อันตรายอย่าคิดเล่น! หนุ่มแกล้งเพื่อนโยนลงสระน้ำ หากพลาดเสี่ยงถึงตาย

อันตรายอย่าคิดเล่น! ชาวเน็ตแชร์คลิปหนุ่มแกล้งเพื่อนโยนลงสระน้ำ หากพลาดเสี่ยงถึงตาย 

กลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกแชร์ส่งต่อเป็นอุทาหรณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับคลิปวัยรุ่นแกล้งเพื่อนด้วยการโยนลงน้ำแบบหันหลัง แต่เจ้าตัวดันพลาดท่าหัวกระแทกขอบสระซะเอง ทำเอาหลายคนที่ได้ชมคลิปต่างตกอกตกใจ เข้าใจผิดว่าหนุ่มในคลิปนั้นเสียชีวิตแล้วจากอุบัติเหตุดังกล่าว

ล่าสุด ได้ตรวจสอบคลิปต้นฉบับแล้ว พบว่ามาจากผู้ใช้อินสตาแกรมชื่อ yolaarnandaalenzun ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่งในเมืองพาลังคารายา ประเทศอินโดนีเซีย เผยให้เห็นคลิปฉบับเต็มว่า วัยรุ่นที่ศีรษะกระแทกพื้นไม่ได้เสียชีวิตแต่อย่างใด แถมเพื่อนที่อยู่รอบ ๆ สระยังพากันหัวเราะสนุกสนานอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรลอกเลียนแบบตามคลิปเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ภาพจาก Instagram yolaarnandaalenzun

MThai News

เรื่องเตือนภัย อย่าปล่อยผู้สูงอายุ ไปเปิดบัญชีธนาคารคนเดียว !!

สาวโวยธนาคารดังหลายชื่อ หลังหลอกขายประกันให้คนแก่หวังยอด แนะอย่าปล่อยผู้สูงอายุไปเปิดบัญชีธนาคารคนเดียว ป้องตกเป็นเหยื่อของพนักงานหลอกขายประกัน

สมาชิกเวบไซต์พันทิป “แก้มเปื้อนยิ้ม” ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวเตือนภัยให้ผู้คนพึงระวังเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังประสบเข้ากับเหตุการที่แม่ของเขาถูกพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่ง พยายามยัดเยียดขายประกันชีวิตให้ขณะเข้าไปฝากเงินกับธนาคารเพียงลำพัง

ธนาคาร, ขายประกัน, ประกันชีวิต

โดยเจ้าของกระทู้ได้เผยเรื่องราว ว่า อยากจะเตือนทุกๆ ท่านนะคะ ถ้าไม่จำเป็นอย่าปล่อยผู้สูงอายุไปฝากเงินที่ธนาคารคนเดียว เจอมาหลายครั้งมากจนต้องมาตั้งกระทู้เพื่อขอความเห็นใจจากพนักงานธนาคารผู้ที่ต้องทำยอดประกันชีวิต

เหตุเกิดจาก วันนี้แม่เราซึ่งอายุ 75 ปี แกอยู่ต่างจังหวัด โทรมาคุยกับเรา แล้วบอกว่าแม่ทำประกันไว้นะลูก ถ้าแม่เป็นอะไรไป หนูจะได้เงินก้อน 400,000 บ. ฟังปุ๊บตกใจทันที เพราะแกอายุ 75 และเป็นโรคหัวใจผ่าตัดบายพาสมาแล้ว ที่ไหนจะรับ พอซักรายละเอียด ได้ความว่า…

1. หัวหน้าสาขาเขาบอกว่าทำได้ อายุ 75 เป็นเกณฑ์สูงสุดที่ประกันรับ และไม่ต้องตรวจสุขภาพ

2. ประกันนี้เป็นเงินออม ฝาก 8 ปี คุ้มครอง 15 ปี ระหว่างนี้มีปันผลปีละ 1,000 บ. (แต่ไม่ได้บอกว่าปีที่ 3 ถึงจะได้ ซึ่งแม่คิดว่าได้เลย) ครบอายุประกันได้อีก 190% (ซึ่งแม่แกไม่เข้าใจหรอก แต่แกบอกว่าเขาบอกว่าดี ได้เยอะทำไปเถอะ) .. ไม่ได้แช่งแม่ตัวเองนะ แต่คนเป็นโรคหัวใจ จะอยู่ให้ได้ถึงอายุ 90 เนี่ย ความเป็นไปได้มีเท่าไหร่

3. ถ้าแกเสียชีวิตก่อน ลูกหลานจะได้เงินก้อนถึง 400,000 บ.

4. ช่วยหนู (หัวหน้าสาขาธนาคาร) ด้วย เพราะหนูต้องทำยอด ยังขาดอีกเยอะ ช่วยๆ กัน ได้ทั้งคู่
แม่ก็ทำไปด้วยความเกรงใจ (แม่บอก) เขาจัดให้เบี้ยราคา 50,000 บ./ปี … เอาอีกแล้ว นี่เป็นธนาคารที่ 2 แล้วที่ทำแบบนี้ ครั้งแรกฝากเงินไว้กับธนาคารรัฐบาล สีฟ้า ก็ให้ทำ ก็ต้องตามไปยกเลิก เผลอหน่อยเดียวแนะนำให้แม่ซื้อกองทุน 300,000 บ. ตอนนี้ขาดทุนอยู่ก็เลยต้องเก็บไว้ จากนั้น เราก็ให้แม่เอาเงินที่เหลือออก ย้ายที่ฝากมาที่ ธ.สีม่วง สุดท้ายก็เจอเหมือนกัน

