ศาลทหารนัดตรวจพยานนัดแรก ‘คดีบึ้มราชประสงค์’

ศาลทหาร นัดตรวจพยานหลักฐาน “อาเดม-ยูซุฟู” 2 มือวางระเบิดแยกราชประสงค์ครั้งแรก

วันนี้ 20 เม.ย.ศาลทหารกรุงเทพ นัดตรวจพยานหลักฐานครั้งแรก คดีที่พนักงานอัยการศาลทหาร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบิลลาล เติร์ก มูฮัมเหม็ด หรือ อาเดม คาราดัก และนายเมียไรลี ยูซุฟู จำเลยคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เป็นจำเลยในหลายฐานความผิด อาทิ ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียน ไม่ออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และใช้วัตถุระเบิดในการกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิด ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมกันกว่า 10 ข้อหา

S__10698756

จากกรณี เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2558 จำเลยร่วมกันก่อเหตุลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และลอบวางระเบิดท่าเรือสาทร โดยหลังจากศาลสอบคำให้การ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2559 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ประกอบกับให้เวลาหาทนายในการว่าความ รวมถึงการรวบรวมเอกสารพยานหลักฐาน ทำให้ศาลนัดตรวจพยานในวันนี้เป็นครั้งแรก และต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 เม.ย. 2559 ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 จากเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มายังศาลทหาร เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก  INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

การรถไฟฯ สั่งสอบด่วน พนง.ตู้เสบียงขายตั๋วเถื่อนแลกที่นั่ง

ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย สั่งสอบด่วนวันนี้ หลังมีกระทู้แฉว่อนเน็ต พนักงงานตู้เสบียงรถไฟไปอุบลราชธานีสงกรานต์ ขายตั๋วเถื่อนแลกที่นั่ง ลั่นหากผิดจริงมีโทษถึงขั้นยกเลิกสัมปทาน

จากกรณีที่เกิดเป็นกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนเข้าไปโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์พันทิปเปิดข้อมูลความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการขายตั๋วบนรถไฟไทย เนื่องจากผู้โพสต์ถูกพนักงานตู้เสบียงบังคับขายที่นั่งเถื่อนระหว่างโดยสารกลับบ้านช่วงสงกรานต์ ด้วยการเรียกเก็บเงิน 180 บาทแลกกับที่นั่งและกระเพรา 1 กล่อง โดยไม่เกรงกลัวสายตาตำรวจรถไฟที่อยู่บนตู้ดังกล่าว ก่อนที่ผู้โพสต์จะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปตรวจสอบแก้ไขโดยด่วนนั้น

รถไฟไทย, ข่าวรถไฟ
รถไฟไทย

ล่าสุดทางการถไฟแห่งประเทศไทย นำโดย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ได้เห็นข้อร้องเรียนเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะมีการเรียกสอบข้อเท็จจริงพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานที่ถูกร้องเรียน , บริษัทสัมปทานเสบียง และตำรวจรถไฟ ในวันนี้เวลา 13.00 น. ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย

ซึ่งหากพบว่ามีพฤติกรรมตามข้อร้องเรียนจริง จะถือว่ามีความผิดและต้องได้รับโทษตามระเบียบ เบื้องต้นจะมีหนังสือตักเตือนให้บริษัทผู้รับสัมปทานพิจารณาลงโทษพนักงานรายดังกล่าว สูงสุดถึงขั้นให้ออกจากงาน และหากตรวจสอบพบการรู้เห็นเป็นใจระหว่างบริษัทผู้รับสัมปทานและพนักงานคนดังกล่าวเกี่ยวกับการขายที่นั่งเถื่อน ก็อาจมีโทษหนักถึงขั้นยกเลิกสัมปทาน

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ จะมีหนังสือให้ผู้บังคับการตำรวจรถไฟดำเนินการสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการรู้เห็นหรือละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่จริง ก็จะมีโทษตามระเบียบของตำรวจรถไฟต่อไป

อ่านรายละเอียด แฉ พนักงานโบกี้อาหาร รฟท. ช่วงสงกรานต์ ได้ที่นี่ >>

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วิจารณ์ยับ ! แม่ขโมยนมให้ลูกกิน แต่ไม่ติดคุกเพราะมีคนใจดีออกค่าปรับให้

ชาวเน็ตเสียงแตกวิจารณ์ยับ ! แม่ขโมยนมให้ลูกกิน แต่ไม่ได้รับโทษ เพราะมีคนใจดีออกค่าปรับให้ 10 เท่า

วันนี้ (20 เม.ย. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ Thailand Police Story ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งอุ้มลูกน้อย พร้อมเล่ารายละเอียดว่า หญิงสาวในภาพได้ขโมยนมจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ย่านพัทยา เพื่อให้ลูกน้อยทาน แต่โดนจับได้ จนเกือบจะได้เข้าคุก แต่มีผู้ใจดียื่นมือเข้าช่วย โดยการออกค่าปรับให้ 10 เท่า

7

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยบางกลุ่มมองว่า น่าเห็นใจและน่าสงสารแม่ลูกคู่นี้เป็นอย่างมาก พร้อมชื่อชมผู้มีคนใจที่ออกค่าปรับให้ แต่บางส่วนกลับมองว่า ความจนไม่ใช่ข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย หากไม่คิดทำมาหากิน ก็คงเป็นขโมยก่อเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การหยิบยื่นน้ำใจให้เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นการส่งเสริมให้เขาทำผิดกฎหมายหรือไม่

8

9

ที่มา : เพจ Thailand Police Story

MThai News