รวบแล้ว! แก๊งเวียดนามลอบทำ ‘น้ำส้มคั้นปลอม’

เจ้าหน้าที่บุกจับกุม ชาวเวียดนาม ที่ อ.มวกเหล็ก และ อ.เมือง  จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าลอบทำ ‘น้ำส้มคั้นปลอม’ ออกวางจำหน่ายให้ประชาชน

จากกรณีมีการแชร์ภาพในโซเชียลมีเดีย กรณีการผลิตน้ำส้มคั้นบรรจุขวดพลาสติก โดยเป็นภาพการทำน้ำส้ม มีการใช้สายยางเติมน้ำลงในกะละมังคล้ายกะลังมังซักผ้า และน้ำขวดแก้วบรรจุน้ำสีส้มเข้มคาดว่าเป็นหัวเชื้อน้ำส้มมาเติม พร้อมข้อความว่า “ผู้ขายเป็นชาวเวียดนามจะนำไปขายตามรถเข็น กระจายทั่วสระบุรี หนองแค มวกเหล็ก” นั้น

201605231450242-20100812132956-e1463992103456
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สระบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีการระบุว่ามีการผลิตน้ำส้มคั้นบรรจุขวดที่อาจจะไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค

โดยเข้าตรวจสอบ 2 แห่งที่ อ.มวกเหล็ก และ อ.เมือง พบผู้กระทำผิดรวม 4 คน แห่งละ 2 คน เป็นชาวเวียดนาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาจำหน่ายอาหารปิดสนิทโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ทั้งนี้ บริเวณที่เข้าตรวจสอบพบน้ำหวาน น้ำส้มสำเร็จรูป และส้มสดจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ สสจ.ได้ส่งตัวอย่างน้ำส้มคั้นบรรจุขวดที่ผู้ต้องหาผลิตไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนของสารอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่

ด้าน รศ.พรรัตน์ สินชัยพานิช หัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในการเลือกซื้อน้ำส้มคั้นสดให้ได้ของจริง ทางที่ดีที่สุดคือให้พ่อค้าแม่ค้าคั้นสดให้ในขณะที่ไปซื้อ ที่สำคัญต้องสังเกตว่านำน้ำส้มที่คั้นสดจริงๆ มาบรรจุขวดให้ลูกค้า เพราะบางครั้งพบว่าแม่ค้าเพียงแค่คั้นโชว์ แต่ตอนบรรจุใส่ขวดจะนำน้ำส้มจากที่มีการปรุงรสรอไว้ในภาชนะแล้วมาให้ลูกค้าแทน

นอกจากนี้ ส้มที่คั้นจากอุปกรณ์ที่แม่ค้าใช้นั้นจะเป็นการคั้นที่หยาบและมีแรงบีบ ทำให้ได้น้ำส้มที่มีเนื้อส้มผสมและมีกลิ่นของผิวเปลือกส้ม น้ำส้มคั้นแท้จึงมีเนื้อส้มผสม ไม่เนียนเหมือนน้ำใส และมีกลิ่นเปลือกส้ม นอกจากนี้ น้ำส้มคั้นแท้เมื่อคั้นทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งน้ำจะมีการแยกชั้น ซึ่งเวลาในการแยกชั้นของน้ำส้มจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของส้ม เช่น ส้มต่างประเทศอย่างส้มซันคิสต์ อาจใช้เวลานานกว่าจะมีการแยกชั้น

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

รวบ 2 โจ๋ที่ถือมีดไล่ฟันเหยื่อกลางเมืองจันทบุรี

รวบตัว 2 เยาวชนที่ถือมีดไล่ฟันชายวัย 32 ปี พร้อมแฟนสาวกลางเมืองจันทบุรี

วันนี้ 23 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สุเทพ  บุญค้ำ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี  พร้อมด้วย พ.ต.ต. ธัญญพัทธ์  บุญสุข  รอง ผกก.สืบสวนสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี  ได้นำตัว 2 เยาวชน ที่ถูกจับกุมได้หลังจากใช้อาวุธมีดไล่ฟันชายวัย 32 ปี พร้อมแฟนสาวกลางเมืองจันทบุรี เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผ่านมา

