แชร์ว่อน ภาพโอบามา นั่งชิวกินอาหารญวน ซดเบียร์ฮานอยที่เวียดนาม

แชร์ว่อน ภาพโอบามา นั่งชิวกินอาหารข้างทาง นั่งดื่มเบียร์ฮานอย ที่เวียดนาม

13267757_1148590505204140_1901385232209677575_n

วานนี้ (23 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประทศ รายงานข่าวกรณีที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการโดยมีประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ประมุขแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้การต้อนรับ เพื่อสานสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีเป้าหมาย เพื่อหารือเกี่ยวกับการยกเลิกข้อห้ามไม่ให้สหรัฐฯ ขายอาวุธให้แก่เวียดนาม

แต่ประเด็นทางการเมือง ดูจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่ากับภาพในมุมสบาย ๆ ของผู้นำพญาอินทรีย์รายนี้ หลังจากมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก แชร์รูปภาพของ Anthony Bourdain เชฟชาวอเมริกัน และนักเดินทางเที่ยว ชิม ในรายการ No Reservations ขณะที่ร่วมโต๊ะจิบเบียร์กับนายโอบามา ขณะเยีอนเวียดนามครั้งนี้ ในร้านอาหารที่แสนจะธรรมดา พร้อมบรรยายภาพว่า Low plastic stool, cheap but delicious noodles, cold Hanoi beer. (นั่งบนเก้าอี้พลาสติก กินก๋วยเตี๋ยวอร่อยราคาถูก ซดเบียร์ฮานอย ) ทำให้เป็นประเด็นพูดถึงอย่างมาก เพราะภาพดังกล่าว คงจะเห็นได้ไม่บ่อยนัก

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโอบามาจะพบหารือกับชาวเวียดนามที่ต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งพร้อมทั้งพยายามแก้ปัญหา และอุปสรรคของการบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) นำโดยสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อสร้างเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้เวียดนามเข้าไปเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่เป็นสมาชิกของ TPP แล้ว

ที่มา Anthony Bourdain

กระทู้ดราม่า! แม่โวยนำลูกเข้าเนอสเซอรี่ ถูกทำร้าย แต่เจ้าของโรงเรียนปกป้องคนผิด

กระทู้ดราม่า! แม่โวยนำลูกฝากเลี้ยงในเนอสเซอรี่ แต่เด็กถูกทำร้าย ซ้ำเจ้าของโรงเรียนยังปกป้องคนผิด

กลายเป็นกระทู้ฮอตที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่นำลูกสาววัยเพียง 1 ขวบ ไปฝากเข้าเนอสเซอรี่ให้คุณครูดูแล แต่ลูกสาวถูกทำร้าย เจ้าของโรงเรียนกลับปกป้องคนผิดซะงั้น โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ Herzspezialis ได้ตั้งกระทู้ แชร์ประสบการณ์เอาลูกฝากเนอสเซอรี่ แล้วลูกโดนทำร้าย ซ้ำร้ายเจ้าของโรงเรียนปกป้องคนผิด โดยระบุว่า

เด็กถูกทำร้าย

“ตนนำลูกสาว ไปฝากเลี้ยงไว้ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีการรับฝากเลี้ยงเด็กเนอสเซอรี่ โดยตอนนี้น้องอายุ 1.8 ปี ซึ่งอยู่ที่เนอสเซอรี่แห่งนี้มาแปดเดือนแล้ว ทุกวันก็ปกติดี กระทั่งวันจันทร์ 16 พ.ค 2559 ไปรับน้องตอนเย็น น้องวิ่งหนีครูออกมากอดแม่ ซึ่งประตูที่กั้นเด็กเปิดอยู่ เพราะมีผู้ปกครองเด็กมารับเด็กคนอื่น จากนั้นตนเห็นต้นแขนด้านซ้ายของน้องมีรอยริ้วๆ สีแดง เลยถามครูที่ดูแลน้อง ครูบอกว่าน่าจะเป็นรอยจากสายสะพายเป้ครูดที่แขนน้อง เดี๋ยวครูจะบอกพี่เลี้ยงไม่ให้น้องสะพายกระเป๋า

