เร่งช่วย! น้ำป่าถล่มบ้านเรือนกว่า 80 หลัง ใน จ.พังงา

ฝนตกหนักใน อ.ตะกั่วป่า ทำน้ำป่าเอ่อล้น เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 80 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

วันนี้ 30 มิ.ย.นายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วย นายธงชัย หันช่อ นายก อบต.บางม่วง เจ้าหน้าที่ อบต.บางม่วง แขวงการทางตะกั่วป่า และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมฆาตะกั่วป่า ลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วม ที่ตลาดบางม่วง ม.4 ซอยธารทองใต้ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

709638-02

หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลทำให้น้ำในคลองบางม่วง มีปริมาณสูงขึ้น และมีสีขุ่นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลองบางม่วง ทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 80 หลัง ระดับน้ำสูงประมาณ 40 – 50 เซนติเมตร ชาวบ้านบางครอบครัวต้องขนทรัพย์สินมีค่าไว้ที่ปลอดภัย โดยทาง อบต.บางม่วง จัดเตรียมเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เนื่องจากในพื้นที่สภาพท้องฟ้ายังมืดครึ้มและฝนตกหนักสลับเบา นอกจากนี้ บริเวณถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า-ภูเก็ต ได้มีน้ำไหลท่วมถนนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทำให้รถที่สัญจรไปมาด้วยความอยากลำบาก รถจักรยานยนต์บางคันขับลุยน้ำทำให้เครื่องยนต์ดับและทำให้รถติดยาว ทางเจ้าหน้าที่แขวงการทางตะกั่วป่า และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมฆาตะกั่วป่า ต้องออกมาค่อยอำนวยความสะดวก และนำกรวย พร้อมรถส่งสัญญาณเตือนไปวางและจอดประจำตามจุดที่มีน้ำท่วมสูง พร้อมทั้งช่วยกันเปิดทางน้ำเพื่อระบายลงคลอง คาดคืนนี้หากฝนหยุดตก และน้ำทะเลไม่หนุนสูง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

709638-01

709638-04

ที่มา… INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

มองมุมต่าง จากคนไทยในเมียนมา ยันคนพม่ามีแต่ไมตรีให้

หนุ่มไทยในเมียนมา โพสต์ข้อความ ขอคนไทยมองคนพม่ามุมใหม่ เพราะพวกเขาไม่ใช่ศัตรู-คนแย่งงาน แต่เป็นเหมือนญาติ เพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

หลังจากที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้คนจำนวนมากได้มีการแสดงความคิดด้านลบต่อชาวเมียนมา ภายหลังมีข้อความปรากฏอ้างเป็นข้อเรียกร้องจากแรงงานพม่าถึงรัฐบาลไทย ระหว่างที่นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเมียนร์มาเดินทางมาเยือนนั้น

พม่า, เมียนมา, อองซาน ซูจี
พม่า

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก Champ T. Kongsen ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นเกี่ยวกับคนพม่าในฐานะคนไทยที่ไปอาศัยอยู่ในประเทศเมียนมา โดยเผยว่า อยากให้คนไทยเปลี่ยนความคิด และมองคนพม่าอีกมุม เพราะแท้จริงแล้ว พวกเขามีแต่จะหยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้ ไม่เคยคิดถึงการทำร้ายหรือเป็นศัตรูเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมานานกว่า 100 ปี โดยระบุว่า

การเยือนไทยครั้งล่าสุดของอองซานซูจี
ทำให้เราได้เห็นความคิด ความอ่านโดยรวมของคนไทยที่มีต่อประเทศพม่า
ในฐานะที่เรามีโอกาสได้อยู่ตรงนี้มาหนึ่งเดือนเต็มๆ ได้ใกล้ชิดสนิทสนม
คุยแลกเปลี่ยนความคิดกับคนพม่าในหลายๆgenerationตั้งแต่รุ่นเดียวกัน
ไปจนถึงรุ่นปู่ย่า

เลยคิดว่าควรออกมาเขียนอะไรบางอย่าง..

