นำร่างอาจารย์ใหญ่ 43 ร่าง บำเพ็ญกุศล ณ วัดเพิ่มทาน

คณะแพทยศาสตร์ธรรมศาสตร์ นำร่างอาจารย์ใหญ่ 43 ร่าง บำเพ็ญกุศลวัดเพิ่มทาน ปทุมธานี

วันนี้ (6 พ.ค.) อาจารย์และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้นำร่างอาจารย์ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดเพิ่มทาน ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง นำรถเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ทั้งหมด 43 ร่างในครั้งนี้

696988-01

ด้าน ดร.เดชา บูรณจิตร์ภิรมย์ อาจารย์ประจำสาขากายภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กล่าวว่า เนื่องด้วยทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้จัดประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลผู้ที่บริจาคร่างกายให้คณะแพทยศาสตร์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ หรือที่เรียกกันว่า อาจารย์ใหญ่

โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้มีร่างอาจารย์ทั้งหมด 43 ร่าง และช่วงเย็นของวันนี้จะมีการสวดพระอภิธรรมศพ ในวันพรุ่งนี้ก็จะมีการขอไฟพระราชทานเพลิงศพให้กับร่างอาจารย์ทั้งหมด 43 ร่าง โดยคณะแพทยศาสตร์พร้อมด้วยนักศึกษา มีความซาบซึ้งในการบริจาคร่างกายของอาจารย์ทั้งหมด 43 ร่างในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งที่มาช่วยเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ทั้งหมดในครั้งนี้ด้วย

696988-03

696988-02

ที่มา INN

MThai News

ไขข้อสงสัย อันตรายการหยุดออกกำลังกายกระทันหัน

เปิดสาเหตุอันตราย จากการหยุดออกกำลังกายกระทันหัน หลังมีคนไม่พอใจนักวิ่งไม่ยอมหยุดเคารพธงชาติ ระหว่างออกกำลังกายอยู่กลางสวนสาธารณะ

หลังเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังมีสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความไม่พอใจคนที่วิ่งออกกำลังอยู่ในสวนสาธารณะ แต่ไม่ยอมหยุดระหว่างเพลงชาติดังขึ้น จนทำให้เจ้าของกระทู้ต้องชี้นิ้วสั่ง ก่อนที่จะมีคนเข้าไปแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ เพราะขณะออกกำลังกายจะหยุดทันทีไม่ได้ เนื่องจากเป็นอันตรายและอาจส่งผลทำให้เสียชีวิตได้นั้น

วิ่ง
ขอบคุณภาพจาก bangkhunthianjoggingclub.com

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @1412 Cardiology ได้โพสต์ข้อความอธิบายเพิ่มเติมถึงอันตรายของการหยุดกระทันหันระหว่างออกกำลังกาย โดยระบุว่า ขออนุญาตตอบคำถามจากกระทู้แนะนำใน pantip เป็นคำถามที่เชื่อว่าหลายคนสงสัยกันมานานแล้ว แม้แต่หมอหลายคนเองก็อยากรู้เรื่องนี้ จะไม่พูดถึงว่า การกระทำของ จขกท.ถูกหรือผิดนะครับ ผมขอตอบเฉพาะคำถามวิชาการแพทย์ที่มีการถกเถียงกันในกระทู้ เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์และหลายคนอยากรู้มากๆ

อย่างที่ทราบกันว่าบ้านเราจะมีการเปิดเพลงชาติในเวลาแปดโมงเช้าและหกโมงเย็นในสวนสาธารณะทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

“คนที่วิ่งมาเร็วๆ และต้องหยุดยืนเคารพธงชาติทันทีทันใดจะเป็นอันตรายหรือไม่?”

คำตอบคือ เป็นอันตรายได้ครับ ถ้าวิ่งมาเร็วๆ แล้วหยุดวิ่งยืนอยู่กับที่ทันที แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ 45 วินาทีของเพลงชาติก็ตาม ถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร? เรามาดูกลไกทั้งสามรูปแบบกันครับ

1. ในคนปกติที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวอะไร อาจมีอาการเป็นลมหน้ามืดหรือถึงขั้นหมดสติไปเลยได้ หลังจากหยุดยืนเคารพธงชาติอย่างกะทันหัน โดยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทุกครั้ง แต่ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าชีพจรเต้นเร็วมาก หรือ ออกกำลังในระดับสูง (heart rate zone 4 – 5) ร่วมกับร่างกายในขณะนั้นค่อนข้างแห้งจากสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ เช่น ดื่มน้ำน้อย เสียเหงื่อมาก วิ่งระยะไกลมาได้ซักระยะหนึ่งก่อนเพลงชาติขึ้น หรือเมื่อคืนอดนอนเป็นต้น

