นายกฯยกเสาเอกอาคารรับรองทำเนียบงบ137ล.

นายกฯ เป็นประธาน “ยกเสาเอก” อาคารเรือนรับรองทำเนียบ งบประมาณ 137 ล้านบาท บรรดา ครม. สวมเสื้อผ้าไหมสีเหลือง ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธียกเสาเอกอาคารเรือนรับรองแขกบุคคลสำคัญของรัฐบาล ที่จะสร้างขึ้นบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารเรือนรับรอง ด้านหลัง ตึกไทยคู่ฟ้า ด้านข้าง หน้าอาคารสำนักนายรัฐมนตรี

60-1

โดยอาคารเรือนรับดังกล่าวนี้ จะใช้ในการรับรองแขกพิเศษและบุคคลสำคัญของรัฐบาล แทนห้องรับรองพิเศษ ใต้ตึกบัญชาการ 1 และตึกนารีสโมสร ซึ่งรัฐบาลใช้เหตุผลถึงการก่อสร้างอาคารรับรองใหม่ว่า ห้องรับรองเดิมคับแคบ ไม่เพียงพอต่อการรับรองแขกพิเศษที่เดินทางมาเข้าพบ

โดยอาคารรับรองแห่งใหม่นี้ จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 เดือน และจะก่อสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เบื้องต้น ใช้งบประมาณ 137 ล้านบาท ออกแบบโดยกรมศิลปากร และควบคุมการก่อสร้าง โดย กรมยุทธโยธาทหารบก

60-3
ทั้งนี้ บรรยากาศการทำพิธีฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้สวมเสื้อผ้าไหมสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งการทำพิธียกเสาเอกนั้น เป็นการทำพิธีสงฆ์ และพิธีพราหมณ์ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

60-4

สนับสนุนเนื้อหา Inn

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

กลุ่มชาวพุทธ ฟ้องป.ป.ช.สอบDSIรังแก ‘ธัมมชโย’!

กลุ่มชาวพุทธ รวมตัวฟ้อง ป.ป.ช.สอบ DSI รังแก ‘ธัมมชโย’ คดีสหกรณ์คลองจั่น 
กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกพระธัมมชโย ในฐานะผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

วันที่ 16 พ.ค.59 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลุ่มชาวพุทธรวมตัวประมาณ 500 คน นำโดยนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักการข่าวและการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ดำเนินการกับ DSI ฐานออกหมายเรียกพระธัมมชโยมิชอบในคดีคลองจั่น
60

พร้อมแถลงการณ์ ระบุถึงคดีดังกล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางมาสอบถ้อยคำหลวงพ่อธัมมชโยแล้วที่วัดพระธรรมกาย และได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังอัยการ ซึ่งอัยการได้พิจารณาแล้วไม่มีคำสั่งฟ้องหลวงพ่อธัมมชโย

แต่ภายหลังทางกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งคดีใหม่เป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ขึ้นมาดำเนินคดีกับหลวงพ่อธัมมชโยในมูลคดีเรื่องเดิมที่ได้สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว และตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรซึ่งถือได้ว่าเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อนขัดกับหลักกฎหมาย ที่ระบุว่า “การกระทำครั้งเดียว จะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”

60-0

ดังนั้น ทางกลุ่มฯจึงขอใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเพื่อกล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 200 , 83 และมาตรา 86 ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ทั้งนี้ ทางกลุ่มชาวพุทธ ได้ยื่นกล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายประกอบด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ทับสาร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ, และนายธรรมนูญ อัตโชติ

อ่านเพิ่มเติม  tnews.

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แชร์ว่อน คลิปอ้างนักเรียนไทยกอดจูบกันบนรถขณะไปทัศนศึกษา

เฉลยประเด็นกรณีชาวออนไลน์กระหน่ำแชร์คลิป อ้างนักเรียนหญิงชายในไทย กำลังนัวเนียกันบนรถทัวร์ระหว่างไปทัศนศึกษา

page1

วานนี้ (15 พ.ค.) ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์คลิปวีดีโอเหตุการณ์บนรถทัวร์ ซึ่งภาพปรากฏให้เห็น เด็กนักเรียนหญิงและนักเรียนชายคู่หนึ่งที่นั่งติดกัน กำลังกอด จูบ นัวเนียกันบนรถ พร้อมทั้งระบุข้อความว่าในเชิงว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปคือคนไทย ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แม้จะกำลังอยู่ในระหว่างทำกิจกรรมของโรงเรียน

หลังจากนั้นได้มีผู้แชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งตำหนิบุคคลที่อยู่ในคลิปในเชิงลบ บ้างก็แสดงความเห็นไปในเชิงสลดใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอนาคตของชาติ แต่กระนั้นจากเสียงประกาศบนรถคันดังกล่าว เมื่อฟังดูให้ดี น่าจะเป็นเสียงของภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาไทย

ทั้งนี้ทั้งนั้นทางทีมงาน MThai ได้แกะรอยคลิปดังกล่าว และพบว่าที่มาของคลิปนี้แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในไต้หวัน โดยเนื้อหาจากเว็บที่มาคือเว็บไซต์ hk.on.cc ระบุว่า เด็กนักเรียนทั้งสองคนที่ปรากฏอยู่ในคลิป คือนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม มีการวิจารณ์ว่า เด็ก ๆ ในไต้หวัน ได้รับอิทธิพลจากกระแส สื่อตะวันตกมากขึ้น จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นบ่อยครั้งในยุคหลัง ส่วนอีกหนึ่งประเด็น คือ เรื่องลวงบนโลกออนไลน์ ที่ต้องอาศัยวิจารณญาณในการเสพสื่อเหล่านี้มากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะมีเรื่องลวงที่แพร่กระจายไปในโลกโซเชียลมากขึ้นในปัจจุบัน

cats123

ที่มา hk.on.cc