สุดคลู! วิธีคลายร้อน-แดดเผา ขณะรอติดไฟแดง ในอินเดีย

เปิดภาพสุดอะเมซิ่ง ทางการอินเดียกางตาข่ายกรองแสงตามแยก แก้ปัญหาแดดเผา-อากาศร้อน ขณะจอดรอไฟแดง

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่อินเดียได้เกิดเหตุการณ์สุดแปลกขึ้น เมื่อทางการในเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฎร์ของอินเดีย ได้คิดการแก้ปัญหาอากาศร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองดังกล่าว

ตาข่ายกรองแสง, ข่าวอินเดีย, รถติด,
ตาข่ายกรองแสง

โดยวิธีการแก้ปัญหาคือ การนำเอาตาข่ายกรองแสงมาขึงกางไว้บริเวณที่รถมอเตอร์ไซค์จอดติดไฟแดง ซึ่งเมื่อรถจักรยานยนต์จอดติดไฟแดงอยู่ตาข่ายนี้ก็จะบังแสงแดดลดความร้อนให้ทันที โดยไม่ต้องไปจอดหลบตามเงาตึกหรือเงาต้นไม้ข้างทาง ตามที่เคยพบเห็นเป็นประจำในเมืองไทย ซึ่งตาข่ายดังกล่าวไม่ได้มีที่เดียวแต่ได้ติดไว้ทุกแยกทั่วเมือง

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมกับแนวคิดนี้เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่กลับได้ผล 100% ขณะเดียวกันก็มีคนคิดแบบติดตลกว่าวิธีนี้ทางการไทยน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศบ้าง

ภาพจาก Reddit India

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ไอเดียเจ๋ง! ทำผลไม้ในขวดป้องกันศัตรูพืช เพิ่มมูลค่าเป็นเท่าตัว

ไอเดียเจ๋ง! เกษตรแนวใหม่ทำผลไม้ในขวด ป้องกันศัตรูพืชเพิ่มมูลค่าเป็นเท่าตัว

คุณไสว ศรียา เกษตรกร ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้คิดค้นการนำเอาผลไม้ชนิดต่าง ๆ ใส่อยู่ในขวด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เพิ่มมูลค่าให้กับไม้ผลที่ปลูก ทั้งมะม่วง ฝรั่ง และ ทุเรียนในขวดแก้วมาวางขาย โดย คุณไสว ได้เปิดเผยถึงเทคนิคในการทำผลไม้ในขวด ดังรายละเอียดต่อไปนี้

14616547241461654737l

ก่อนอื่นให้เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์

1. ขวดแก้วใส (ต้องเป็นขวดแล้วใส เพราะมันจะสังเคราะห์แสงได้ดีกว่า ทำให้ผลไม้มีสีและผิวสวย เป็นธรรมชาติ)

2. เชือกฟาง (ใช้สำหรับการผูกยึดติดกับกิ่งของผลไม้) และเลือกผลไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าปากขวด แล้วใส่ผลลงไปในขวด

จากนั้นใช้เชือกปลายด้านหนึ่งมัดปากขวดให้แน่น แล้วโยงเชือกอีกปลายไปผูกติดไว้กับกิ่งของต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ขั้วผลหลุดเพราะความหนักของขวด และดูแลรักษาตามปกติ จนกว่าผลไม้ในขวดจะโต หรือ สุก จนสามารถรับประทานได้ จึงตัดขายทั้งขวด

สำหรับราคา จากปกติกิโลกรัมละ 20 -25 บาท (4 ลูก ต่อกิโลกรัม) แต่ถ้ามาทำเป็นฝรั่งในขวดแก้วแล้ว จะสามารถขายได้ถึงลูกละ 50 บาท / ขวดเลยทีเดียว หรือถ้าเป็นทุเรียนจากปกติ ประมาณผลละ 100 บาท ก็จะสามารถขายได้ถึงลูกละ 500 – 1,000 บาท แล้วแต่ว่าจะเป็นลูกเล็ก/ลูกใหญ่ หรือขวดเล็กขวดใหญ่ ทั้งนี้ ข้อดีของการนำเอาผลไม้มาใส่ไว้ในขวด คือ สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตและช่วยป้องกันหนอนและศัตรูพืชชนิดต่างๆ ได้ดี

