พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องในวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชน พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระองค์ พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนให้ร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล ตาม “โครงการปณิธานความดีปีมหามงคล ทำดี เริ่มได้ ที่ใจเรา” อีกทั้ง ในปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา และในปีถัดไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา เพื่อถวายเป็นของขวัญ และแสดงถึงพลังแห่งความรัก และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรไทยจากทั่วทุกภูมิภาคถวายแด่ทุกพระองค์

นายกฯตั้งเป้าทุกกิจการรีไซเคิลน้ำ30%
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า ในการสร้างความเข้มแข็งทั้งทางด้านเศรษฐกิจด้วยกลไกประชารัฐนั้น สามารถดำเนินการได้โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ ที่เริ่มจากประชาชน แต่ต้องช่วยแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อมของตนด้วย โดยใช้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรตามโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท และกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านมาเสริมกัน โดยทุกคนต้องสร้างความเข้มแข็งด้วยเงินที่ตนเองมีอยู่ อย่างพอเพียง ทั้งนี้ หลายชุมชนนำไปสร้างร้านค้าชุมชนทำให้เกิดกำไรและการหมุนเวียนรายได้ มีการนำไปลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกิจการ เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งก็นับเป็นพื้นฐานของวิสาหกิจเพื่อสังคม
ทั้งนี้ ในอนาคตวิสาหกิจเพื่อสังคมในแต่ละพื้นที่เหล่านี้ จะต้องรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็ง โดยมีหน่วยงานรัฐคอยให้การสนับสนุนตามแนวทางประชารัฐ แล้วยกระดับกลุ่มวิสาหกิจให้เป็นศูนย์ธุรกิจเฉพาะด้าน ซึ่งรัฐบาลขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบต่างๆ อาทิ การลงทุนร่วม บริจาคเงิน/ทรัพย์สิน ซึ่งรัฐบาลก็จะพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ ขณะนี้กำลังให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับกลุ่มธุรกิจ ที่ปรึกษา ลงไปพิจารณาดำเนินการที่ จ.ภูเก็ต ก่อน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ต้องทำให้คนไทยทุกคนรู้คุณค่าของน้ำมากกว่าเดิม ทั้งนี้ต้องเตรียมการในเรื่องของการจัดทำโครงการรีไซเคิลน้ำที่ใช้แล้ว เราน่าจะต้องเริ่มต้นในปีนี้ให้ได้ สามารถจะมีการรีไซเคิลน้ำให้ได้ประมาณ 20-30% ในทุกกิจการ ซึ่งวันนี้ทางฝ่ายอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม ก็ทำอยู่เพื่อจะเอาน้ำที่ปรับปรุงแล้ว ออกมาใช้งานในด้านอื่นๆ ให้ได้ อย่างน้อยก็ทุเลา หรือบรรเทาความขาดแคลนน้ำไปได้บ้าง แต่ต้องเป็นน้ำที่บริสุทธิ์และสะอาดแล้ว
นายกฯประณามกลุ่มก่อการร้ายปากีสถาน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า วันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็น “วันข้าราชการพลเรือน” เพราะฉะนั้น ข้าราชการต้องมีจิตสำนึกที่ดี ประพฤติดี ที่เรียกว่า “ธรรมาภิบาล” ซึ่งพร้อมขอให้ข้าราชการทุกคน ใช้ยุทธศาสตร์พัฒนา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “หลักการทรงงาน 23 ประการ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางในการทำงาน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการก่อการร้าย ณ เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย ขอประณามการกระทำครั้งนี้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกประเทศ เพื่อต่อต้านเครือข่ายการก่อการร้าย และการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง หรือเป้าหมายก็ตาม ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง และทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับมาตรการการรักษาความปลอดภัย ทั้งสถานที่มีการชุมนุมกันของคนหมู่มาก เช่น สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ โดยขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที
ส่วนเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น แม้ว่าผลสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยในปี 2558 ดีที่สุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา และองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ จัดลำดับประเทศไทย มีความโปร่งใส ขยับขึ้นจากเดิม 9 อันดับ โดยเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ก็ตาม แต่รัฐบาล ไม่นิ่งนอนใจ ได้กำหนดให้การปราบปรามการทุจริตเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน ซึ่งการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ยั่งยืน จำเป็นต้อง “สร้างจิตสำนึก” ในการต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบ
นายกฯชี้เรียกมาปรับทัศนคติเพราะเจตนาไม่บริสุทธิ์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า วันนี้เรื่องความมีเสถียรภาพทางการเมืองดีขึ้น มีความสงบสุข ทั้งนี้ อธิบายในเรื่องของสิทธิมนุษยชนได้ ไม่เคยไปทำร้ายคนต่างๆ เหล่านั้น หากผิดจริงตามกฎหมายก็ต้องส่งดำเนินคดี และถ้ายังไม่ชัดเจน เข้าใจผิด ก็เรียกมาพูดคุย แต่หลายคนก็พูดหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจ แสดงว่าไม่มีเจตนาอันบริสุทธิ์ ในการจะวิพากษ์วิจารณ์ ก็จำเป็นต้องตักเตือน แต่ คสช. นั้น ไม่ได้หมายความว่าพูดไม่ได้เลย พร้อมระบุว่า มีไม่กี่คนที่ออกมาเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตย เรื่องสิทธิมนุษยชน และเรื่องที่บิดเบือนทั้งหมด โดยขอให้สังคมแยกแยะ ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะออกมา และขอประชาชนออกไปลงประชามติให้มากที่สุด ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถสั่งได้ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเป็นหน้าที่ของประชาชน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เรื่องน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นปัญหามากที่สุด เพราะฝนตกน้อยลง และระบบการกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ จึงไม่มีน้ำต้นทุน พร้อมต้องทำให้คนไทยทุกคนรู้คุณค่าของน้ำมากกว่าเดิม รวมถึงต้องเตรียมเรื่องของการจัดทำโครงการรีไซเคิลน้ำที่ใช้แล้ว ที่จะเริ่มต้นในปีนี้ พร้อมกล่าวว่า ช่วงนี้มีพายุฤดร้อน ให้ช่วยกันตรวจสถานที่ต่างๆ ทั้งป้ายโฆษณา บ้านเรือน และเตรียมแหล่งน้ำรองรับให้เหมาะสม ให้พร้อมเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด
พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ในเรื่องการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด และเมาแล้วขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดการสูญเสีย
ที่มา inn
ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com


