ศาลฏีกาสั่งจำคุกผู้จัดการ 10 ปี คดีโรงงานอบลำไยระเบิด ญาติผู้ตาย 36 รายพอใจหลังต่อสู้มานาน 17 ปี เดินหน้าฟ้องแพ่งเรียกชดเชย 206 ล้านบาท
วันนี้ 27 พ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 15 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นายชมเชษฐ์ จรัสกร ผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมโจทก์ร่วม 17 คน ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 คือ บริษัท หงษ์ไทยเกษตรพัฒนา จำกัด , จำเลยที่ 2 นายปธาน ตรีฉัตร ผู้จัดการ , จำเลยที่ 3 นายเทิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ ประธานกรรมการบริหารบริษัท และ จำเลยที่ 4 นายลีหงเหินหุ้นส่วนชาวไต้หวัน ในฐานความผิด พ.ร.บ.โรงงาน จากเหตุการณ์โรงงานอบลำไยของบริษัทหงษ์ไทยเกษตรพัฒนา เกิดระเบิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2542 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 36 ราย บาดเจ็บ 102 คน และ ยังมีบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้จำเลยทั้ง 4 ที่เป็นผู้บริหารโรงงาน ให้มีความผิดในข้อหาโยกย้ายยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และ สั่งปรับ 90,000 บาท ส่วนข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลยกฟ้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำตัดสินให้จำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และ จำคุกนาย ลี หง เหิน ซึ่งหลบหนีไปเป็นเวลา 10 ปี
ล่าสุดศาลฏีกาได้ตัดสินทั้งหมด 3 ความผิด คือ 1.การคุ้มครองความปลอดภัยในสถานประกอบการ 2.การเคลื่อนย้ายสารยุทธภัณฑ์ หรือ สารอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 291 ร่วมกันประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับอันตรายสาหัส
โดยมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 บริษัท หงษ์ไทยเกษตรพัฒนา จำกัด สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 60,000 บาท จำเลยที่ 2 นายปธาน ตรีฉัตร ผู้จัดการ ที่เดินทางมาร่วมรับฟังคดีในวันนี้ สั่งจำคุก 6 ปี 10 เดือน 20 วัน ซึ่งได้ถูกควบคุมตัวทันทีหลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จ
ส่วนจำเลยที่ 3 นายเทิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ที่ไม่ได้มารับฟังตั้งแต่การพิจารณาในช่วงที่ผ่านมา โดยอ้างว่าต้องเข้ารับการผ่าตัด ศาลเห็นว่ามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ให้จำคุก 10 ปี 2 เดือน และ จำเลยที่ 4 นายลี หง เหิน หุ้นส่วนชาวไต้หวัน ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้และไม่ได้มาฟังคำพิพากษาเช่นกัน ให้จำคุก 10 ปี และออกมาหมายจับ
ขอบคุณภาพจาก สำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com
MThai News