เราเชื่อว่าเพื่อนในเฟซบุ๊คเราส่วนใหญ่เป็นคนไทยรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา
เป็นกลุ่มคนที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศและภูมิภาคนี้ในอนาคต
อย่างน้อยสเตตัสนี้ก็น่าจะช่วยให้คนกลุ่มหนึ่ง ได้เห็นและเข้าใจ ‘พม่า’
ในมุมมองอย่างที่ควรจะเป็น

ชีวิตหนึ่งเดือนที่ผ่านมาในย่างกุ้งไม่ได้ราบรื่นสวยงามแบบที่เราอัพรูป
ทุกอย่างค่อนข้างลำบากเพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศที่ยังไม่พร้อม
ยิ่งมาใช้ชีวิตอยู่ที่พม่าแบบ ’อาสาสมัคร’ ไม่ใช่ ‘นักท่องเที่ยว’
ทำให้เราแทบไม่ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย
แต่เรากลับมีความสุขและอบอุ่นใจมาก เพราะสิ่งที่ได้รับคือ ‘น้ำใจจากคนพม่า’

-โรงเรียนที่เราสอน ครูทุกคนจะสลับกันมาช่วยเป็นล่ามให้เรา
ทั้งที่บางคาบก็เป็นเวลาพักส่วนตัวของเขา

-ครูสอนดนตรีที่เป็นเพื่อนสนิทที่นี่(ตาบอด) พาเราไปเลี้ยงข้าวเที่ยงเกือบทุกวัน
บางวันเราแทบจะยัดเงินใส่มือเขาก็ไม่ยอมรับ บอกว่าให้เรา
‘เก็บเงินไว้ไปเที่ยวรอบพม่าก่อนกลับไทย’

-ป้าภารโรงเดินมาเคาะประตูห้องทุกเจ็ดโมงเช้า ชงชาร้อนๆ มาให้
หยิบไข่และมาม่าไปต้มให้ทานก่อนทำงานทุกวัน

-ทุกครั้งที่หลงทาง คนพม่าจะรีบพุ่งเข้ามาถามว่า ‘มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า’
ยิ่งเวลาบอกว่าเป็นคนไทยจะได้รับรอยยิ้มกลับมาเสมอ (บางคนพูดไทยใส่รัวๆ)

-เวลานั่งรถไฟกลับบ้านตอนดึกๆ ตำรวจสถานีพอรู้ว่าเป็นชาวต่างชาติ
จะนั่งรถไฟมาส่งและชวนคุยด้วยตลอด

คนพม่ารักคนไทยเหมือนพี่เหมือนน้อง เขาไม่เคยมองเราเป็นศัตรูเลย
เพราะประเทศเขาผ่านอะไรมาหนักหนากว่านั้นมาก..
มากเกินกว่าที่จะหยิบอดีตเมื่อร้อยปีที่แล้วมาคิดเล็กคิดน้อย

เรามีโอกาสได้สนิทกับครอบครัวพม่าครอบครัวนึง เป็นครอบครัวของเพื่อนที่นี่
เราไปกินข้าวเย็นที่บ้านเขาเกือบทุกวัน ทุกคนคอยถามสารทุกข์สุกดิบ
คอยสอนภาษาพม่า

วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเรื่องที่ควรรู้ต่างๆ
วันหยุดก็พาไปดูสถานที่สำคัญ สอนเรื่องราวความเป็นไปในทุกๆแง่มุม
ทั้งการเมืองและสังคม เขาดูแลเราเหมือนเราเป็นลูกหลานคนหนึ่ง

ล่าสุดคุณพ่อพม่าให้โสร่งที่มาจากบ้านเกิดเขาคือรัฐยะไข่
เป็นของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนที่มาทำงานอาสาสมัครที่นี่
ญาติๆและลูกหลานเขา

ให้การต้อนรับเราอย่างดีทุกครั้งที่ไปเยี่ยม
เพื่อนแอบมาเล่าให้ฟังว่าวันไหนที่เราไม่ไปกินข้าวที่บ้าน
หลานตัวเล็กจะถามว่า ‘ลุงแชมป์ไม่มาเล่นด้วยหรอ’

พวกเขาบอกเราเสมอตั้งแต่วันแรกๆว่า
‘ให้คิดซะว่าพม่าเป็นบ้านของคุณนะแชมป์’

น้ำใจที่ได้รับมาตลอดจากคนพม่า ทำให้เราเจ็บปวดเหลือเกิน
เวลาต้องอ่านคอมเม้นตามข่าวใน facebook แล้วเห็นเพื่อนร่วมชาติบางคน
มองพม่าเป็นแค่

แรงงานราคาถูก ที่ไม่ต้องมีสวัสดิการอะไรให้ก็ได้?
ศัตรูจากสงครามเมื่อร้อยปีที่แล้ว ที่ยังพาลเกลียดได้จนถึงปัจจุบัน?
ประเทศกระจอกๆที่ไม่มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ?
ต่างด้าวผิดกฎหมาย กลุ่มคนที่จะมาแย่งงาน แย่งโอกาส?

