สาวเสิร์ฟโวย แฉนายจ้างบังคับใส่ส้นสูงทำงานทั้งวันจนเลือดอาบเท้า

พนักงานเสิร์ฟเลือดอาบเท้า เหตุใส่ส้นสูงทำงานทั้งวัน ตามกฎระเบียบของร้านอาหารที่ทำงานอยู่

เว็บไซต์ ‘เมโทร’ เผยภาพ ซึ่งมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กชื่อว่า นิโคลา เกวินส์ หญิงชาวแคนาดา ที่ได้โพสต์ภาพเท้าที่มีเลือดอาบถุงเท้าที่สวมไว้ โดยมีรองเท้าส้นสูงสีดำคู่หนึ่งวางอยู่ข้าง ๆ พร้อมบรรยายข้อความว่า เท้าดังกล่าว เป็นเท้าของเพื่อนเธอที่ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟในร้าน Joey Restaurants ในเมืองเอดมอนตัน เมืองหลวงของรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา เพราะต้องเดินเสิร์ฟอาหารในรองเท้าส้นสูงนี้ตลอดทั้งวัน

shoe

ผู้ใช้รายนี้ ได้วิจารณ์ร้านอาหารดังกล่าว ว่ามีข้อบังคับที่ล้าสมัยในการแบ่งแยกเพศ ให้ผู้หญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงาน ซึ่งเพื่อของเธอต้องเดินในส้นสูงทั้งวันจนสุดท้ายเล็บนิ้วเท้าหลุดไป 1 เล็บ ซึ่งเป็นความทุกข์ทรมานทางร่างกายอย่างมาก นอกจากนี้ยังวิจารณ์ไปถึงนโยบายเรื่องเสื้อผ้า ที่พนักงานหญิงต้องควักกระเป๋าซื้อชุดเครื่องแบบทำงานใหม่ ขณะที่ผู้ชายเพียงใส่สูทอะไรก็ได้ที่มีอยู่แล้ว ขอแค่เป็นสีดำก็พอ

โพสต์ประณามร้านอาหารดังกล่าว ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา มีชาวออนไลน์แชร์ออกไปกว่า 10,000 ครั้ง ทั้งยังมีผู้เข้ามาแนบภาพกฎข้อบังคับสำหรับพนักงานของร้านอาหารแห่งนี้ พร้อมทำเครื่องหมายชี้ให้ดูชัดเจนว่า ทางร้านบังคับให้พนักงานหญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงปฏิบัติงาน โดยต้องสูงอย่างน้อย 1 นิ้ว และไม่มากเกิน 3 นิ้ว

ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก ท้ายที่สุดทางร้านก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์ attn เกี่ยวกับข้อแนะนำปัจจุบันเกี่ยวกับการแต่งกายของพนักงาน ซึ่งทางร้านระบุว่า รองเท้าของพนักงานขอให้เป็นรองเท้าสีดำและไม่ใช่แบบสวมเท่านั้น ที่เหลือคือพนักงานสามารถเลือกแบบไหนก็ได้ที่สวมใส่สบาย และไม่เคยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงขั้นต่ำสุดของส้นรองเท้าสำหรับพนักงานหญิงที่สามารถใส่ส้นแบบใดก็ได้ ขอเพียงส้นรองเท้าสูงได้มากที่สุดไม่เกิน 2.5 นิ้ว และกล่าวย้ำว่าสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงานในการทำงานเป็นเรื่องที่ทางร้านให้ความสำคัญมากที่สุด

ที่มา thesun

ชาวบ้านโวย! ‘คณะปลอดประสพ’ หลอกถือป้ายค้านขุดบึง

ชาวบ้านโร่พบทหารแจงสื่อฯ โวย ถูก  “คณะปลอดประสพ”  หลอกถือป้ายค้านขุดบึงหนองพล

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา นายบุญเลิศ ทองอ่ำ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินลาด นางประนอม โนสูงเนิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก นำชาวบ้านพบเข้า พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีการเสนอข่าวเกี่ยวกับการทุจริตโครงการขุดลอกบึงหนองพล ว่า

57

ชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ถือป้ายคัดค้านโครงการดังกล่าว โดยมีเนื้อหาว่า “No คอรัปชั่น ไม่รับการทุจริต” ซึ่งเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เนื่องจากวันที่ เกิดเหตุ(9 พ.ค. 59) เมื่อเวลา 08.00 น.นายบุญเลิศได้รับการติดต่อจาก คณะของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำภาค กทม. พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ว่า

ต้องการเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการขุดลอกบึงหนองพล ตนพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 และชาวบ้านอีก 5 คน ได้เดินทางไปต้อนรับ และพาเดินทางไปยังบึงหนองพล ซึ่งมีคณะนักข่าวจากส่วนกลางได้มีการสัมภาษณ์คณะ และถ่ายรูป ทางคณะได้นำป้ายออกมากางพร้อมฝากให้ชาวบ้านถือ ซึ่งทางชาวบ้านก็ไม่ทราบว่าป้ายอะไร เพราะตัวหนังสือเล็กมาก จากนั้นนักข่าวส่วนกลางที่ตามคณะมาได้บันทึกภาพ และเดินทางกลับทันที

