แฟนเพจ ทนายคู่ใจ โพสต์แนะ 8 วิธีเอาตัวรอดจากตำรวจนอกกฎหมาย
จากกรณีที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ได้ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ตามที่ทาง MThai News ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
คลิ๊กอ่านข่าว >>> 3 อดีตตำรวจแถลงปมทำร้าย น.ศ. ชี้มีหลักฐานชัดเจน
คลิ๊กอ่านข่าว >>> 3 ตร.แจ้งความกลับ ‘นศ.ราชภัฎ’ ขับรถชนแล้วหนี
วันนี้ (1 เม.ย.) คดีดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนบนโลกออนไลน์ ล่าสุดแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้มีการโพสต์ข้อความแนะแนวทางเอาตัวรอด หากต้องพบเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกแถว

ข้อความที่ทางแฟนเพจระบุดังนี้ … ‘วิธีเอาตัวรอดจากตำรวจนอกกฎหมาย’
1.ตั้งสติ โทรหาเพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่หรือทนายความ(ที่รู้จัก) ถ้ามีโอกาสเพื่อให้ตำรวจหรือคนร้ายรู้ว่า ถ้าลงมือหนักกว่านี้เรื่องไม่เงียบแน่
2.พยายามถ่ายคลิปวิดีโอจากมือถือให้ได้ และถ้าตำรวจหรือคนร้ายจะมาหักหรือลบข้อมูลในมือถือ โดยอ้างกฎหมายอันนี้ทำไม่ได้ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ อย่าหลงเชื่อว่ามีกฎหมายห้ามถ่ายคลิปตำรวจแต่การเผยแพร่ต่อจะผิดหรือไม่นั้นต้องดูอีกทีนะ นี่แค่ถ่ายและต้องถ่ายเพราะเราเป็นคู่กรณีโดยตรงมีสิทธิปกป้องชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินเราตามรัฐธรรมนูญ
3.รวบรวมความกล้าสอบถามชื่อตำรวจหรือคนร้ายว่าสังกัดไหนหน่วยงานไหนแน่ ถ้าไม่บอกก็อย่าไปแหย่เดี๋ยวจะซวยเหมือนน้องนักศึกษาพิษณุโลก
4.พยายามจดจำรายละเอียดของตำรวจหรือคนร้ายให้ได้ว่ามีรูปพรรณสัณฐานอย่างไร ใส่เสื้อสีอะไร เสียงพูดจาอย่างไร ใช้รถยนต์ยี่ห้อไหนสีอะไร แผ่นป้ายทะเบียนอะไร (ถึงจะปลอมมาสืบสวนคดีก็ช่างมัน ในทางสืบสวนของตำรวจเขาก็ยังตามเช็คกันได้)
5.เมื่อผ่านพ้นไปแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ก็ปรึกษาญาติพี่น้อง ผมเน้นเรื่องการปรึกษาก่อนนะเนื่องจากว่าหัวเดียวกระเทียมลีบนี่จะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียว เรื่องระดับนี้ต้องปรึกษาญาติผู้ใหญ่ บางทีเพื่อนก็อาจจะช่วยอะไรได้ไม่มาก ถ้ายังมีแต่เด็ก ๆ หรือวุฒิภาวะน้อย จะปรึกษาทางทนายคู่ใจก็ยินดีว่าจะทำอย่างไร
6.รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางท้องที่ ๆ เกิดเหตุ ถ้าไม่กล้าให้ไปยื่นที่ผู้การจังหวัดนั้น ๆ เช่นถ้าเหตุเกิดที่พิษณุโลกก็ไปร้องเรียนที่ท่านผู้การที่ดูแลตำรวจในพิษณุโลก เพื่อให้ท่านชี้แนะและสั่งการลูกน้องไว้ เวลาเราย้อนกลับมาแจ้งความหรือสอบปากคำจะได้มีตำรวจดี ๆ รับรู้ ไม่ใช่ไปแจ้งแล้วหายไปเลย หายไปไหนไม่รู้
7.เดี๋ยวนี้กระแสโซเซียลมันแรงพยายามส่งเรื่องต่อ ๆ กัน ถ้ามีคลิปจะดีมาก ถ้าไม่มีอย่างน้อยควรมีรูปภาพ อย่าไปกลัวว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท เพราะเรามีสิทธิพูดนี่เป็นเรื่องของภัยสังคม ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษในคดีหมิ่นประมาทได้ มันเป็นประโยชน์สาธารณะที่จะทำให้ตำรวจหรือคนร้ายกลุ่มนี้ไม่ไปทำร้ายคนอื่นต่อ
8. นอกจากแจ้งความดำเนินคดีอาญาแล้ว อย่าลืมทำเป็นหนังสือยื่นสอบสวนวินัยราชการตำรวจหรือคนร้ายด้วย ตำรวจไม่ค่อยกลัวคดีอาญาหรอก แต่กลัวเรื่องโทษทางวินัยเพราะถ้าผิดผู้บังคับบัญชาเขาสั่งออกจากราชการระหว่างสอบสวนได้เลย แบบกรณี 3 ตำรวจพิษณุโลก อย่าพลาดขั้นตอนนี้เด็ดขาด
MThai News
ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