้องการแก้แค้น) แต่เหยื่อกลับลงเอยด้วยการมีความสัมพันธ์กับผู้ก่อเหตุข่มขืน ตามที่ปรากฏอยู่ในละครไทยมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะบทบาทของตัวละครในเรื่อง หรืออาจเป็นเพราะชายผู้ก่อเหตุข่มขืนเกิดความรู้สึกผิดและอยากดูแลฝ่ายหญิงซึ่งเป็นเหยื่อหลังจากลงมือก่อเหตุ

บรรทัดฐานทางเพศทางในวัฒนธรรมไทย ที่สะท้อนออกมาจากละคร ภาพยนตร์ ที่ระบุว่า เหยื่อข่มขืน สามารถยอมรับการกระทำของผู้ก่อเหตุ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือฉากบางฉาก เนื้อเรื่องบางตอน ของละครไทย ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายเป็นผู้กำหนดบทลงโทษ หากฝ่ายหญิงทำดี ผู้ชายจะแสดงความรักที่มีต่อเธอ แต่หากผู้หญิงร้ายขึ้นมา ผู้ชายก็สามารถจะลงโทษผู้หญิงได้ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่า เหยื่อข่มขืน กำลังตกเป็นจำเลยสังคม เพราะสื่อมีเนื้อหาที่ตำหนิเหยื่อ มากกว่าผู้ลงมือกระทำผิด

พร้อมกันนี้ ได้มีการยกตัวอย่างละครไทยเรื่องหนึ่ง ที่ในตอนแรกมีพระเอกพยายามล่วงละเมิดทางเพศตัวละครหญิงอย่างไม่เต็มใจ แต่จากนั้น ฝ่ายนางเอกกลับลำยินยอมพระเอกแต่โดยดี จากนั้นภาพได้ตัดไปที่ฉากโรแมนติก ซึ่งภาพด้านหลังแสดงให้เห็นทะเลสาบที่สวยงาม พร้อมทั้งยกตัวอย่างละครดังหลายเรื่องที่สื่อให้เห็นว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในเรื่อง แต่กลับจบลงด้วยดี คือทั้งคู่กลับรักกันในตอนท้าย

ซึ่งฉากเหล่านี้ ที่เป็นดีเอ็นเอฝังอยู่ในละครไทย หาชมได้ง่ายดายผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า เยาวชนและชายหญิง สามารถเสพสื่อเหล่านี้ได้ไม่ยาก อาจเกิดการซึมซับให้ ผู้หญิงยอมจำนนต่อความรุนแรงทางเพศ

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษา ในปี2557 พบว่า ละครไทยมากกว่า 80%ที่ออกอากาศตลอดทั้งปี มีฉากข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศอยู่ด้วย จนทำให้ การข่มขืนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ปกติ

โดยในประเทศไทย เคยมีคดีสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืน ปรากฏบนหน้าสื่อต่าง ๆ หลายครั้ง ทั้งยังมีความรุนแรงทางเพศในประเทศ ซึ่งการขัดเกลาทางสังคม บ่มเพาะให้เกิดทัศนคติต่อการล่วงละเมิดทางเพศที่ย้อนแย้ง แม้จะมีกฎหมายมาคุ้มครองเหยื่อ แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ไข หาใช่การป้องกันปัญหา

ที่มา  undertheropes.com

‘เนติวิทย์’ ถามกองทัพ ‘เกณฑ์ทหาร’ จำเป็นแค่ไหน ?

‘เนติวิทย์’ ถามกองทัพ ‘เกณฑ์ทหาร’ จำเป็นแค่ไหน การรับใช้ชาติต้องเป็นทหารเพียงอย่างเดียวหรือ ?

