ขายหน้า ! คณะผู้แทนไทย ยิงมุขล้อความพิการกลางวงหารือคุณภาพชีวิตคนพิการ

ไม่ตลกแถมขายขี้หน้า หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาความมั่นคงสังคมและมนุษย์ ยิงมุขล้อความพิการของเพื่อนในทีม กลางวงประชุมคุณภาพชีวิตคนพิการระดับนานาชาติ

วันนี้ (1 เม.ย. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Nat Varoth ได้โพสต์ภาพข้อความที่ระบุว่า เป็นบรรยายกาศในการประชุมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการระดับนานาชาติ แต่ดันเกิดเรื่องขายขี้หน้ากลางวงประชุม เมื่อปลัดกระทรวงพัฒนาความมั่นคงสังคมและมนุษย์ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ยิงมุขตลกล้อความพิการใส่น้องผู้หญิงในทีมที่พิการตัวแคระ ก่อนนั่งหัวเราะกัน ขณะที่คนอื่น ๆ ต่างเงียบ

1

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ตำหนิสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะความพิการไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาล้อเล่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือใครก็ตาม ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริง คณะผู้แทนไทยกลุ่มนี้ควรพิจารณาตนเอง แต่อีกด้านกลับมองว่า อย่าเพิ่งรีบตัดสินรอฟังความอีกข้างก่อนดีกว่าว่าจริงเท็จเป็นอย่างไร ใช่อย่างที่แชร์กันมาหรือไม่

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก Nat Varoth

MThai News

เพจทนายแนะ 8 วิธีเอาตัวรอด จากตำรวจนอกกฎหมาย

แฟนเพจ ทนายคู่ใจ โพสต์แนะ 8 วิธีเอาตัวรอดจากตำรวจนอกกฎหมาย 

จากกรณีที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ได้ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ตามที่ทาง MThai News ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คลิ๊กอ่านข่าว >>> 3 อดีตตำรวจแถลงปมทำร้าย น.ศ. ชี้มีหลักฐานชัดเจน

คลิ๊กอ่านข่าว >>> 3 ตร.แจ้งความกลับ ‘นศ.ราชภัฎ’ ขับรถชนแล้วหนี

วันนี้ (1 เม.ย.) คดีดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนบนโลกออนไลน์ ล่าสุดแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้มีการโพสต์ข้อความแนะแนวทางเอาตัวรอด หากต้องพบเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกแถว

12928361_1054203364620677_7476990476700442477_n

ข้อความที่ทางแฟนเพจระบุดังนี้ … ‘วิธีเอาตัวรอดจากตำรวจนอกกฎหมาย’

1.ตั้งสติ โทรหาเพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่หรือทนายความ(ที่รู้จัก) ถ้ามีโอกาสเพื่อให้ตำรวจหรือคนร้ายรู้ว่า ถ้าลงมือหนักกว่านี้เรื่องไม่เงียบแน่

2.พยายามถ่ายคลิปวิดีโอจากมือถือให้ได้ และถ้าตำรวจหรือคนร้ายจะมาหักหรือลบข้อมูลในมือถือ โดยอ้างกฎหมายอันนี้ทำไม่ได้ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ อย่าหลงเชื่อว่ามีกฎหมายห้ามถ่ายคลิปตำรวจแต่การเผยแพร่ต่อจะผิดหรือไม่นั้นต้องดูอีกทีนะ นี่แค่ถ่ายและต้องถ่ายเพราะเราเป็นคู่กรณีโดยตรงมีสิทธิปกป้องชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินเราตามรัฐธรรมนูญ

3.รวบรวมความกล้าสอบถามชื่อตำรวจหรือคนร้ายว่าสังกัดไหนหน่วยงานไหนแน่ ถ้าไม่บอกก็อย่าไปแหย่เดี๋ยวจะซวยเหมือนน้องนักศึกษาพิษณุโลก

4.พยายามจดจำรายละเอียดของตำรวจหรือคนร้ายให้ได้ว่ามีรูปพรรณสัณฐานอย่างไร ใส่เสื้อสีอะไร เสียงพูดจาอย่างไร ใช้รถยนต์ยี่ห้อไหนสีอะไร แผ่นป้ายทะเบียนอะไร (ถึงจะปลอมมาสืบสวนคดีก็ช่างมัน ในทางสืบสวนของตำรวจเขาก็ยังตามเช็คกันได้)

5.เมื่อผ่านพ้นไปแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ก็ปรึกษาญาติพี่น้อง ผมเน้นเรื่องการปรึกษาก่อนนะเนื่องจากว่าหัวเดียวกระเทียมลีบนี่จะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียว เรื่องระดับนี้ต้องปรึกษาญาติผู้ใหญ่ บางทีเพื่อนก็อาจจะช่วยอะไรได้ไม่มาก ถ้ายังมีแต่เด็ก ๆ หรือวุฒิภาวะน้อย จะปรึกษาทางทนายคู่ใจก็ยินดีว่าจะทำอย่างไร