วันอังคารที่ 17 พ.ค 2559 ตนไปส่ง และไปรับน้องตอน 17.15 น. ตามเวลาปกติ วันนี้มีรอยเกิดขึ้นอีก แต่คราวนี้เกิดขึ้นที่ต้นแขนด้านซ้าย น้องมีรอยริ้วแดงๆ ขึ้นทั้งสองข้าง แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร (เป็นแม่ที่โง่มากๆ ลูกโดนทำร้ายยังไม่รู้เรื่อง บวกกับน้องยังพูดยังบอกไม่ได้)

วันพุธที่ 18 พ.ค 2559 ตนไปรับน้องตามปกติ คุณครูที่ดูชั้นเนอสเซอรี่แจ้งว่าน้องเกิดเรื่อง คราวนี้แขนของน้องมีรอยแดงที่ต้นแขนข้างซ้ายอย่างชัดเจน และทางคุณครูบ่ายเบี่ยงว่าอาการของน้องน่าจะเกิดจากเกร็ดเลือด จึงให้ผู้ปกครองพาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล ตน และสามีจึงพาน้องมาตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจเกร็ดเลือดและดูรอยช้ำที่แขน ผลเกร็ดเลือดต้องปกติ และคุณหมอลงความเห็นว่า เกิดจากการกระแทก หรือการบีบอย่างแรง ทำให้เส้นเลือดฝอยให้ผิวหนังแตกจนเกิดรอยแดง และมีรอยช้ำ

จากนั้นพ่อของน้อง ได้โทรหาลูกสาวเจ้าของโรงเรียน ซึ่งเป็นคนดูแลโรงเรียน ตามที่คุณหมอแจ้งอาการ และบอกว่าเราจะขอลงบันทึกประวัน เพื่อเป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นวันพฤหัสที่ 19 พ.ค.  ตนเเละสามีไปที่โรงเรียนเวลาประมาณเที่ยง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเจ้าของโรงเรียนแจ้งว่าได้ให้พี่เลี้ยงและครูที่ดูแลเนอสเซอรี่ออกไปแล้ว โดยทางโรงเรียนได้ทราบถึงตัวคนกระทำ และให้ออกไปแล้ว เหตุเกิดจากเปลี่ยนพี่เลี้ยงที่เคยดูแลน้องเป็นคนใหม่ น้องเลยงอแงร้องไห้จะหาพี่เลี้ยงคนเดิม ทำให้ครูที่ดูแลเนอสเซอรี่ สั่งให้พี่เลี้ยงคนใหม่ทำแบบไหนก็ได้ให้น้องหยุดร้อง

ซึ่งทางตนได้ขอดูกล้องวงจรปิดว่ามีการกระทำอย่างอื่นอีกไหม นอกจากรอยที่อยู่ต้นแขนที่เห็นชัดเจน เจ้าของโรงเรียนบอกว่าให้ดูได้แต่ต้องไปตรวจสอบดูเองว่าวันไหน เพราะเขาไม่สามารถระบุได้ วันศุกร์ที่ 20 พ.ค 2559 พ่อน้องโทรแจ้งไปยังลูกสาวเจ้าของโรงเรียนเรื่องขอชื่อจริงของพี่เลี้ยง และครูคนนั้น เพื่อไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทางตนไม่อยากให้โรงเรียนเสียหาย จึงอยากแจ้งความเอาเรื่องแค่กับคนที่ทำน้อง และคนสั่งการ แต่ทางลูกสาวเจ้าของโรงเรียนแจ้งว่าอยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนจึงบอกไม่ได้

ต่อมา สามีของตนโทรหาลูกเจ้าของโรงเรียนอีกครั้ง แต่ทางนั้นไม่ได้รับสาย ผ่านไปสิบนาทีเบอร์ลูกสาวเจ้าของโรงเรียนโชว์ที่จอมือถือ แต่ทางปลายสายเป็นเสียงของเจ้าของโรงเรียน ทางเจ้าของโรงเรียนบอกว่าไม่สามารถที่จะให้ชื่อคนที่กระทำได้ และพร้อมที่จะอยู่ข้างคนที่กระทำน้อง เพราะถ้าทางตนแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กระทำจะทำให้คนๆ นั้นหางานทำอีกไม่ได้ ซึ่งมันไม่แฟร์กับอดีตลูกน้องของเขา และถ้าเราดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงคนนั้นเขาก็พร้อมที่จะเป็นเบอร์หนึ่งในการขึ้นศาล

