ครม. เห็นชอบ ขึ้นเงินเดือน 2 ขั้น ข้าราชการใน คสช. หวังเป็นขวัญกำลังใจ

ครม. ไฟเขียวขึ้นเงินเดือนพิเศษ 2 ขั้น ข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน คสช. 709 ราย ยันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในสถานการณ์ตรากตรำลำบากตามที่สำนักเลขาธิการ คสช. เสนอ

เว็บไซต์ isranews.org ได้มีการเผยแพร่เอกสารอ้างว่า เป็นมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเงินเลื่อนบำเหน็จ (2 ขั้น) และการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้น (นอกเหนือโควตาปกติ) ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานใน คสช. จำนวน 709 ราย ตามที่สำนักเลขาธิการ คสช. เสนอ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, เงินเดือน, ทหาร,

โดยสาเหตุของการให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละ ในสถานการณ์ที่มีความตรากตรำ และยากลำบากตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งข้าราชการกลุ่มนี้เป็นการขอตัวช่วยราชการจากราชการต้นสังกัด ทำให้มีโอกาสได้รับการพิจารณาบำเหน็จ (2 ขั้น) จากหน่วยต้นสังกัดเดิมน้อยลง

สำหรับงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการต้นสังกัดในโอกาสแรกก่อน หากไม่เพียงพอก็ให้เบิกจ่ายจากงบกลาง รายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการเป็นลำดับต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

maxresdefault

ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก isranews.org

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

รถเก๋งประสานงาปิกอัพ ที่ระยอง ตาย3 เด็ก16วันอาการสาหัส

รถเก๋ง ประสานงา ปิกอัพ ที่เชิงเนิน ระยอง เสียชีวิต 3 ราย สาหัส 1 เป็นเด็กอายุแค่ 16 วัน ตำรวจเร่งสอบ

วันนี้ (11พ.ค.) เกิดอุบัติเหตุที่ ถนนบ้านแลง ต.เชิงเนิน จ.ระยอง เลยตลาดเชิงเนินมาเล็กน้อย โดยเป็นเหตุรถเก๋งชนกับรถกระบะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ ในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือเป็นคนขับรถเก๋ง และรถกระบะ ซึ่งเป็นชายทราบชื่อเพียงคนเดียวคือ นายอนุชา ปานพิลา คนขับรถเก๋ง และมีคนบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน ก่อนที่ผู้หญิงที่เป็นภรรยาของคนขับรถเก๋ง มาเสียชีวิตเพิ่มที่ รพ.อีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเด็กอายุแค่ 16 วัน ทราบว่าเพิ่งคลอด อาการยังโคม่า ล่าสุด ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนสาเหตุและความคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป

698076-01

MThai News

ที่มา INN

ห่วงกม.ชะลอโทษสร้างขัดแย้งใหม่-จ่อยุติหากค้านเยอะ!

“กฎหมายปรองดอง” ส่อชะงัก! “วิษณุ” ห่วงสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ “เสรี” ย้ำ พร้อมล้มเลิก หากหลายฝ่ายคัดค้าน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก สำหรับข้อเสนอกฎหมายรอการกำหนดโทษคดีทางการเมือง เพื่อสร้างความปรองดองของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

วันที่ 11 พ.ค.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ยังไม่มีการประสานเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวจาก นายเสรี และไม่มีความเห็นกรณีที่มีข้อสังเกตว่าเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บางฝ่าย

BANGKOK, THAILAND - JUNE 9: Hundreds of thousands of Thais clad in yellow shirts wait out side the Royal Plaza to pay tribute to King Bhumibol Adulyadej on June 9, 2006 in Bangkok, Thailand. Thailand begins a five-day celebration to mark the 60th anniversary of the Thai Kings accession to the throne. (Photo by Palani Mohan/Getty images)

ขณะเดียวกันมองว่า หากข้อเสนอของ นายเสรี ไม่มีผลลบในวันนี้คงไม่คัดค้านกัน และกฎหมายจะต้องทำให้ถูกวิธี เข้าสภาอย่างถูกต้อง ต้องดูจังหวะเวลาและโอกาสที่เหมาะสม และที่สำคัญต้องคำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เพราะความผิดตามกฎหมายจะต้องรับโทษ

และหากขัดความรู้สึกของประชาชนจะกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่ เหมือนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดเอาไว้ ไม่อย่างนั้นความขัดแย้งครั้งเก่า ยังไม่คลี่คลาย ความขัดแย้งครั้งใหม่ก็เข้ามา

ด้านนายเสรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นความตั้งใจดีที่อยากแก้ปัญหาในส่วนของคดีที่มีความขัดแย้งมายาวนาน ซึ่งแนวทางเดิมที่มีกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น มีคนไม่เห็นด้วยเยอะ จึงอยากใช้แนวทางกฎหมายมาแก้ปัญหา ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการเมือง จึงอยากให้ฝ่ายการเมืองเสนอเข้ามา

ขณะเดียวกันข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นแนวทางเริ่มต้น จึงต้องหาแนวทาง กฎหมายที่ไม่ขัดต่อความรู้สึกของประชาชน แต่หากหลายฝ่ายมีการคัดค้านเยอะ ก็จะยุติข้อเสนอดังกล่าว และไปดำเนินการเรื่องการเยียวยาแทน แต่เชื่อว่าหากค่อย ๆ อธิบาย ข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

นอกจากนี้ นายเสรี ยังกล่าวว่า เดิมมีเจตนาที่จะให้แกนนำหลาย ๆ ฝ่ายมาพูดคุย แต่พอเริ่มต้นก็เกิดการคัดค้านก่อนแล้ว จึงไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการด้านการเมืองได้นำรายงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว 9 ฉบับ รวมถึงรายงานของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาศึกษา แต่ยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องนำมาพิจารณาหาทางออกตามกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม innnews

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News