การที่หัวใจเราเต้นแรงและเร็วในขณะที่เลือดในห้องหัวใจค่อนข้างน้อย มีโอกาสกระตุ้นรีเฟลกซ์ชนิดหนึ่งในร่างกายขึ้นมาได้ ซึ่งรีเฟลกซ์ชนิดนี้มีผลทำให้ชีพจรเต้นช้าลงและความดันโลหิตต่ำ แต่ตอนที่วิ่งอยู่รีเฟลกซ์ที่ว่านี้ถูกกลบด้วยการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายขณะวิ่ง

เจ้ากรรม เมื่อหยุดวิ่งกะทันหัน โดยไม่มีการวอร์มร่างกายลงก่อน เหมือนคุณขับรถมาเร็วๆ แล้วกระทืบเบรกทันที จะเกิดการถอนตัวของระบบประสาทอัตโนมัติดังกล่าว รีเฟลกซ์ที่เคยถูกกลบเอาไว้ก็จะแสดงผลเด่นชัดขึ้น ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตต่ำฉับพลัน หน้ามืด สามารถที่จะล้มลงไปหมดสติได้ แต่เราพบภาวะนี้ได้ไม่บ่อยนัก

2. ในคนปกติที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวอะไร แต่มีภาวะการตอบสนองของหลอดเลือดที่ผิดปกติซ่อนเร้นอยู่ คนกลุ่มนี้อาจจะออกกำลังได้เหมือนปกติไม่มีอาการอะไรเลย แต่ถ้าเมื่อไหร่ เครียด อดนอน ไม่สบาย หรือ กินน้ำน้อย อาจกระตุ้นให้แสดงอาการออกมา เราพบได้อยู่เรื่อยๆ นะครับ แม้แต่แพทย์พยาบาลของเราเองก็ตาม เมื่อหยุดวิ่งกะทันหัน หลอดเลือดส่วนปลายจะขยายตัวทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลงฉับพลัน เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เกิดอาการวูบ แต่มักจะไม่ถึงกับหมดสติ

3. ในคนที่มีโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก หรือลิ้นหัวใจไมตรัลตีบรุนแรง เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาอุดกั้นทางออกของเลือดจากหัวใจ หรือ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด หัวใจของคนไข้กลุ่มนี้จะสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างจำกัด ทำให้พวกเค้ามักจะมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติได้ขณะออกแรงหรือกำลังวิ่งอยู่

จะไม่ได้มามีอาการหลังจากหยุดวิ่งเพื่อเคารพธงชาติ อย่างไรก็ตาม มีคนไข้บางกลุ่มโดยเฉพาะถ้าอายุยังไม่มากนัก ร่างกายอาจชดเชยเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญผ่านทางระบบประสาทอัตโนมัติตอนที่กำลังออกแรง พอหยุดวิ่งกะทันหัน กลไกชดเชยอันนี้หายไป คนไข้อาจจะหน้ามืดได้หลังหยุดวิ่งทันที และ มักจะเป็นรุนแรงถึงขั้นหมดสติไปเลย

► การรักษา ให้ตั้งสติ ประคองเพื่อนนอนราบยกขาสูง ซักพักจะดีขึ้นได้เอง โดยเฉพาะข้อ 1 และ 2 แต่ถ้ายังไม่รู้สึกตัวหรือเป็นผู้ป่วยในข้อ 3 ให้โทรสายด่วน 1669 เรียกรถพยาบาล หรือ ตะโกนขอความช่วยเหลือทันที

► แนะนำให้หลีกเลี่ยงการวิ่งคาบเกี่ยวกับเวลาเปิดเพลงชาติในสวนสาธารณะ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคในข้อ 3 ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ผ่อนการออกกำลังลงก่อนถึงเวลาเคารพธงชาติซัก 5 – 10 นาที โดยใช้วิธีตั้งนาฬิกาข้อมือเตือน

ฝากแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันนะครับ หรือ ถ้าใครมี log in เอาไปโพสท์ตอบใน pantip ด้วยก็ได้ ขอบคุณครับ

1412

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วิกฤตภัยแล้ง! ถึงเวลาปลูกป่า ต่อสู้เพื่อความยั่งยืน