เรียกว่ากำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้เลยก็ว่าได้กับการเกณฑ์ทหาร ที่ปีนี้เกิดดราม่าอย่างมากมายตั้งแต่กรณีพระเอกหนุ่ม ‘ไมค์ พิรัชต์’ ที่รอดทหารเพราะโรคยอดฮิตอย่าง ‘หอบ หืด’ ที่น่าแปลกใจว่าทำไมไม่ยื่นเรื่องตั้งแต่ปีแรก ลามมาถึงกรณีหนุ่ม ‘ชิน ชินวุฒ’ ที่น้ำตาแตก เนื่องจากไม่ทันตั้งตัว พร้อมทั้งเป็นห่วงพ่อแม่และน้องสาว จนกลายเป็นที่พูดถึงทั่วโลกออนไลน์

ล่าสุด (4 เม.ย. 59) นายเนติวิทย์ โชติไพศาล นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ก็ได้ออกมาโพสต์ถามถึงกรณีดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 7 ข้อ ตามคำพูดของหนุ่ม ชิน ชินวุฒ ถึงกองทัพไทยว่า การรับใช้ชาตินั้นจำเป็นแค่ไหนที่ต้องเป็นทหารเพียงอย่างเดียว และการเกณฑ์ทหารจำเป็นแค่ไหน

9

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยบางกลุ่มก็เห็นด้วยกับแนวคิดของ เนติวิทย์ พร้อมบอกให้ทุกคนเปิดกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ แต่บางส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยมองว่า แล้วคนที่เป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ตอนนี้ คนเหล่านั้นเขาถนัดหรือ ทุกคนต้องเสียสละเพื่อชาติ

MThai News

ชัยนาทแล้งหนัก ผู้เลี้ยงปลากระชังหยุดกิจการ 200 ราย

ปัญหาภัยแล้งใน จ.ชัยนาท ยังวิกฤตหลังผู้ประกอบการเลี้ยงปลากระชังหยุดกิจการแล้วกว่า 200 ราย ประสบปัญหาปลาตายและติดโรค

วันนี้ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาวะภัยแล้งที่กำลังลุกลามและทวีความรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน ทำให้น้ำในแม่น้ำน้อยลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ในพื้นที่ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้ตัดสินใจเลิกกิจการไปแล้วกว่า 200 ราย

vs160405-003

จากการตรวจสอบบริเวณแม่น้ำน้อยความยาวกว่า 20 ก.ม. ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาใน อ.สรรพยา เรื่อยลงมาจนถึงพื้นที่ อ.สรรคบุรี ระยะทาง 20 ก.ม.มีระดับน้ำที่ลดต่ำลงกว่า 30 ซ.ม.จากสัปดาห์ก่อน ในบางช่วงเหลือระดับน้ำเพียง 1 เมตรซึ่งเป็นระดับที่ก้นกระชังเลี้ยงปลาของเกษตรกรจะอยู่ต่ำจนกองติดกับท้องแม่น้ำ

ซึ่งมีผลให้ออกซิเจนในน้ำเจือจาง ทำให้ปลาตายและเกิดโรค สร้างผลกระทบให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังจำนวนกว่า 200 ราย จำเป็นตัดสินใจเลิกกิจการ เพราะทนสภาวะขาดทุนจากปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงในปัจจุบันไหม่ไหว

โดยนายวิทยา ปรีชพันธ์ ผู้เลี้ยงปลากระชัง ในแม่น้ำน้อยกล่าวว่าปัจจุบันน้ำลดลงต่ำมาก จนเกษตรกรไม่สามารถช่วยตัวเองได้ จำเป็นต้องเลิกกิจการเพราะขาดทุน ส่วนในรายที่ทนเลี้ยงอยู่ได้ ก็เพราะมีกระชังอยู่ในบริเวณที่น้ำยังมีความลึกเพียงพอ แต่ถ้าหากสถานการณ์ภัยแล้งยังไม่ยุติ จนระดับน้ำในแม่น้ำน้อยลดต่ำลงไปมากกว่านี้ ประกอบกับช่วงเดินเมษายนที่อากาศจะร้อนที่สุดของปี ที่จะยิ่งทำให้ปลาน็อกตายมากขึ้น เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังอีก 300 รายที่เหลือ ก็คงจะต้องเลิกกิจการตามไปด้วย

vs160405-001

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News