ชี้! ‘iS’ ต้นเหตุทำ ‘อิรัก’ วิกฤติด้านมนุษยธรรมร้ายแรงสุดในโลก

ชี้! “ไอเอส” ขัดขวางทุกวิถีทาง ไม่ให้ “อิรัก” ได้รับความช่วยเหลือจากองค๊กรการกุศล จนเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมร้ายแรงสุดในโลก

สำนักข่าวอัลจาซีเราะห์ของกาตาร์ รายงานว่า นายแจน คูบิส ทูตสหประชาชาติประจำอิรักว่า วิกฤติด้านมนุษยธรรมในอิรักเป็นหนึ่งในวิกฤติที่ร้ายแรงมากที่สุดในโลก โดยพลเมืองอิรักกว่า 10 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเร่งด่วน ตัวเลขนี้เพิ่มเป็นเท่าจากปีก่อน

KHAZAIR, IRAQ - JULY 03: A Iraqi family who fled recent fighting near the city of Mosul prepares to sleep on the ground as they try to enter a temporary displacement camp but are blocked by Kurdish soldiers on July 3, 2014 in Khazair, Iraq. The families, many with small and sick children, have no shelter and little water and food. The displacement camp Khazair is now home to an estimated 1,500 internally displaced persons (IDP's) with the number rising daily. Tens of thousands of people have fled Iraq's second largest city of Mosul after it was overrun by ISIS (Islamic State of Iraq and Syria) militants. Many have been temporarily housed at various IDP camps around the region including the area close to Erbil, as they hope to enter the safety of the nearby Kurdish region. (Photo by Spencer Platt/Getty Images)

ในแถลงการณ์ต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคง นายคูบิส เตือนว่าชาวอิรักอีก 2 ล้านคนอาจจะต้องไร้ที่อยู่อาศัยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศให้ช่วยจัดส่งความช่วยเหลือพลเมืองอิรักในเมืองฟัลลุจาห์และเมืองรามาดี ทางตะวันตกของอิรักโดยเร็วเนื่องจากสถานการณ์เข้าขั้นรุนแรงที่สุด

ด้านนายราเจห์ บารากัต อัลอิสซาวี สมาชิกคณะกรรมการความมั่นคงประจำจังหวัดอันบาร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)ขัดขวางไม่ให้องค์กรการกุศลจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามายังเมืองฟัลลุจาห์ ถึงบัดนี้ผ่านมาแล้ว 2 ปี เมืองฟัลลุจาห์ยังคงถูกปิดล้อม หลังเป็นเมืองแรกที่ตกไปอยู่ในความยึดครองกลุ่มไอเอสเมื่อเดือนมกราคม 2557

นับแต่นั้นมา กองทัพอิรักได้โอบล้อมเมืองนั้นอีกชั้นหนึ่ง ขณะเดียวกันกลุ่มไอเอสห้ามไม่ให้ชาวบ้านออกจากเมือง มีเส้นทางเพียงไม่กี่แห่งที่ใช้สัญจรได้ ประชาชนขาดแคลนทั้งอาหาร ยารักษาโรคและเชื้อเพลิง ชาวบ้านราว 5 หมื่นคนในเมืองฟัลลุจาห์อาจจะเสียชีวิตเนื่องจากขาดแคลนอาหาร

ข้อมูล .js100.

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

จ่อปรับรูปแบบเบี้ยผู้สูงอายุ รายได้เกิน 9พันต่อเดือน หมดสิทธิ์รับ!!

คลังเตรียมปรับรูปแบบเบี้ยผู้สูงอายุรายได้เกิน 9,000 บาทต่อเดือน หรือสินทรัพย์เกิน 3 ล้านบาท หมดสิทธิ์รับ

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ได้คาดการณ์ว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบกับงบประมาณภาครัฐที่ต้องจ่ายสวัสดิการให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่เกิน 60 ปีขึ้นไป โดยในอนาคตจะมีการปรับการจ่ายสวัสดิการ หรือเงินเบี้ยคนชรารายเดือนที่ให้ผู้สูงอายุใหม่ โดยจะเลือกจ่ายให้กับผู้ที่จำเป็นและต้องการได้รับความช่วยเหลือจริง จากปัจจุบันจ่ายให้คนละ 600 บาทต่อเดือน

698564-01

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะต้องกำหนดเกณฑ์ขึ้นมาว่าหากผู้สูงอายุมีรายได้รวมเกิน 9,000 บาทต่อเดือน หรือสินทรัพย์เกิน 3 ล้านบาท จะไม่ได้รับสิทธิ์เบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ลดภาระงบประมาณลงไปได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันรัฐต้องจ่ายถึง 6 – 7 หมื่นล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ์กว่า 10 ล้านคน

โดยหลังจากนี้ไปจะต้องดำเนินการเก็บข้อมูลของผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำร่วมกับการเก็บข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายพัฒนาการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเพย์ เม้นท์ นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นเงิน หรือ รีเวอร์ส มอร์เกจ ให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการใช้เงินในยามเกษียณ ซึ่งจะเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลาน โดยเบื้องต้นหลักการจะต้องมีทรัพย์สิน ปลอดภาระหนี้ มาขอสินเชื่อซึ่งจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุ มูลค่าทรัพย์สิน และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเลือกได้ระหว่างการรับเงินได้เป็นก้อนเดียว หรือจะรับเงินเป็นรายเดือน

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

น้ำท่วมครั้งใหญ่ ! กัวลาลัมเปอร์รถจมน้ำกว่า 40 คัน

น้ำท่วมครั้งใหญ่ ! กัวลาลัมเปอร์รถจมน้ำกว่า 40 คัน หลังฝนตกหนักติดต่อกัน 2 ชั่วโมง

วันนี้(13 พ.ค.) เว็บไซต์นิวสเตรทไทม์ส ของมาเลเซีย รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน 2 ชั่วโมงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เวลาราว 18.00 น. ถึง 20.00 น.คืนวานนี้ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมสูงฉับพลันในหลายพื้นที่ รถยนต์ต้องจมอยู่ใต้น้ำกว่า 40 คัน ในเขตจาลัน เซมันตัน และบริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยมลายา


ทั้งนี้ น้ำที่ท่วมสูงส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่กลายเป็นอัมพาต เมืองจาลัน เซมันตัน , จาลัน ปันตาอี บารู และจาลัน บังซาร์ โดยเจ้าหน้าที่แนะให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ท้องถนนในบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ที่มา  www.nst.com.my

MThai News