วันนี้ทาง MThai News จะมาพูดถึงเรื่องภัยแล้ง เนื่องจากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทางเราได้มีการนำเสนอข่าวชาวบ้านต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งขาดน้ำอุปโภคบริโภค เกษตรกรในหลายพื้นที่ก็ได้รับความเดือดร้อน หลายภาคส่วนต้องระดมให้ความช่วยเหลือ รณรงค์ให้เกษตรกรปลูกพื้นที่ใช้น้ำน้อย

  • นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เผยว่า ปัจจุบัน เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การได้คงเหลืออยู่ที่ 878 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 13 จากความจุกักเก็บทั้งหมด ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้รุนแรงหนักสุดตั้งแต่สร้างเขื่อนมา (พ.ศ. 2520) หรือในรอบ 39 ปี ซึ่งแม้มีฝนตกลงมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน แต่ก็ยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำภายในเขื่อนได้มากนัก โดยจะต้องรอดูว่า เดือนพฤษภาคม จะมีฝนตกลงมามากน้อยแค่ไหน
  • นายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ เผยว่า ปัจจุบัน เขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บสามารถใช้การได้อยู่ที่ 1,650 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 890 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 15 พร้อมยอมรับว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงที่สุดตั้งแต่ก่อสร้างเขื่อนมา (พ.ศ. 2523) หรือ ในรอบ 36 ปี
  • สถานการณ์น้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีน้ำสะสมในเขื่อนแควน้อยอยู่ที่ 259 ล้านลบ.ม. หรือ 27 เปอร์เซ็นต์ ของความจุตัวเขื่อน ปริมาณน้ำใช้การได้จริง อยู่ที่ 216 ล้านลบ.ม. หรือ 23 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณน้ำดังกล่าวส่งผลให้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีสภาพน้ำลดลง บางจุดเห็นเป็นสันดินในช่วงหัวเขื่อน สภาพแห้งแตกละแหงเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในช่วงหน้าสันเขื่อน ซึ่งน้ำลดลงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ถึงขั้นสามารถเดินไปมาได้

1461069131_201604191655128-20041022171637

การปลูกป่าถือเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยให้สถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้น และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดประเด็นวิพากวิจารณ์กรณีการปลูกป่าที่จังหวัดน่าน โดยเริ่มจากการที่ผู้ว่าจังหวัดน่านโพสต์เฟซบุ๊กถึงนักเลงคีย์บอร์ดให้มาช่วยกันปลูกป่าเมืองน่าน ทำให้แร็ปเปอร์หนุ่ม โจอี้ บอย ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าจะสนับสนุนการปลูกป่าจากเงินที่เคยระดมทุนไว้บวกกับเงินตัวเองเป็นเงิน 6 แสนบาท โดยเจ้าตัวระบุว่า จะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้อต้นกล้าเพื่อแจกจ่ายในการเพาะปลูกป่าตามที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าป่าไม้ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ เพราะป่าช่วยในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อฝนตกน้ำฝนบางส่วนจะถูกต้นไม้ในป่าดูดซับไว้ แล้วค่อยๆ ปลดปล่อยให้ไหลลงสู่ผิวดิน อีกส่วนหนึ่งจะซึมลงสู่ดินชั้นล่าง สามารถลดการพังทลายของดินได้ ลดการกัดเซาะหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ ป้องกันการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและสามารถลดความรุนแรงของการเกิดภาวะน้ำท่วม เนื่องจากต้นไม้ช่วยชะลอการไหลของน้ำบนผิวหน้าดิน และการมีป่าไม้ปกคลุมดินจะช่วยป้องกันการกัดเซาะได้ดีกว่าปลูกพืชชนิดอื่น ๆ

ซึ่งป่าไม้นั้นจะช่วยป้องกันน้ำฝนขณะฝนตก มิให้กัดเซาะชะพาดินผิวหน้า และช่วยรักษาความสมบูรณ์ และความชุ่มชื้น มิให้เสื่อมสูญไป ส่วนเศษไม้ ใบไม้ ที่ทับถมผุพังอยู่บนผิวดินนั้น ก็จะช่วยดูดซับน้ำฝน ทำให้น้ำมีโอกาสไหลซึมลงไปเก็บสะสมอยู่ในดินได้มาก แล้วจึงค่อยไหลระบายออกจากดิน ลงสู่ลำธาร และลำห้วยอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา ดังนั้น ป่าไม้จึงมีความสำคัญ ที่ช่วยให้ลำน้ำลำธารมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

MThai News