ตนเลยถามว่าแล้วตนจะทำยังไง ถึงจะได้ชื่อคนๆ นั้นเจ้าของโรงเรียนบอกว่าถ้าได้ชื่อต้องให้เจ้าตัวมาบอกเอง ซึ่งถามว่าเมื่อไร กลับได้คำตอบว่ารอเขาติดต่อกับเจ้าตัวก่อน  ตนจึงถามเขาไปว่ามันแฟร์กับเด็กอายุ 1.8 ขวบที่ยังไม่สามารถบอกความเจ็บปวดที่ได้รับหรือมันแฟร์กับสภาพจิตใจของเด็กที่โดนทำร้ายไหม การที่เรามอบดวงใจของเราให้คุณดูแลโดยที่เรามีตัวเลือกมากมาย  คุณบอกว่าให้คุณดูแลคุณจะทำให้ดีให้ไว้ใจคุณแต่สิ่งที่เราได้คืออะไรคะ เราได้รอยเขียวช้ำที่ร่างกาย และรอยเจ็บลึกในจิตใจของลูก คือสิ่งที่เราได้จาการไว้ใจใช่ไหมคะ  ตอนนี้ได้แจ้งความไปแล้ว และทางนั้นเขาเตรียมทนายไว้ด้วย”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพี่เลี้ยงเด็กจำนวนมาก พร้อมทั้งเอาใจช่วยให้คุณแม่ดำเนินคดีเอาผิดคนทำร้ายเด็กให้ถึงที่สุดอีกด้วย

ที่มา Herzspezialis

MThai News

เห็ดเผาะราคาพุ่ง กก.800 แม่ค้าใจเด็ด! แจกเบอร์ให้ตามด่า ถ้าของไม่สด

เห็ดเผาะออกแล้วราคาพุ่ง กิโลกรัมละ 800 บาท แม่ค้าการันตีความสด แจกเบอร์โทรให้ลูกค้าโทรกลับมาด่าได้หากไม่สดจริง

วันนี้ (24 พ.ค.)  พ่อค้าแม่ค้าเริ่มนำเห็ดเผาะหรือที่คนในภาคเหนือเรียกว่า “เห็ดถอบ” ออกมาวางขายตามตลาดในท้องถิ่นหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เช่นเดียวกับที่ตลาดแม่ทาที่ตั้งอยู่ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายเชียงใหม่ – ลำปาง ในพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นตลาดขายพืช ผัก ผลไม้ ประจำถิ่น ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมแวะหากผ่านเส้นทางสายนี้

6c664a01-ceb7-473f-ac43-255514223dc2

ทั้งนี้เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ เป็นเห็ดป่าหายาก 1 ปี จะออกเพียงครั้งเดียวในช่วงปลายเดือนเมษายน – พฤษภาคม หลังเกิดพายุฝน โดยปีนี้ราคาเห็ดถอบยังคงพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 600 – 800 บาท พ่อค้าแม่ค้าจึงใช้กลยุทธ์แบ่งเห็ดเพาะขายในกระป๋องที่ตวงเป็นลิตร เริ่มจากลิตรเล็กสุดราคา 150 บาท ลิตรขนาดกลาง ราคาลิตรละ 200 บาท และ ลิตรใหญ่สุด ราคาลิตรละ 250 บาท

42366b64-80f9-44c9-9d57-f4212f8dc9d5

ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้าจะการันตีเห็ดถอบที่เก็บมาว่ามีคุณภาพ เป็นเห็ดที่เก็บมาสด ๆ จากป่า จึงอ่อนทุกเม็ด หากซื้อไปปรุงอาหารรับประทานแล้วไม่อ่อนจริง ก็สามารถโทรศัพท์กลับมาด่าได้ พร้อมกับให้เบอร์มือถือกับลูกค้าทุกรายด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามักเกิดเหตุการณ์พ่อค้าแม่ค้าย้อมแมวนำเห็ดเก่ามาขายให้ลูกค้า

แม้ราคาจะสูงแต่ก็มีผู้นิยมซื้อไปรับประทาน เพราะใน 1 ปีจะมีสักครั้งที่ได้กินเห็ดถอบ ซึ่งเห็ดถอบสามารถนำไปทำ
อาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ผัด ต้มใส่เกลือจิ้มกินกับน้ำพริกแดง หรือ จะเป็นเมนูแกง

f3a89c9a-a81c-4ec9-bb27-bb503b8dfe63

d0728ef9-6ace-4f27-a039-f3e2c2f0b5b9

MThai News