แค้นถูกข่วนหน้า สาว 17 ฟิวส์ขาด ใช้มีดแทงเพื่อนตายคาที่

สองสาวทะเลาะกันปมเงินหาย สาว17 ฟิวส์ขาด ใช้มีดแทงเพื่อนตายคาห้องพัก

วันนี้ (10พ.ค.) ร.ต.อ.อุดม จันทราภินันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายที่เกิดเหตุใต้อาคารออมสิน อพาร์ทเมนท์ เลขที่97  97/7 ภายในสวนอุตสาหกรรมนวนคร หมู่ที่ 13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย  พ.ต.ท. กานตพล วรรณา รองผกก. สส สภ. คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์  เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวงกำลังชุดสืบสวน  อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู   แพทย์รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

3a3850b8-7cc6-4568-adc0-5df968a30311

ในที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเมนต์ให้เช่า ด้านล่างเปิดเป็นร้านสนุ๊กเกอร์และร้านนวดแผนโบราณ บริเวณลานจอดรถพบผู้เสียชีวิต ลักษณะนอนคว่ำหน้า มีบาดแผลถูกมีดปลอกผลไม้แทงติดคาอยู่ที่แผ่นหลัง ทราบชื่อคือ น.ส.เจนจิรา  จันทร์ธรพิทักษ์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่5 ต.ท่าขมิ้น อ.โพธิ์ธาราม จ.พิจิตร

ใกล้ศพพบกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้กระเด็นตกอยู่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัว น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทั้งนี้บริเวณใบหน้าของ น.ส.เอ มีบาดแผลจากการถูกทำร้ายจนเลือดไหล

fb78e134-db37-429c-b5fd-2806a4cca573

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุทำอาชีพหมอนวดแผนโบราณอยู่ใต้อาคารแห่งนี้ แต่เกิดมีปากเสียงกัน เพราะเงินสดประมาณ 1,000 บาทของผู้ตายหายไป และสงสัยว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนนำไป ทั้งคู่จึงเกิดมีปากเสียงกัน ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

เจ้าของร้านนวดจึงสั่งให้พักงานทั้งคู่ ผู้ตายจึงเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด และเมื่อผู้ตายเดินออกมาจากประตูอพาร์ทเมนต์ ก็พบผู้ก่อเหตุนั่งรออยู่ ด้วยความแค้นขณะทะเลาะกันผู้ตายได้ข่วนหน้าผู้ก่อเหตุ ทางผู้ก่อเหตุจึงใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมา แทงเข้าที่กลางหลัง 1 ครั้ง กระทั่งผู้ตายล้มลงและเสียชีวิต

ทางด้านร.ต.อ.อุดม จันทราภินันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ควบคุมตัวน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ17ปี ไปสอบปากคำที่สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติต่อไป

MThai News

เอาเรื่อง! อดีตรมว.คลัง-พลังงาน-บิ๊กปตท.เอี่ยวคืนท่อก๊าซไม่ครบ

สตง.จี้เอาเรื่อง! อดีตรมว.คลัง-พลังงาน-บิ๊กปตท.เอี่ยวคืนท่อก๊าซปตท.ไม่ครบ ทำรัฐเสียหายกว่า 3หมื่นล้าน

นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติพิจารณาถึงกรณี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการแบ่งแยกทรัพย์สิน และส่งมอบท่อก๊าซธรรมชาติ ให้แก่กระทรวงการคลังไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นเหตุให้รัฐขาดรายได้จากค่าใช้ทรัพย์สินรวมกว่า 32,613.45 ล้านบาท รวมทั้งยังยื่นคำร้องอันเป็นเท็จต่อศาลปกครองสูงสุด ว่ามีการส่งมอบท่อก๊าซฯ ครบถ้วนแล้ว โดยไม่รอผลการตรวจสอบและรับรองจาก สตง.

51-500x300

ดังนั้น ตามอำนาจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. และผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการส่งมอบท่อก๊าซที่ขาดหายไป แก่กระทรวงการคลัง และให้คณะรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้มีการบังคับคดีที่ถูกต้องครบถ้วนภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจาก สตง. มิเช่นนั้นจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

พร้อมกันนี้ สตง. จะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย อาทิ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รักษาการอธิบดีกรมธนารักษ์ ในขณะนั้น เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ไขประเด็นสุนัขลาบาดอร์ขึ้นรถบีทีเอส วอนหยุดดรามาเพราะไม่ผิดกฎ ‘บีทีเอส’ ..?

ไขประเด็นดราม่า กรณีชาวออนไลน์ตั้งคำถาม เพราะเหตุใดสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์จึงขึ้นรถบีทีเอสได้ พร้อมวอนหยุดวิจารณ์เพราะไม่ผิดกฎระเบียบของบีทีเอส

page123

หลังจากเกิดการเผยแพร่ภาพ สุนัขพันธุ์ ลาบาดอร์ ปรากฏตัวนอนอยู่ที่พื้นรถไฟฟ้า บีทีเอส และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดเจ้าของของสุนัข จึงสามารถนำสุนัขขึ้นมาในขบวนรถไฟฟ้าได้

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘กิตติศักดิ์ เจริญทรัพย์’ ได้ออกมาไขประเด็นดังกล่าวพร้อมระบุข้อความว่า การนำสุนัขขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ถือว่าไม่ผิดกฎของบีทีเอส

‘ความจริงก็คือสุนัขพวกนี้เป็นสุนัขนำทางให้เหล่าผู้พิการทางสายตานั่นเองจ้า ทั้งนี้เจ้าของเพจที่ได้แชร์ภาพก็ได้เขียนกำกับไว้ในแคปชั่นเรียบร้อยแล้ว แต่ดูเหมือนว่าหลายๆ คนจะอ่านหนังสือไม่ครบทุกบรรทัด เอ้า ยังไงก็อ่านกันให้ดีก่อนนะ จะได้ไม่หน้าแหกกัน ! ..’

อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าว เป็นเรื่องเข้าใจผิด และก่อให้เกิดประเด็นดรามาในโลกโซเชียล ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่รอบครอบ และสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการอ่านหนังสือของคนไทยอย่างมาก

cats

ที่มา กิตติศักดิ์ เจริญทรัพย์ และ @BumBleBee