ภาพว่อนเน็ต ขณะผู้บริหารบริษัทไอศกรีมเก่าแก่ของญี่ปุ่น พร้อมใจกันโค้งคำนับขอความเห็นใจ หลังเตรียมปรับขึ้นราคาอีก 10 เยน ราว 3 บาท เหตุประสบภาวะเศรษฐกิจวัตถุดิบแพง และไม่ได้ปรับนานถึง 25 ปี
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @JapanSalaryman ได้มีการเผยแพร่ภาพข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่น ที่เผยให้เห็นภาพของผู้บริหารทุกระดับชั้นของบริษัทผู้ผลิตไอศกรีมบริษัทหนึ่งที่พร้อมใจกันเข้าแถวหน้ากรดานก่อนจะโค้งคำนับขอความเห็นใจเพื่อจะปรับขึ้นราคาไอศกรีมที่ผลิต โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า ขอเพิ่มราคาไอติมแค่ 10 เยน (3 บาท) ทำกันถึงขนาดนี้!

คงไม่มีข้อความอะไรสื่อสารได้ดีเท่าภาพๆ นี้ นี่คือเรื่องจริงของบริษัทผู้ผลิตไอศกรีมรายใหญ่ในญี่ปุ่น Akagi Nyugyo สินค้าที่ขายดีที่สุดของบริษัทนี้คือ ไอศกรีมหวานเย็นภายใต้ชื่อยี่ห้อว่า “การิ การิ คุง” (มีนำเข้ามาขายที่ไทยให้เห็นบ้างแล้วนะครับ)
ไอศกรีมยี่ห้อนี้ถือว่าเป็นไอศกรีมเก่าแก่สำหรับคนญี่ปุ่น เริ่มออกมาขายตั้งแต่ปี 2524 (35 ปีมาแล้ว) ตอนนั้นตั้งราคาไว้ถูกมากแค่ 50 เยนเอง (ประมาณ 15 บาท) 10 ปีให้หลังขึ้นราคานิดหน่อยปรับเป็น 60 เยน แล้วกว่าจะขึ้นอีกครั้งก็คือต้นปีที่ผ่านมาครับ
บริษัทอดทนไม่ปรับราคาขึ้นมานานถึง 25 ปี ทั้งๆ ที่บริษัทต้องรับภาระค่าแรงและราคาวัตถุดิบที่แพงมากขึ้น เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน ต้นทุนไม้ไอศกรีมสูงขึ้นถึง 90% ต้นทุนน้ำผลไม้ที่เป็นส่วนผสมหลักของไอติมก็สูงขึ้นกว่า 40% แต่บริษัทขอขึ้นราคาจาก 60 เยน เป็น 70 เยนเอง
แค่ 10 เยนเองครับ ในรอบ 25 ปี
แต่ที่รู้สึกพีคยิ่งกว่าคือการสื่อสารเรื่องขอเพิ่มราคานี่แหละครับ ผู้บริหารและพนักงานก้มหัวขอความเห็นใจลูกค้าอย่างพร้อมเพรียงกัน 10 เยนที่ขึ้นไปมันไม่มีผลอะไรเลย เมื่อเทียบกับความรู้สึกจริงใจที่ผู้ผลิตอยากมอบให้ผู้บริโภคจริงๆครับ เห็นอย่างนี้แล้วอยากซื้อกินอีกหลายๆ แท่ง
ไอศกรีม การิ การิ คุง
JapanSalaryman
(ผู้เขียนหนังสือ Bestseller JapanSalaryman เป็นได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน)
photo credit : จาก twitter lv_crocus
ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของผู้บริหารของบริษัทไอศกรีมดังกล่าว ที่พร้อมใจกันออกมาขอความเห็นใจผู้บริโภคที่จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคา ไม่เหมือนกับเมืองไทยที่คิดจะปรับขึ้นก็ทำโดยทันที ขณะเดียวกันมีคนเข้าไปชื่นชมว่าคนในประเทศนี้เป็นประเทศที่น่าน่าเอาเป็นแบบอย่างเหมือนเช่นเคย
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News