ต่อมามีการนำเสนอข่าวว่าพร้อมภาพที่ชาวบ้านถือป้ายดังกล่าว ลักษณะเหมือนออกมาเรียกร้อง หรือประท้วง เกี่ยวกับโครงการขุดลอกบึงหนองพล จึงทำให้ชาวบ้านกังวลใจ และกลัวที่จะมีความผิด จึงขอเข้าชี้แจงต่อทหารและสื่อมวลชน

ด้าน พล.ต.นพพร เผยว่า เรื่องดังกล่าว เหมือนชาวบ้านถูกตกเป็นเครื่องมือ ถูกหลอกให้ถือป้ายที่ทางคณะผู้ที่เข้ามาได้มีการเตรียมการไว้แล้ว และมีการนำเสนอข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง จากนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ และให้ทาง กกต.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม .matichon

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

สีสันการขอฝนจากหลายประเทศ ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง ความหวังปาดน้ำตาประชาชน

ฟ้าฝนเป็นเหมือนความหวังของเกษตรกร แต่เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดวิกฤตภัยแล้ง ก็หมายความว่าโอกาสในการปลูกพืชได้หมดลง โดยเฉพาะพืชชนิดที่ต้องการน้ำเป็นปัจจัยหนักในการเจริญเติบโต ทำให้ส่งผลกระทบมาถึงผู้บริโภคและประชาชนในที่สุด….

ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมกำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้ง เกษตรกรในหลายพื้นที่กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะน้ำมีไม่พอมาใช้ในการเกษตร รวมถึงน้ำในเขื่อนหลักของประเทศส่วนใหญ่ ก็เหลือน้อยลงไปทุกขณะ

MUMBAI, INDIA - JUNE 8: Hindu priests praying to rain god Varuna standing in chest deep water to shower his blessings in the form of early rain at Sankara Mattam, Matunga East on June 8, 2014 in Mumbai, India. According to experts the monsoon is expected to bring below-average rainfall this year potentially lowering grain yields, pushing up food prices and hurting the economy. (Photo by Prodip Guha/Hindustan Times by Getty Images)
พิธีขอฝนในอินเดีย

หนึ่งในความหวังของเกษตร คงหนีไม่พ้นการทำตามความเชื่อในการ ‘ขนฝน’ ซึ่งในประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ควรมีวิธีการรับมือหรือแก้ไขอย่างเร่งด่วน  ตามความเชื่อในการสวด ‘คาถาขอฝน’ รวมถึงการประกอบพิธีขอฝนที่ทำสืบมาตั้งแต่โบราณ และยังมี พิธีสวดมนต์ปลาช่อนเสี่ยงทายฝน เพื่อเสี่ยงทายถามว่าฝนจะตกต้องตามฤดูกาลหรือไม่ โดยมีความเชื่อว่า หากปลากระช่อนกระโดดออกจากหลุมเสี่ยงทาย จะมีความโชคดี น้ำฝนจะตกต้องตามฤดูกาล

ทั้งนี้คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเพียง พิธี ‘แห่นางแมว’ เพราะฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ผู้คนย่อหย่อนศีลธรรม การใช้แมวแห่เพื่อขอฝนนั้น ก็มาจากความเชื่อกันว่า แมวเป็นสัตว์ที่กลัวฝน กลัวน้ำ หากฝนตกเมื่อใดแมวจะร้อง คนโบราณถือเคล็ดว่า ถ้าแมวร้องแสดงว่าฝนกำลังจะตก

c1

แต่แท้จริงแล้วยังมีพิธี “จุดบั้งไฟ” เพื่อขอฝนจาก “พญาแถน” ซึ่งปรากฏในภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบความแห้งแล้วกว่าภาคอื่น ๆ รวมไปถึงรวมถึงพิธีการแห่งรูปสมมุติอวัยวะเพศชาย เรียกว่า ขุนเพ็ด ทำด้วยต้นกล้วยหรือต้นข่อยใหญ่ แห่ขุนเพ็ดไปตามหมู่บ้านแล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่ศาลเจ้าแม่ชายทุ่ง โดยเชื่อว่าฝนจะตกทันที นอกเหนือจากนี้ยังมีความเชื่อในการปั้นหุ่นร่วมเพศ เพื่อเป็นการขอฝนซึ่งประเพณีโบราณที่ทำสืบทอดมานานกว่า 100 ปี

แต่ความเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในประเทศไทย เนื่องจากความแห้งแล้ง เกิดขึ้นได้ทั่วทุกแห่งหน อาทิ ในรัสเซีย หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้เมืองดอร์ปาท จะมีการส่งผู้ชายสามคนปีนขึ้นต้นเฟอร์ คนหนึ่งถือค้อนเคาะถังเล็ก ๆ ทำเป็นเสียงฟ้าร้อง คนที่สองถือดุ้นฟืนติดไฟสองดุ้น เคาะให้กระทบกัน ไฟจะแตกกระจาย คล้าย การจำลองฟ้าแลบ คนที่สามถือที่ใส่น้ำ ขึ้นไปโปรยไปมารอบต้นไม้ คล้ายกับว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว

