พ่อยิ้มแก้มปริ! คาร์เมนกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว‬!

แฟนเพจ Bringcarmenhome โพสต์ข้อความล่าสุดเผย คาร์เมนกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว‬! 

จากกรณี นางออย แม่อุ้มบุญ ไม่ยอมเซ็นมอบน้องคาร์เมนให้ออกไปต่างประเทศพร้อมกับพ่อ คือนายกอร์ดอน อัลลัน เลค และ มานูเอล ซานโตส คู่รักชายรักชายสหรัฐอเมริกานั้น

12193811_1220739944619522_690935582494545624_n

ล่าสุดวันนี้ (26 เม.ย.) แฟนเพจ Bringcarmenhome ได้โพสต์ข้อความรายงานความคืบหน้าว่า …

#คาร์เมนกำลังจะได้กลับบ้าน! ไม่มีคำใดที่จะสามารถอธิบายความรู้สึกของเราได้เลยในขณะนี้ และในตอนนี้พวกเรา ครอบครัวของเรา เพื่อนของเรา กำลังร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปิติยินดี และแน่นอนคนไทยทุกคนที่ได้มอบความรักให้กับเรามาโดยตลอดกำลังร้องไห้ไปพร้อม ๆ กับเราเช่นกัน วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ สำหรับความรัก ครอบครัว และความจริง และถือว่าเป็นวันที่สำคัญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของบุคคลเพศที่ 3 อีกด้วย

13051609_1343585515668297_3861247202304755156_n

คาร์เมนจะได้เติบโตขึ้นกับครอบครัวของเธอ กับพี่ชายของเธอ ที่บ้านของเธอที่บาเลนเซีย และเราจะไม่สามารถมายืนตรงจุดนี้ในวันนี้ได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือของคนมากมายในประเทศที่วิเศษแห่งนี้ มีอีกหลายคนที่เราอยากจะกล่าวขอบคุณ และพวกคุณก็รู้ดีว่าพวกคุณเป็นใคร แต่เราจะเขียนขอบคุณและโพสต์อีกครั้งเมื่อเราได้กลับถึงบ้านที่บาเลนเซียโดยสวัสดิภาพ

เรารักประเทศไทยครับและเราสัญญาว่าเราจะกลับมาที่นี่บ่อยๆ และเราจะสอนให้ลูกชายและลูกสาวของเรารักประเทศนี้ด้วยเหมือนกับเราครับ คาร์เมนเป็นลูกครึ่งไทยและเราก็ภูมิใจในสิ่งที่เธอเป็นครับ

หนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เราได้เผชิญมาอย่างโชกโชนในครั้งนี้ จะเปิดเผยทุก ๆ อย่างที่เราได้ต่อสู้มา ทุก ๆ อย่าง ทั้งคนเลวที่เราต้องต่อสู้ด้วย และคนดี ๆ ที่เราได้พบเจอ ทั้งประสบการณ์ร้าย ๆ และประสบการณ์ดี ๆ ทั้งหลาย เรื่องราวทั้งหมดจะถูกบอกเล่า รวมถึงทุก ๆ เรื่องที่เรายังไม่สามารถพูดถึงมันได้ในวันนี้

และในตอนนี้ เราก็แค่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตปกติของเราครับ เราจะพยายามสร้างทุกอย่างให้เหมือนเดิมเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อให้อัลบาโร่และคาร์เมนได้มีชีวิตที่วิเศษสุดอย่างที่พวกเขาควรจะมีตั้งแต่แรก ท้ายสุด เราดีใจ มาก มาก มาก ครับ ที่เราสามารถเปลี่ยน แฮชเท็ก ของเราเป็น: #คาร์เมนกำลังจะได้กลับบ้าน! ‪#‎carmensgoinghome‬!

