เริ่มแล้ว ! ผู้ประมูลเคาะรอบแรกยืนยันราคาที่ 75,654 ล้านบาท

เริ่มแล้ว ! ผู้ประมูลเคาะรอบแรกยืนยันราคาที่ 75,654 ล้านบาท

S__8028196

เริ่มแล้ว! ผู้ประมูลเคาะรอบแรกเพื่อเป็นการยืนยันราคาที่ 75,654 ล้านบาท โดยต่อจากนี้ จะเป็นการเคาะรอบที่ 2 ซึ่งราคาจะเพิ่มขึ้นอีก 152 ล้านบาท เป็น 75,806 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ชนะชั่วคราวสามารถเลือกได้ 2 ทาง คือ เคาะยืนยันราคาที่ 75,654 ล้านบาท หรือ จะเคาะเพิ่มราคาอีก 152 ล้านบาท

MThai News

—————————————————————————————————————————

พร้อม ! กสทช. เปิดประมูล 4G คลื่น 900 MHz รอบใหม่ มีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล 1 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก จำกัด

วันที่ 27 พ.ค.59 พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประมูล 4G คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz โดยมี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เป็นผู้กล่าวรายงานในการประมูลครั้งนี้

S__8028189

ทั้งนี้ การประมูลดังกล่าว เป็นการประมูล 1 ใบอนุญาต ขนาด 10 เมกะเฮิรตซ์ อายุใบอนุญาต 15 ปี ราคาตั้งต้นประมูล 75,654 ล้านบาท โดยมีผูเข้าร่วมประมูล 1 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN)

นายฐากร กล่าวว่า การประมูลในครั้งนี้แม้จะมีผู้ประมูลเพียงรายเดียว แต่กติกายังเป็นไปอย่างเคร่งครัด คือผู้เข้าร่วมประมูลจะไม่สามารถออกจากห้องประมูลได้จนกว่าจะสิ้นสุดการประมูล และไม่สามารถนำเครื่องมือสื่อสารเข้าห้องประมูลได้ ซึ่งถือเป็นกฎของการประมูลที่ต้องหลีกเลี่ยงการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น

สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เนื่องจากมีผู้เข้าประมูลเพียง 1 ราย ซึ่งจะมีการเคาะราคาเพียงครั้งเดียว เพื่อเป็นการยืนยันราคาเท่านั้น จากนั้น กสทช.จะประชุมเพื่อรับรองการประมูลในเวลา 14.00 น. และคาดว่าจะสามารถรับรองการประมูลในครั้งนี้ได้ภายใน 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม กสทช.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้ชนะการประมูลภายหลังจากผู้ชนะการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนถูกต้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล

MThai News

อินโดฯ เพิ่มโทษประหาร-ทำหมัน นักโทษคดีข่มขืนเด็ก

อินโดนีเซียเพิ่มโทษคดีข่มขืนเด็ก โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

คดีข่มขืน,ทำหมัน,ประหาร,ข่มขืนเด็ก,อินโดนีเซีย
อินโดฯ เพิ่มโทษประหาร-ทำหมัน นักโทษคดีข่มขืนเด็ก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ออกกฤษฎีกาฉุกเฉิน เพิ่มโทษคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็ก ให้มีโทษสูงสุดคือ ‘ประหารชีวิต’ และการทำหมันแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ทันที

กฤษฎีกาฉุกเฉินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดอาชญากรรมทางเพศขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือกรณีที่กลุ่มคนร้ายรุมโทรมข่มขืน และฆาตกรรมเด็กหญิงอายุ 14 ปีรายหนึ่งทำให้ประชาชนทั่วประเทศโกรธแค้นอย่างหนัก

ทางด้านประธานาธิบดี วิโดโด ระบุว่า กฎดังกล่าวทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงกับเด็ก ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับการข่มขืนของอินโดนีเซียก่อนหน้านี้ ไม่ว่ากับเด็กหรือผู้ใหญ่ มีโทษสูงสุดคือจำคุก 14 ปี โดยการเพิ่มโทษล่าสุด ทำให้ผู้ที่ติดคุกจากความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก อาจต้องสวมอุปกรณ์ติดตามตัวหลังจากได้รับการปล่อยตัวแล้ว

ที่มา bbc.co.uk

กลุ่มวัยรุ่นนับสิบ ! ลากสาววัย 25 ไปรุมโทรมต่อหน้าแฟนหนุ่ม

กลุ่มวัยรุ่นนับสิบ ! ฉุดกระชากลากสาววัย 25 ปี ไปรุมโทรมต่อหน้าแฟนหนุ่ม ที่ฝ่ายกักน้ำแก้มลิง จ.ยะลา

วานนี้ (26 พ.ค. 59) นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา หลังจากเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน ฉุดกระชาก บังคับไปลงมือข่มขืน บริเวณฝ่ายกักน้ำแก้มลิง ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ต่อหน้าแฟนหนุ่ม

rape-help-stop-rape-34818631-900-675-600x376
ภาพประกอบ

ทั้งนี้ นางสาวเอ ให้การว่า ตนทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายของในตัวเมืองยะลา หลังเลิกงานได้ขี่รถจยย. ไปบ้านแฟนใน จ.ปัตตานี เวลาประมาณ 02.00 น. จึงได้เดินทางกลับมายังบ้านเช่าในตัวเมืองยะลา โดยมีแฟนหนุ่มขี่รถจยย.มาส่ง ก่อนแวะเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั้ม ปตท.ท่าสาป ทางเข้าตัวเมืองยะลา และได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน นั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อภายในปั้ม

โดยกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้มองมาที่ตน ตนจึงบอกกับแฟนให้รีบออกมาและกลับบ้านเช่า แต่ขี่ออกจากปั้มน้ำมันได้ไม่นาน กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ขี่รถจยย. 3 คันตามมาประกบ ก่อนบังคับให้จอดและพาตนกับแฟนไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนลงมือกระทำชำเราตน 6 คน ส่วนที่เหลือยืนเฝ้าแฟนของตน กระทั่งเวลา 04.00 น. ถึงปล่อยตนและแฟนออกจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเดินทางมาแจ้งความ

ด้าน พ.ต.ท.อุทัย การะเกตุ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วย ผู้เสียหายคือนางสาวเอ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชี้จุดที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นพบกางเกงชั้นในสีดำ ของผู้หญิงตกอยู่ แต่นางสาวเอ ยืนยันไม่ใช่ของตนเอง โดยคาดว่ากลุ่มคนร้ายคงใช้สถานที่บริเวณนี้ก่อเหตุกับเหยื่อมาแล้วหลายราย อย่างไรก็ตาม จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อติดตามกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์

MThai News