6.รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางท้องที่ ๆ เกิดเหตุ ถ้าไม่กล้าให้ไปยื่นที่ผู้การจังหวัดนั้น ๆ เช่นถ้าเหตุเกิดที่พิษณุโลกก็ไปร้องเรียนที่ท่านผู้การที่ดูแลตำรวจในพิษณุโลก เพื่อให้ท่านชี้แนะและสั่งการลูกน้องไว้ เวลาเราย้อนกลับมาแจ้งความหรือสอบปากคำจะได้มีตำรวจดี ๆ รับรู้ ไม่ใช่ไปแจ้งแล้วหายไปเลย หายไปไหนไม่รู้

7.เดี๋ยวนี้กระแสโซเซียลมันแรงพยายามส่งเรื่องต่อ ๆ กัน ถ้ามีคลิปจะดีมาก ถ้าไม่มีอย่างน้อยควรมีรูปภาพ อย่าไปกลัวว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท เพราะเรามีสิทธิพูดนี่เป็นเรื่องของภัยสังคม ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษในคดีหมิ่นประมาทได้ มันเป็นประโยชน์สาธารณะที่จะทำให้ตำรวจหรือคนร้ายกลุ่มนี้ไม่ไปทำร้ายคนอื่นต่อ

8. นอกจากแจ้งความดำเนินคดีอาญาแล้ว อย่าลืมทำเป็นหนังสือยื่นสอบสวนวินัยราชการตำรวจหรือคนร้ายด้วย ตำรวจไม่ค่อยกลัวคดีอาญาหรอก แต่กลัวเรื่องโทษทางวินัยเพราะถ้าผิดผู้บังคับบัญชาเขาสั่งออกจากราชการระหว่างสอบสวนได้เลย แบบกรณี 3 ตำรวจพิษณุโลก อย่าพลาดขั้นตอนนี้เด็ดขาด

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ

มช. แจงปม นักศึกษาวางหรีดอาลัยต้นไม้ หลังถูกสั่งตัด

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แจงกรณีภาพนักศึกษาวางหรีดอาลัยต้นไม้ว่อนเน็ต หลังถูกสั่งตัด

จากกรณีประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ท่านหนึ่งโพสต์ภาพต้นไม้ บริเวณลานจอดรถคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้มีคนนำป้ายสีดำ ทำเป็นลักษณะคล้ายพวงหรีดไปติด พร้อมข้อความว่า “เมื่อต้นไม้ที่คณะวิจิตรศิลป์จะโดนตัด (หรือถอน) แล้ว ดูเด็กวิจิตรทำ น่าร้าก #ทีมมช.”

ทั้งนี้ ต้นไม้ดังกล่าว อยู่บริเวณปากทางเข้าลานจอดรถจักรยานยนต์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้มีป้ายลักษณะเป็นสีดำ มีการประดับตกแต่งคล้ายพวงหรีดติดอยู่ ป้ายดังกล่าวเขียนว่า “RIP น้องมะม่วงและน้องทองกวาว” ส่วนอีกป้ายมีการเขียนข้อความระบุว่า “คิดถึงจัง ไม่ได้เจอกันแล้ว” รวมทั้งยังมีการนำผ้าจีวรมาผูกติดต้นไม้อีกด้วย ส่วนบริเวณใกล้เคียง พบว่ามีการปิดกั้นสังกะสี เพื่อดำเนินการตามโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าไม่ควรตัดต้นไม้ในภาพ

ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ ปฏิบัติการแทนอธิการบดีในงานฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม มช. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ธีรภัทร วรรณฤมล ปฏิบัติการแทนอธิการบดีในงานฝ่ายสื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มช. ร่วมกันออกแถลงข่าวกรณีการติดป้ายบอกลาต้นไม้ บริเวณข้างคณะวิจิตรศิลป์ และได้มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นที่สนใจในการนี้ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการออกชี้แจงมาตรการโดยการ ให้ล้อมย้ายต้นไม้ นำไปปลูกในบริเวณอื่นที่เหมาะสม หรือตามคำขอของส่วนงานที่อยู่ใกล้เคียง

หากมีต้นไม้ที่มีสภาพทรุดโทรมและต้องการจะขอตัด ต้องขออนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ ก่อน โดยจะทำเฉพาะต้นไม้ที่มีสภาพทรุดโทรมจริงๆ เท่านั้น และหากมีสิ่งก่อสร้างหรือที่หมายสำคัญอันผูกกับความเชื่อแต่โบราณให้ทำพิธีถอนย้ายตามความเชื่อนั้นๆ ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง นอกจากนี้ หากพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ใช้งานอยู่เดิมซึ่งเป็นไปตามภารกิจของมหาวิทยาลัยฯ ให้หาทางทดแทนพื้นที่เดิมด้วยพื้นที่อื่นเพื่อให้การประกอบภารกิจนั้นๆ ให้สามารถดำเนินต่อไปได้หรืออย่างน้อย บรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

ที่มา chiangmainews

MThai News