ศาลนัดอ่านฎีกาคดี ‘เปมิกา’ ฉ้อโกง ‘นพ.ประกิตเผ่า’

ศาลอาญา นัดอ่านฎีกา คดี “เปมิกา” กับพวก ฉ้อโกง “หมอประกิตเผ่า” ลวงทรัพย์สินสูญ กว่า 9 ล้าน

วันนี้ 11 พ.ค. ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อดีตคนสนิท นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชา แอพพลายด์ฟิสิกส์ กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกง โดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

11

จากกรณี เมื่อเดือน ต.ค. 49 – ก.พ.50 นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งในขณะนั้นมีความอ่อนแอแห่งจิต มีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ เป็นโรคจิตอารมณ์แปรปรวน จำเลยทั้งสี่สร้างสถานการณ์ให้ผู้เสียหายที่ 1 เข้าใจว่าตัวเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จฌานขั้นสูง สามารถระลึกชาติ และกล่าวอ้างว่า น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน 99 ภพชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้ในชาตินี้ จึงขอให้ผู้เสียหายมอบทรัพย์สินให้ 10 รายการเป็นเงินกว่า 9.6 ล้านบาท

คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุก น.ส.เปมิกาจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยอีก 3 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 3 ปี แต่โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันชดใช้ทรัพย์สินให้ผู้เสียหายรวม กว่า 8.3 ล้านบาท โดยวันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในเวลา 09.30 น.

ขอบคุณข้อมูล INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แชร์ว่อน! สาวถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้าย เพียงเพราะจ่ายค่าโดยสารไม่ครบ 20 บาท

ชาวเน็ตช่วยกันแชร์! สาวถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้าย เพียงเพราะจ่ายค่าโดยสารไม่ครบ 20 บาท 

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง กำลังบุกขึ้นหอทำร้ายหญิงสาว เพราะเธอยังจ่ายค่าแท็กซี่ไม่ครบ เหลือเพียง 20 บาท

โดยเฟซบุ๊กเพจ ติดตาม จราจร หัวโปก ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นโชเฟอร์แท็กซี่กำลังบุกทำร้ายหญิงสาวบนหอพักแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความบอกเล่า ระบุว่า..

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องกลับบ้านดึก ควรระวังตัวให้มากๆ ! เมื่อวันที่8 พ.ค.ที่ผ่านมา เราได้นั่งแท็กซี่จากบางเขน เพื่อมาลงหอพักที่รามอินทรา แต่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว จึงทำให้บริเวณซอยหอพักที่เราอยู่ ดูเปลี่ยวผิดกับตอนกลางวันมาก จึงทำให้แท็กซี่คนนี้กล้าทำอุกอาจ พยายามจะทำร้ายเราดังภาพที่เห็น เพียงเพราะค่าโดยสาร ขาดแค่ 20 บาท เมื่อเวลาประมาณเกือบตี 3 ของวันนั้น พอแท็กซี่หยุดรถที่หน้าตึก มิเตอร์บอกราคาว่า 220 บาท ซึ่งที่ตัวเรามีติดตัวอยู่เพียงแค่ 200 จึงบอกแท็กซี่ไปว่า ให้รอแปปนึง เพื่อที่เราจะเอาเศษที่ค้างไว้ 20 บาทไปให้

โดยที่เราทิ้งกระเป๋าอีกใบไว้บนรถ แต่แท็กซี่คนนี้กลับบอกว่า ‪‎ทำไมน้องไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ล่ะ‬ เราก็ไม่ได้สนใจ ลงรถไปละกลับไปหยิบเงินในห้องออกมาอีก 50 บาท เพื่อเอาไปให้แท็กซี่คนนี้ แต่พอเราไปถึงที่รถ กลับไม่มีคนขับอยู่บนรถ เราจึงก้มหยิบกระเป๋าจากหลังรถที่เราวางไว้ แต่กลับโดนแท็กซี่คนนี้อ้อมมาจากด้านหลัง จับหัวเรากดลงไปในหลังรถ แต่ด้วยความตกใจเราจึงเด้งตัวถีบแท็กซี่คนนี้แล้ววิ่งเข้ามาในตึก แต่แท็กซี่ก็ยังไม่หยุด วิ่งตามกลับมาฉุดกระชากลากถูเรา พยายามดึงเราให้ไปขึ้นบนรถ เดชะคุณที่แม่บ้านประจำตึกตื่นขึ้นมา เพราะเสียกเราตะโกนโวยวาย และคนอื่นๆ ในตึกก็ตื่น เราจึงปลอดภัยไม่ได้โดนแท็กซี่คนนี้ลากไปทำร้ายอะไร มีก็เพียงแต่รอยฟกช้ำตามแขนขา ที่เราขัดขืนต่อสู้กับผู้ชายคนนี้

ปล‬.แท็กซี่คันนี้ป้ายทะเบียนรถข้างประตูหลังผู้โดยสารไม่ติดให้ชัดเจน (ไม่มี) ‪‎ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแชร์ค่ะ‬ เราพยายามจะเอาเรื่องแต่ไม่สามารถทำได้เพราะจำป้ายทะเบียนแท็กซี่คันนี้ไม่ได้ค่ะ ถึงเอาเรื่องไม่ได้แต่เราก็อยากแชร์ให้เพื่อนระวังตัวไว้ว่า ขึ้นแท็กซี่คันนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าตกหล่นตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ประสบการณ์นี้จะจดจำไปจนตาย @นู๋ อุ้ม จอ แบน”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่อยากให้ดำเนินคดีกับโชเฟอร์แท็กซี่รายดังกล่าว ขณะเดียวกันมีบางความคิดเห็นมองว่า ควรฟังความของอีกฝ่ายด้วย

ภาพจาก ติดตาม จราจร หัวโปก

MThai News

‘พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม’ รับการพักโทษ-เรือนจำจ่อปล่อยตัวเช้านี้

‘พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม’ เข้าเกณฑ์รับการพักโทษ  เรือนจำพิเศษกรุงเทพเตรียมปล่อยตัวเช้านี้ 

วันที่ 11 พ.ค.58 (เวลา 8.00น.) เรือนจำพิเศษกรุงเทพเตรียมปล่อยตัว นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับการพักโทษ ตามหลักเกณฑ์พักการลงโทษของนักโทษชั้นดี คือได้รับการพักโทษ 1 ใน 5 ของโทษที่เหลือ

56-2-0

โดยนายพร้อมพงศ์และนายเกียรติอุดม ถูกศาลจำคุก 1 ปี เท่ากับ 12 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 โดยปัจจุบันทั้ง 2 คน จำคุกมาแล้ว 10 เดือน ซึ่งโทษจริงจะต้องพ้นโทษเดือนกรกฎาคมนี้

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า ทั้งสองคนได้ออกจากเรือนจำเร็วกว่ากำหนด 2 เดือน ซึ่งเป็นการพักโทษธรรมดาไม่ใช่กรณีพิเศษเรือนจำระบุว่า ระหว่างที่อยู่ในภายเรือนจำประพฤติตัวตามระเบียบวินัยและไม่เคยทำผิดวินัย

หลังจากผู้ต้องขังได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำแล้วไม่เกิน 3 วัน จะต้องมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ และทุก 1 เดือน จนกว่าจะพ้นกำหนดโทษ

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News