สลด! พ่อแท้ๆข่มขืนลูกสาวตั้งแต่ 6 ขวบ

ตำรวจ สภ.บ้านแซว จ.เชียงราย พร้อมทหาร บุกจับกุม ชายวัย 49 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนลูกสาวแท้ๆ วัย 13 ปี โดยข่มขืนตั้งแต่ 6 ขวบ 

วันนี้ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ทหารหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.)เขตเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ทหารพรานที่ 3103 นำหมายศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 137/2559 ลงวันที่ 22 เม.ย.59 เข้าจับกุมตัวนายบุญธง จินาวัง อายุ 49 ปี ในข้อหากระทำผิดฐาน”ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีโดยเป็นการกระทำแก่ทายาทหรือผู้สืบสันดานและบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ถุงยางอนามัยจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวมาดำเนินคดี

IMG_1042

สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากลุงของ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) เป็นนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เชียงแสน เล่าให้ฟังว่าเคยถูกพ่อแท้ๆข่มขืนจึงนำเรื่องปรึกษากับญาติๆตัดสินใจมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ประสานสหวิชาชีพประกอบไปด้วย อัยการ นักจิตวิทยาและผู้ที่เกี่ยวข้องสอบสวน ด.ญ.เอ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย

จนได้ความว่าเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ป.1 ด.ญ.เอ ถูกพ่อข่มขืนแต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะกลัวและอาย ต่อมาหลังจากนั้นก็ยังคงถูกผู้ต้องหาพยายามลวนลามหลายครั้งจนมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 59 ผู้ต้องหาเมาเหล้าจะมาลวนลามตนเองอีกจึงหนีออกจากบ้านไปอยู่กับลุงและเล่าเรื่องให้ฟัง จนลุงพามาแจ้งความดังกล่าว จนศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับมาดำเนินการกับผู้ต้องหา

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน ด.ญ.เอ นั้นพร้อมกับอ้างว่าลูกสาวโกรธตนเองที่ห้ามปรามไม่ให้ไปคบหากับเพื่อนผู้ชาย เนื่องจากแม่ของ ด.ญ.เอ เป็นใบ้ไม่สามารถสั่งสอนลูกได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อ่วม! พายุถล่มนครพนม ชาวบ้านถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต

พายุฤดูร้อน พัดถล่มนครพนม บ้านเรือนเสียหายนับ 100 หลัง มีคนเสียชีวิตจากฟ้าผ่า 1 ราย

วันนี้ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสภาพอากาศร้อนจัด ในพื้นที่ จ.นครพนม หลายวันติดต่อกัน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย อาทิ ต.นาคูณใหญ่ อ.นาหว้า ต้นไม้ได้ล้ม เสาไฟฟ้าหักกว่า 10 ต้น บ้านเรือนหลังคาถูกลมพัดกว่า 50 หลัง ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม ได้รับความเสียหายประมาณ 15 หลัง นอกจากนี้ ยังมี อ.เมือง อ.เรณูนคร รวมแล้วกว่า 100 หลังคาเรือน

694095-01

ทางด้าน นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯนครพนม ได้สั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ขณะเดียวกัน เกิดเหตุฟ้าฝ่าชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายบุญแพง บรรหาร อายุ 56 ปี ชาวบ้านโคกกุง หมู่ที่ 3 ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง ขณะออกไปจุดตอชังข้าวขณะเกิดพายุฝนไปหลบใต้ต้นมะม่วง

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิดประวัติ “บรรหาร” ตำนานมังกรสุพรรณ-การเมือง

ภายหลังช่วงเช้าตรู่วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้ารับการรักษาอาการโรคหอบหืดกำเริบ ที่โรงพยาบาลศิริราช ต่อมาวันที่ 22 เมษายน คณะแพทย์ได้แถลงการณ์ความคืบหน้าว่านายบรรหารว่ายังอยู่ในอาการวิกฤติ เนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจน แพทย์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและให้ยาอย่างเต็มที่

กระทั่งเวลาประมาณ 24.00 น. อาการของนายบรรหาร ส่อสุดยื้อ เมื่อความดันร่างกายลดลง มีภาวะหลอดลมไม่คลายตัวทำให้อวัยวะต่าง ๆ ได้รับออกซิเจนน้อย เกิดจากร่างกายตอบสนองต่อยาน้อยลง เพราะนายบรรหารมีอายุมากแล้ว

