ผู้ว่าฯแปดริ้ว เร่งถกแก้ปัญหาแก๊งโบกรถวัดโสธร

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียกผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ถกเข้มสางปัญหาแก๊งโบกรถโขกทรัพย์วัดโสธร

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวถึงปัญหาประเด็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่เดินทางมายังวัดโสธรวรารามวรวิหาร ว่า มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากปัญหา อยู่ 2 – 3 สาเหตุ ประการแรก คือ มีผู้ที่เข้าไปทำการคอยเรียกโบกรถ ก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ

5

จากการที่ได้มีการโบกรถพาไปจอดแล้ว ก็ต้องซื้อสินค้า เช่น พวงมาลัย และดอกไม้ธูปเทียน จากกลุ่มผู้โบกรถโดยตรง หรือจากร้านค้าที่ผู้โบกรถชี้นำให้ไป ซึ่งก็จะมีการขายในราคาที่แพงกว่าปกติ จะเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการก่อเหตุความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งมีโทษแค่ปรับ ในอัตราสูงสุดแค่เพียง 500 บาท และในส่วนที่ขายเกินราคากว่าสมควรนั้น มีโทษปรับไม่เกิน 400 บาท ทำให้ผู้กระทำผิดนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงกระทำผิดอยู่ซ้ำ ๆ กันไป

ในส่วนของทางตำรวจเองนั้น หลังจากนี้ก็จะได้มีการทำประวัติบุคคลไว้ และยังได้มีการหารือกับทางกองพลทหารราบที่ 11 ไว้แล้วด้วยว่า หากมีผู้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และขายสินค้าเกินราคา และมีการกระทำอยู่บ่อย ๆ แบบซ้ำซากนั้น จะใช้มาตรการตามประกาศ คสช. มาตรา 13 โดยให้ทางทหารนั้นนำตัวไปอบรม หรือนำตัวไปควบคุมไว้ยังภายในค่ายทหารได้ไม่เกิน 7 วัน เป็นมาตรการในการปราบปราม

ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น ต่อไปในช่วงของเทศกาลวันหยุดยาว ที่สำคัญ ๆ ที่จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาทำบุญยังที่บริเวณวัดโสธรเป็นจำนวนมากนั้น ก็อาจจะมีการเข้าไปตั้งเป็นศูนย์บัญชาการภายในบริเวณวัด ซึ่งก็จะจัดกำลังผสมร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน และฝ่ายปกครอง ที่จะไปตั้งศูนย์บริการประชาชนในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่บริเวณด้านหน้าวัด

ขอบคุณข้อมูล INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แล้งทำพิษ!! เขื่อนสิริกิติ์เหลือน้ำใช้การ 13%

แล้งทำเขื่อนสิริกิติ์ เหลือน้ำใช้การ 13% ด้าน ผอ. เผย พายุโซนร้อนถือเป็นสัญญาณดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การได้คงเหลืออยู่ที่ 878 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 13 จากความจุกักเก็บทั้งหมด โดยปริมาณดังกล่าวจะเพียงพอส่งให้ประชาชนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงรักษาระบบนิเวศ ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นฤดูฝน ปี 2559 อย่างแน่นอน

696476-01

ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้รุนแรงหนักสุดตั้งแต่สร้างเขื่อนมา (พ.ศ. 2520) หรือในรอบ 39 ปี ซึ่งแม้มีฝนตกลงมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน แต่ก็ยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำภายในเขื่อนได้มากนัก โดยจะต้องรอดูว่า เดือนพฤษภาคม จะมีฝนตกลงมามากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ระบุว่า การที่มีฝนตกลงมาถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการแสดงว่า ประเทศไทยกำลังย่างก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว และปริมาณน้ำฝนที่มีนั้นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบริเวณที่แห้งแล้ง พร้อมเติมน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ตนอยากขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญให้มีเพียงพอต่อสู้กับสถานการณ์ภัยแล้งในทุก ๆ ปี เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าปีไหนจะรุนแรงอย่างเช่นปีนี้อีก

ที่มา INN

MThai News

สลด! เก๋งเสียหลักชนต้นไม้ ย่างสดสองพี่น้อง

เกิดเหตุรถเก๋งวีออส เสียหลักชนอัดต้นไม้ ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้ ย่างสดสองพี่น้องเสียชีวิตคาที่ บริเวณถนนสายเอเชีย อ.จะนะ จ.สงขลา 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เสรี สุขกสิกร ร้อยเวร สภ.ควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา รับแจ้งได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ชนต้นไม้บริเวณโค้งหมีตาย ถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้า อ.หาดใหญ่ หมู่ 5 ต.จะโหน่ง อ.จะนะ จ.สงขลา และเกิดไฟลุกท่วมทั้งคัน มีคนติดในรถถูกไฟคลอกเสียชีวิต 2 ราย

14622667091462266820l

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน ขจ7476 สงขลา ชนอัดติดกับต้นไม้และไฟกำลังลุกโหมไหม้อย่างรุนแรง ท่วมทั้งคันอย่างรวดเร็วภายในรถมีผู้เสียชีวิต 2 ศพถูกไฟไหม้เกรียมและเป็นหญิงสาวทั้งคู่ ทราบชื่อเวลาต่อมาคือ นางกนกวรรณ ก่อไวทยเจตน์ อายุ 55 ปี และนางกมลชนก ก่อไวทยเจตย์ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน

จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วจาก อ.จะนะ มุ่งหน้าไปยัง อ.หาดใหญ่ แต่เกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทาง และไปชนต้นไม้ริมถนนอย่างรุนแรง จนเกิดไฟลุกท่วม ทั้งนี้พบว่ารถคันดังกล่าวมีการติดแก๊สเอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News