2
โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี และ 18 ปี ได้พร้อมของกลาง คือเสื้อยืดแขนยาวที่ใส่ในวันก่อเหตุ จำนวน 2 ตัว หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ จำนวน 1 ใบ  มีดไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 เล่ม และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแดส ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีกจำนวน 1 คัน

ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า  วันที่เกิดเหตุตนได้เดินทางเข้ามาเที่ยวภายใน อ.เมืองจันทบุรี  และได้ทำการดื่มสุราจนได้ที่  จะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยังตลาดเจพีไรวา เมื่อมาถึงถนนศรีจันทร์ได้พบกับรถจักรยานยนต์ผู้เสียหาย ได้ขี่มาพร้อมแฟนสาว จึงได้ทำการขี่รถตาม จนมีการขี่รถขึ้นมาเทียบกัน ได้มีการมองหน้ากัน และคิดว่าจะถูกหาเรื่อง ประกอบกับความเมา

จึงขี่รถจักรยานยนต์ถือมีดไล่ตามไปยังหน้าร้านสะดวกซื้อ พร้อมกับจะเดินลงไปถามว่ามีเรื่องอะไรกับตนหรือไม่ จังหวะนั้นแฟนสาวของเหยื่อ ได้วิ่งเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ ส่วนผู้เสียหายได้ถือเก้าอี้เพื่อป้องกันตัว ตนก็ได้ขึ้นรถและขับขี่ออกไป  ส่วนการกระทำครั้งนี้ตนทำไปเพราะเมาสุรา และคิดว่าจะโดนหาเรื่อง  ไม่ประสงค์จะชิงทรัพย์หรือหมายเอาชีวิตแต่อย่างใด  ส่วนมีดที่พกนำมาป้องกันตัว เนื่องจากมีอริเยอะ

ภายหลังจากการพูดคุยชี้แจง ทำความเข้าใจกันแล้ว เยาวชนทั้ง 2 ราย ก็ได้ทำการขอโทษกับผู้เสียหาย  พร้อมยืนยันว่า จะไม่ก่อเหตุแบบนี้อีก ครั้งนี้ทำไปเพราะความเมาจริงๆ

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

กสทช.ชี้! สื่อถ่ายสดฆ่าตัวตายละเมิดสิทธิผู้เสียชีวิต

กสทช. เรียก 5 สถานีบริการโทรทัศน์ ชี้แจง กรณีถ่ายทอดสดความรุนแรง มองการกระทำดังกล่าว ละเมิดสิทธิผู้เสียชีวิต ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์

วันนี้ 23 พ.ค. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ เรียกผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ 5 แห่ง ประกอบด้วย ไทยรัฐทีวี สปริงนิวส์ เนชั่นทีวี ทีเอ็นเอ็น และสถานีดาวเทียมทีนิวส์

700762-01
ทั้งนี้อาจารย์ด้านสื่อสารมวลชน รวมทั้งจิตแพทย์ ร่วมประชุมเพื่อพิจารณากรณีการนำเสนอภาพความรุนแรงผ่านการถ่ายทอดสดเป็นระยะเวลานานเหตุการณ์ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ยิงตัวเองจนเสียชีวิต

โดยระบุว่า การเรียกมาพบในครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าหารือและรับทราบเหตุผลในการนำเสนอเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยวิธีการถ่ายทอดสด โดยยอมรับว่า แม้ปัจจุบันนี้ธุรกิจสื่อจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่ก็ควรจะมีการแจ้งขออนุญาตเปลี่ยนแปลงผังรายการก่อน ที่สำคัญการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์ ยังถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้เสียชีวิตด้วย

ขณะเดียวกัน เห็นว่า ผู้ประกาศข่าว ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ควรจะบรรยายเกินจริง หรือสร้างอารมณ์ร่วมมากเกินไป การนำเสนอ อาจทำได้ในลักษณะของข่าวต้นชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การทำงานของสื่อในวันดังกล่าว เป็นการกีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ขอบคุณ INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News