Indian farmers lie on the ground with sticks as they pray for rain during the Manda Festival at a temple on the outskirts of Ranchi, the capital of India's Jharkhand state, on May 24, 2013. The festival takes place during the hot summer months as farmers pray for rain, prosperity and good health. AFP PHOTO/STR (Photo credit should read STRDEL/AFP/Getty Images)
เกษตรกรในอินเดีย รวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ขอฝน และภาวนาให้มีสุขภาพดีและเจริญรุ่นเรือง ในช่วนเทศกาล Manda ซึ่งมักจัดขึ้นในช่วงหน้าร้อน

มาดูทางฝั่งต่างประเทศ อย่างในประเทศญี่ปุ่น ชาวบ้านจะมีความเชื่อว่าหากไปขอน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลราอิชิน พร้อมทั้งนำน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่กลับหมู่บ้าน จะหยุดพักไม่ได้ เชื่อกันว่าหยุดที่ใดฝนจะตกที่นั่น บางแห่งจะตั้งขบวนไปขอไฟจากพระในวัดบนภูเขา สวดอ้อนวอนแล้ว เอาไฟไปโบกตามทุ่งนา เชื่อว่าจะทำให้ฝนจะตก ส่วนทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ใกล้ภูเขาฟูจี ในสถานการณ์ปกติชาวบ้านจะไม่นำของสกปรกไปทิ้ง แต่เมื่อต้องการฝนตก จะเอาเอากระดูกวัวกระดูกควายโยนลงทะเลสาบ เชื่อกันว่าจะทำให้เทพเจ้าโกรธ บันดาลฝนให้ตก บันดาลให้ฝนตก

ในอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่ห้ามบุคคลนอกศาสนาอิสลาม มีสามีหรือภรรยามากกว่า 1 คน แต่ด้วยสถานการณ์ความแห้งแล้ง มีบางความเชื่อที่ระบุว่า มีเมียมากกว่า 1 คนของชายชาวฮินดูจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลได้ นอกจากนี้ในอินเดีย ยังมีพิธี ‘อาบทราย’ ในเมืองอัลลอฮาบาด รัฐอุตตรประเทศ ที่เชื่อว่าทำให้ฝนตกได้เช่นกัน

People doing sand bath to pray for rain on the River Ganga at Allahabad. (Photo by Ravi Prakash / Pacific Press) (Photo by Pacific Press/Corbis via Getty Images)
พิธีอาบทรายเพื่อขอฝนในอินเดีย

นอกเหนือจากพิธีทางด้านความเชื่อแล้ว ยังมีประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้า ที่ใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ ประกอบกับมีงบประมาณล้นเหลือ อย่างเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวย เตรียมวางแผนจะสร้างภูเขาเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาฝนน้อย ซึ่งเป็นประวัติการณ์ของการสร้างภูเขาเทียมที่สร้างขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณกว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหลักล้านล้านบาท แต่ทว่าวิธีด้วยกว่ายังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

เช่นเดียวกับประเทศที่ ‘พัฒนาแล้ว’ อย่างสหรัฐฯ อเมริกา ในรัฐลอสแองเจลิส ซึ่งในปีที่แล้ว ประสบปัญหาฝนขาดช่วง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันในอนาคต จึงมีการคิดค้นวิธีรักษาน้ำ โดยการปล่อยลูกบอลพลาสติกจำนวนมหาศาลลงสู่เขื่อนเก็บน้ำเพื่อป้องกันแสงแดดที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำลดลงเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปีจากการระเหย จากการชะลอ กรองแสง ที่สาดส่องมายังผืนน้ำโดยตรง อ่านต่อ…มะกันสุดแหวก ใช้ลูกบอลนับล้านแก้ปัญหา ‘ฝนแล้ง’

Black plastic balls rolled down the banks of Ivanhoe reservoir on June 09, 2008 morning in Los Angeles. Department of Water and Power released about 400,000 black plastic 4" balls, June 09, 2008, as the first installment of approximately 3 million plastic balls to form a floating cover over 7 acres of the reservoir. The whole process is to protect drinking water from sunlight that generates harmful bromide. (Photo by Irfan Khan/Los Angeles Times via Getty Images)
การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในสหรัฐฯ

พร้อมกันนี้ เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้วที่มาจากหลายสาเหตุ อาทิ ปัจจัยที่มาจากสภาพอากาศโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ภัยธรรมชาติ เช่น วาตภัย แผ่นดินไหว ในขณะที่อีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้คือการกระทำจากมนุษย์ อาทิ การทำลายชั้นโอโซน ผลกระทบของภาวะเรือนกระจก การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งหลายสาเหตุ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขาดจิตสำนึก ทำให้ผลกระทบเหล่านี้ ย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์เอง…

MThai News