จากนั้น เราก็โทรไปหาหัวหน้าสาขา คนที่ขายประกันให้แม่เพื่อยกเลิก … บอกเขาว่า คุณแม่อายุ 75 ปี แล้ว แกคงมีแรงทำงานได้อีกไม่เกิน 2 ปี เพราะตอนนี้ก็ทำแก้เหงา ได้เดือนละไม่กี่พัน ได้รับคำตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ประกันเป็นแบบตัดบัญชี เงินในบัญชีแกมีพอ” ขอบอกว่าตกใจมากค่ะ ดูให้ขนาดนั้นเลย

เราก็เลยถามไปว่า เขาเป็นโรคหัวใจด้วย ถ้าต้องเข้ารพ.ฉุกเฉินก็ต้องใช้เงินก้อนนี้ ถ้ามันหมดไม่มีให้หักจะทำยังไง ทางธนาคารบอกว่า “ก็ให้ลูกชำระต่อ” เราก็เลยบอกว่าไม่ไหวหรอก ลูกตอนนี้รายได้ก็น้อย บางเดือนยังต้องยืมแม่จะเอาที่ไหนมาจ่าย ยกเลิกให้เลยละกัน ทางธนาคารกลับโวยมาว่า “ยกเลิกประกันคุณป้า ทางสาขาก็ไม่ได้ยอดสิคะ”

อ้าว … แล้วคุณได้ยอด 1 เดือน แต่คนแก่ 1 คนต้องมาทนจ่ายเบี้ยไป 8 ปี คุณจะบ้าหรือปล่าว ไม่ว่าจะพูดอะไร เขาก็ยืนยันแต่ว่ายอดเขาหาย เถียงกันพักใหญ่ เขาบอกว่า เขามีวิธีแก้โดยให้ประกันเป็นชื่อเรา แต่ตัดบัญชีแม่แทน ลดทุนประกันลง จ่ายเบี้ยปีละ 10,000 บ. เพื่อที่เค้าจะยังได้ยอดอยู่บ้าง …

เฮ้ย! คุณช่วยห่วงลูกค้าบ้างได้ไหม ว่าเงินที่เขาหามาทั้งชีวิต เขาควรจะเก็บไว้ใช้ตอนป่วย ตอนแก่ ถ้าเอาไปจ่ายประกันหมด แล้วฉุกเฉิน ลูกหลานไม่มีช่วยเขาจะทำยังไง เพราะประกันนี้ไม่ได้คุ้มครองเจ็บป่วย คิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ถ้าเป็นพ่อแม่คุณเองจะยอมให้ทำไหม สุดท้ายทนไม่ไหวค่ะ บอกว่าทำเรื่องยกเลิกให้เดี๋ยวนี้ ตอนบ่ายจะให้แม่ไปเซ็นต์ไม่งั้นจะแจ้งสำนักงานใหญ่ เขาถึงได้ยอม

เหนื่อยมากค่ะ เพราะเรากับแม่อยู่กันคนละจังหวัด เกิดเรื่องแบบนี้มาหลายรอบ อยากขอวิงวอนพนักงานธนาคารทั้งหลายว่า ถ้าคุณจะทำยอดประกันช่วยไปขายคนวัยทำงานเถอะค่ะ อย่าทำร้ายคนชราที่เขามีโอกาสจะต้องใช้เงินฉุกเฉินเลย เงินเขาเก็บมาทั้งชีวิต เขาไม่รู้เรื่องหรอกค่ะว่าส่งเบี้ยกี่ปีได้กี่ % คุ้มจริงหรือไม่ …

เขาได้แต่เชื่อพนักงานว่า คุ้ม เป็นเงินออมไว้ให้ลูกหลาน ไม่เป็นภาระใคร มีปันผล มีไว้ให้ลูกหลานยามไม่อยู่ และที่สำคัญเขาก็ขี้เกรงใจ คุณตื๊อเขาเยอะๆ เขาก็ทำให้ พอจะให้ยกเลิกก็เกรงใจ … ขอร้องนะคะ อย่าทำแบบนี้กับผู้สูงอายุอีกเลย มันบาป

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปผู้คนต่างได้เข้าไปแสดงความเห็น โดยเชื่อว่าคงต้องทำใจยอมรับ เพราะเรื่องแบบนี้คงยากแก่การแก้ไขแล้ว หากผู้คนยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวอยู่

ข้อมูลจาก http://pantip.com/topic/35079553

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ตามคาด! มติเฟดคงอัตราดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจยังชะลอ

มติเฟดคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0.25 – 0.50% หลังเศรษฐกิจยังชะลอ เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25 – 0.50% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์กันไว้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2006

695157-01

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ของเฟดได้ระบุว่า การใช้จ่ายในภาคครัวเรือนลดลง แม้รายได้และความเชื่อมั่นจะเพิ่มสูงขึ้น จึงส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีความชะลอตัวลง รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายในระยะยาวของเฟดที่ระดับ 2% โดยถูกกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมันและดัชนีราคา แต่เฟดมีความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวแตะ 2% ในระยะกลาง

นอกจากนี้ ด้านนักวิเคราะห์ได้ระบุว่า เฟดไม่ได้ระบุถึงดุลความเสี่ยง ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทั้งในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นสัญญาณว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน 2559 แต่น่าจะมีการปรับขึ้นในเดือนกันยายนเป็นครั้งแรก และครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมเฟดในเมื่อวานนี้ มีเพียง นางเอสเธอร์ จอร์จ เป็นกรรมการ FOMC ที่ลงมติให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วง 0.50 – 0.75%

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News