ขอบคุณข้อมูล  ข่าสด

ขอบคุณภาพจาก มติชน TV

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ผู้ตรวจการแผ่นดินผุดไอเดีย จบ ป.6 เกรดต่ำกว่า 2.5 ต้องจ่ายค่าเทอม ม.1 เอง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แนะเด็กไทยต้องเข้าศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ 3 ขวบ เหตุเป็นวัยที่รับการเรียนรู้ได้ดีที่สุด ก่อนผุดไอเดีย จบ ป.6 เกรดต่ำกว่า 2.5 ต้องจ่ายค่าเทอม ม.1 เอง หวังฝึกเด็กให้รู้รับผิดชอบตั้งใจเรียน รู้คุณค่าของงบประมาณ

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 ที่ผ่านมา นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ผ่านร่างพ.ร.บ.การศึกษา 15 ฉบับ โดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อปฏิรูปการศึกษาแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาการศึกษาของไทยด้อยคุณภาพ และไม่สามารถสู้กับประเทศอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงได้มีแนวคิดให้นายกฯ ได้ใช้อำนาจในการปฏิรูปการศึกษาให้ได้อย่างเต็มที่

กระทรวงศึกษาธิการ, ศรีราชา วงศารยางกูร, ผู้ตรวจการแผ่นดิน

โดยแนวคิดที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอนั้น คือ การลดการเรียนภาคบังคับจาก 12 ปี ให้เหลือเพียง 9 ปี เนื่องจากเห็นว่าคุณภาพของการศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนปีของการศึกษาภาคบังคับ แต่ขึ้นอยู่กับเราจะสอนอะไรต่างหาก ขณะเดียวให้เด็กที่เข้าเรียนภาคบังคับก็ควรมีอายุตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป เพราะผลการศึกษาด้านจิตวิทยาพบว่าเด็กจะรับรู้ และเรียนรู้ได้มากที่สุดในชีวิต คือช่วงอายุ 1-6 ขวบ ดังนั้นหากอยากให้เด็กเรียนรู้ทักษะอะไร ก็ต้องใส่เข้าไปในช่วงนี้

ซึ่งนอกจากการลดเรียนจำนวนการเรียนภาคบังคับลงแล้ว ทางนายศรีราชา ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ควรให้แยกสายสามัญกับสายอาชีวะตั้งแต่ ม.1 เพื่อให้เตรียมตัวว่าจะเลือกเรียนสายไหน แต่ยังคงเรียนวิชาการควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เรียนสายสามัญไปเรื่อยๆ สุดท้ายเข้ามหาวิทยาลัย และจบมาแล้วตกงานเป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม ยังเปิดโอกาสให้คนที่เลือกเรียนสายอาชีพ หากต้องการเรียนแพทย์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ก็สามารถสอบเข้าเรียนได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดให้เด็กที่เรียนจบชั้น ป.6 แต่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.5 เมื่อเข้าเรียนชั้น ม.1 จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด หากไม่มีเงินจะต้องกู้ยืมจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ทำแบบนี้เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียน ทำคะแนนให้ดี จูงใจให้ผู้ปกครอง และเด็กมีความรับผิดชอบต่อตัวเองตั้งแต่ระดับประถมศึกษา สนใจเรียน รู้จักคุณค่าของงบฯ ที่รัฐใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่เรียนโดยไม่มีเป้าหมาย โดยข้อเสนอนี้อาจมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย จึงต้องทำวิจัยเพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจน หากจะเสนอให้รัฐดำเนินการจริงๆ

ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใจร้ายเพราะหลายประเทศทั้งสิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ก็ทำแบบนี้ จึงต้องตั้งคำถามว่าเราอยากให้เด็กของเราเท่าเทียม หรือด้อยกว่าเขา เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว การเรียนไม่ฟรีจะเป็นแรงบีบให้ผู้ปกครอง และเด็กได้เตรียมตัว ไม่ใช่ปรนเปรอจนเกินความต้องการ อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงข้อเสนอ และในวันที่ 2 พ.ค. นี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พิจารณา ก่อนเสนอให้รัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการนำไปปรับใช้ต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News