และลมหายใจสุดท้ายได้สิ้นสุดลง – ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อเวลา 04.42 น. ของวันที่ 23 เมษายน ด้วยวัย 83 ปี

ในส่วนของพิธีศพนายบรรหารนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จะเป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา 17.30 น. และมีพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม ในพระบรมราชานุเคราะห์ ในเวลา 19.00 น. เป็นเวลา 7 วัน ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส จากนั้น ครอบครัวจะสวดพระอภิธรรม อีก 7 วัน รวม 14 วัน

Leader of Chart Thai Party and former premier Banharn Silpa-archa acknowledges his supporters after the candidate registration for the general election in Bangkok, 07 November 2007. Thailand's political parties rushed to register candidates on as campaigning kicked off for a December 23 election that the junta insists will return democracy after a coup last year. AFP PHOTO (Photo credit should read STR/AFP/Getty Images)

เปิดประวัติ “บรรหาร” ?

นายบรรหาร เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คน ของนายเซ่งกิม และนางสายเอ็ง แซ่เบ๊ เดิมมีชื่อว่า “นายเต็กเซียง แซ่เบ๊”

จบการศึกษาชั้นประถมที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ากรุงเทพฯมาเรียนหนังสือชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย แต่ต้องหยุดเรียนไป เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง หันไปทำงานกับพี่ชาย และก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นของตัวเอง เป็นตัวแทนจำหน่ายคลอรีนให้กับการประปาส่วนภูมิภาค จนมีฐานะร่ำรวย ต่อมาเมื่อนายบรรหารเป็นนักการเมืองแล้ว จึงเริ่มเรียนหนังสือต่อจนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พ.ศ. 2529 และศึกษาต่อปริญญาโทนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

เส้นทางการเมือง?

นายบรรหารเข้าสู่วงการเมืองจากการชักชวนของ นายบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรคชาติไทยเมื่อ พ.ศ. 2517 โดยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2516 และเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี พ.ศ. 2518 ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. 2519 และ ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาทุกสมัยที่มีการเลือกตั้ง

ต่อมาขึ้นดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคชาติไทย ในปี พ.ศ. 2523 และในปีเดียวกันนั้นถูกนายพินิจ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง และคณะรวม 42 คน ยื่นคำร้องต่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าเขาขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีบิดาเป็นคนต่างด้าว และสำเร็จการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย

แต่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยกคำร้องดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 นายบรรหารได้ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทย และเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย

สมญานาม?

ลักษณะโดดเด่นหลายประการ ทำให้นายบรรหารมีสมญานามสารพัด

“มังกรสุพรรณ – มังกรการเมือง”

– ความมาจากมีฐานเสียงหนาแน่นอย่างที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี มีสถานะเป็นเจ้าถิ่นมายาวนาน

“เติ้ง” หรือ “เติ้งเสี่ยวหาร”

– เกิดจากสื่อมวลชนขนานนาม เพราะมีนายบรรหารลักษณะคล้าย “เติ้งเสี่ยวผิง” อดีตผู้นำของจีน

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2538 นายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกของพรรคได้รับเลือกตั้งมากที่สุด ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้นายบรรหาร ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ของประเทศไทย พร้อมควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย อีกตำแหน่งหนึ่งระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2538-พฤศจิกายน พ.ศ.2539 รวมระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 1 ปี 4 เดือน

ผลงานโดดเด่นของรัฐบาลบรรหาร คือ การเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ปี พ.ศ.2540 ฉบับที่ 16 การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปด้วยความไม่ราบรื่น กระทั่งในวันที่ 18-20 กันยายน พ.ศ.2539 ถูกพรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบกับพรรคร่วมรัฐบาลขอให้ลาออก แต่เขาตัดสินใจยุบสภาเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2539 แทน

บทบาทหลังการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2548 พรรคชาติไทยซึ่งใช้สโลแกนหาเสียงว่า “สัจจะนิยม สร้างสังคมให้สมดุล” นายบรรหาร ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไม่จะขอร่วมรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อีก ถ้าพรรคไทยรักไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

ในห้วงวิกฤตการณ์ทางการเมืองระหว่างปี พ.ศ.2548-พ.ศ. 2550 พรรคชาติไทยเป็นฝ่ายค้าน และร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคมหาชนคว่ำบาตรการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2549 นายบรรหาร รวมทั้งนายวราวุธ และ น.ส.กัญจนา ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคพรรคชาติไทย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2551 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 1
ขอบคุณข้อมูลประกอบ wikipedia.

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News