นักดำน้ำพบมหาสมบัติ สมัยจักรวรรดิโรมัน ใต้ทะเลนอกชายฝั่งอิสราเอล คาดมีอายุกว่า 1,700 ปี
สำนักข่าว ‘เอพี’ รายงานการค้นพบขุมทรัพย์เก่าแก่ ใต้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนอกชายฝั่งเมืองท่าเซซาเรีย ของอิสราเอล ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า เป็นสมบัติในสมัยจักรวรรดิโรมัน มีการระบุด้วยว่า ขุมทรัพย์ดังกล่าวไม่สามารถประเมินค่าได้

รายงานระบุว่า แรน ไฟน์สไตน์ และ โอเฟอร์ ราแนน คือ นักดำน้ำผู้ค้นพบกรุมหาสมบัติ เผยว่า พวกเขาพบซากเรืออับปางโดยบังเอิญระหว่างลงดำน้ำเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่าน มา เมื่อพบว่าเป็นขุมสมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลจากนั้นจึงแจ้งหน่วยงานโบราณคดีของอิสราเอล หรือ IAA (Israel Antiquities Authority) เพื่อให้เข้าตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง
พร้อมกันนี้สิ่งที่ค้นพบประกอบด้วย รูปหล่อสำริด โคมไฟ เหยือก สิ่งประดิษฐ์รูปสัตว์ สมอเรือ และเหรียญโบราณอีกนับ 1,000 เหรียญที่มีรูปของจักรพรรดิคอนสแตนตินและจักรพรรดิลิกินิอุส ข้าวของเหล่านี้บางส่วนมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ขณะที่บางชิ้นคาดว่ามาจากศตวรรษที่ 1-2 เลยทีเดียว
ทางด้าน IAAเปิดเผยว่า สมบัติที่ค้นพบเป็นสิ่งของจากขบวนเรือขนสินค้าตั้งแต่สมัยโรมันที่อับปางลง ระหว่างเดินทางตั้งแต่เมื่อ 1,700 ปีที่แล้ว โดยสมบัติเลอค่าเหล่านี้ได้ถูกนำออกแสดงแก่สาธารณะเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ท่าเรือเซซาเรียถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ในยุคสมัยของพระเจ้าเฮโรดมหาราช เพื่อใช้เป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับการค้าขายทางทะเล แต่สุดท้ายเมืองท่านี้ถูกจมหลังจากก่อสร้างเสร็จเพียงไม่นาน ซึ่งน่าจะมาจากสาเหตุ ที่ตั้งไม่เหมาะสมตามสภาพธรณีวิทยา บ้านก็กล่าวว่ามาจากคลื่นสึนามิ