MThai News

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก Bringcarmenhome

ครม.ไฟเขียวสร้างรถไฟทางคู่ ประจวบฯ-ชุมพร

‘อาคม’ เผย ครม.มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพรแล้ว 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพรแล้ว

3116

ด้าน นายกมล ตั้งจิตเจริญชัย รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.เตรียมเปิดประมูลและเคาะราคาโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทได้ประมาณต้นเดือน ส.ค.นี้ โดยวิธีประมูลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)

หลังจากนี้ รฟท.จะเปิดร่างประกวดราคาและเงื่อนไข (TOR) โครงการรถไฟทางคู่ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ในเวบไซด์ของ รฟท. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นระยะเวลา 5-7 วัน หากไม่มีผู้คัดค้าน รฟท.ก็จะเปิดขายซองประกวดราคา และให้ยื่นซองประมูลได้ประมาณปลายเดือน พ.ค.นี้

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่อีก 3 เส้นทาง ได้แก่  ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 2.98 หมื่นล้านบาท ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. วงเงิน 2.48 หมื่นล้านบาท ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 2.03 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ ในอีก 1-2 สัปดาห์ และคาดว่าจะเปิดประมูลเคาะราคาได้ในเดือนก.ย. นี้ ด้วยวิธี e-Auction เหมือนกัน

ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. วงเงินประมาณ 9,437 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโครงการระยะที่ 2 แต่กระทรวงคมนาคมดึงมาดำเนินการเพื่อให้เส้นทางนี้เชื่อมต่อจากโครงการระยะแรก โดยขณะนี้รอนำเสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เห็นชอบรายงานการจัดทำด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ในต้นเดือน พ.ค.หลังจากผ่านความเห็นขอบในชั้นตอนอนุกรรมการแล้ว โดยคาดว่ารถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์จะเปิดประมูลได้ในเดือน ธ.ค.นี้

ขอบคุณข้อมูล  ข่าวหุ้น

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

คสช. ยันทหารรณรงค์ประชามติได้ ปัดชี้นำ ยันไม่ล่วงสิทธิ วัฒนา

คสช. ยัน ทหารแจกใบปลิวเชิญชวนประชามติไม่ผิดกฎหมาย ปัดชี้นำ ขู่ฟ้องกลับ “วรชัย” หมิ่นประมาท โต้ละเมิดสิทธิ์ “วัฒนา”

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ พร้อมทั้งสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีที่มีภาพทหารเดินแจกใบปลิวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์รับร่างรัฐธรรมนูญว่าผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 หรือไม่ ว่า

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช, ประชามติ, วัฒนา เมืองสุข, วินธัย สุวารี
วินธัย สุวารี

กรณีดังกล่าวต้องแยกออกเป็น 2 กรณี คือตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ มาตรา 9 ระบุ กกต. สามารถมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์สนับสนุนงานของ กกต. ได้ และมาตรา 10 ระบุว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ

โดยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยสนับสนุนให้ความร่วมมือได้ ซึ่งถือว่าการดำเนินการของทหารที่แจกใบปลิวรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติถือว่าสามารถทำได้ เพราะการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสุจริต และไม่ได้ขัดกับข้อห้ามในมาตรา 61 ดังนั้น การดำเนินการของทหารไม่ได้ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ

ทั้งนี้ โฆษก คสช. ยังกล่าวต่อว่า กรณีที่ นายวรชัย ระบุ ทหารไปรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการ คสช. ประกาศอย่างชัดเจน ห้ามชี้นำ รณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุดเท่านั้น ดังนั้น ทางกองทัพ อาจจะดำเนินคดีได้ในข้อหาหมิ่นประมาทกับ นายวรชัย ต่อไป

พ.อ.วินธัย ยังกล่าว ถึงกรณีที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวหา คสช. ละเมิดสิทธิ์คุกคามและข่มขู่ เตรียมจะฟ้อง คสช. หากไม่หยุดการกระทำ พร้อมนำภาพทหารที่ไปเฝ้าบริเวณหน้าบ้านมาเปิดเผยเป็นหลักฐาน ว่า พฤติกรรมข่มขู่เป็นอย่างไร นายวัฒนา สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้หรือไม่

เช่น ออกจากบ้านสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ถือว่า นายวัฒนา ใช้ความรู้สึกของตัวเองในทัศนคติในแง่ลบที่มีต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งพฤติกรรมของทหารที่ไปอยู่บริเวณใกล้เคียงบ้านพัก นายวัฒนา มี 2 รูปแบบ คือการดูแลติดตามพฤติกรรมของ นายวัฒนา ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ กับการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยภาพรวม พร้อมยืนยัน เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแค่ นายวัฒนา คนเดียว

ทั้งนี้ พ.อ.วินธัย ทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความสมดุล ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะมีบางกลุ่มที่พยายามหยิบยกประเด็นนี้มาทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ ทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งยืนยันว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารที่ผ่านมาไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ นายวัฒนา อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News