คุณมองพม่าเป็นได้แค่นั้นจริงๆหรอ..

ภาพและข้อความจาก Champ T. Kongsen

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิดใจ คนดังสนั่นโซเชียล กระเป๋ารถเมล์สาว เจ้าของฉายา ‘นางฟ้ารถเมล์’

เปิดใจ คนดังสนั่นโซเชียล กระเป๋ารถเมล์สาว “อออัง ธนานิษฐ์ วัฒนะชัยอัมพร”  เจ้าของฉายา ‘นางฟ้ารถเมล์’ 

กลายเป็นอีกคนที่ดังข้ามคืนผ่านโลกโซเชียล วินาทีนี้บอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักเธอ สำหรับกระเป๋ารถเมล์สาวสวย สาย 8 “อออัง ธนานิษฐ์ วัฒนะชัยอัมพร” เจ้าของคลิปไวรัลแชร์สนั่นโลกออนไลน์ หลังเจ้าตัวได้อัดคลิปแชร์ประสบการณ์ทำงานกระเป๋ารถเมล์ด้วยภาษาอีสาน จนได้รับฉายา ‘นางฟ้ารถเมล์’

วันนี้ทีมข่าว MThai ไม่รอช้า พาไปรู้จัก “อออัง ธนานิษฐ์ วัฒนะชัยอัมพร” สาวขอนแก่น กระเป๋ารถเมล์สุดสวย ดีกรีปริญญาตรี อายุ 23 ปี ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาเป็นบัณฑิตป้ายแดง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ

“อออัง ธนานิษฐ์ วัฒนะชัยอัมพร” เล่าว่า จริงๆ แล้ว แม่ของแฟน ซื้อรถเมล์สาย 8 มา แต่ยังขาดกระเป๋ารถเมล์ ตนเพิ่งเรียนจบ ช่วงนี้กำลังหางานทำเลยมาช่วยงานแบ่งเบาภาระแม่แฟน แฟนมีกิจการปกติก็ได้มาช่วยอยู่แล้ว ช่วงนี้อยากเก็บเงินสักก้อน ระหว่างรอรับปริญญา และทำงานในอนาคต ซึ่งคงต้องใช้เงิน อีกเหตุผลหนึ่งคือน้องกำลังจะไปเรียน ต้องใช้เงินช่วยน้องด้วย

หากถามถึงความยากลำบากในการทำงานกระเป๋ารถเมล์นั้น เจ้าตัวบอกว่า สบายมาก เพราะตนมีชีวิตที่ลำบาก เคยทำงานมาตลอด เพื่อส่งเสียตัวเอง และน้องเรียน ส่วนการมาเป็นกระเป๋ารถเมล์นั้น สิ่งที่ต้องทนก็แค่ความร้อน กับการทรงตัวบนรถเมล์ ถ้าทรงตัวไม่ดีอาจจะล้มได้ ยังโชคดีที่มีแฟน และแม่แฟนมาช่วยดูแล แล้วก็เห็นว่าสามารถทำงานนี้ได้ ส่วนเหตุผลที่ลงคลิปในโซเชียลมีเดียนั้น แค่อยากลงให้แฟน คนรู้จักดู จึงเลือกพูดภาษาอีสานให้คนทางบ้านดู ไม่คิดว่าจะดังมากขนาดนี้

นอกจากนี้ “อออัง” ยังเผยถึงประสบการณ์เคยที่โดนคำถามว่า สวยแบบนี้ทำไมมาเป็นกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งก็พยายามคิดในแง่บวก มองว่าคนเราความคิดไม่เหมือนกัน เขาจะว่ายังไงเราอย่าไปใส่ใจ ถ้าเขาพูดสิ่งที่เราไม่ดีจริง เราก็มาปรับปรุงก็พอค่ะ มองว่านี้เป็นอาชีพสุจริต ไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อยอะไรเลย

เมื่อถามถึงกระแสตอบรับในโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม จนกลายเป็นคนดังข้ามคืน

สองกรณี ดีใจมากมีคนรู้จักเยอะ อีกมุมหนึ่งเสียใจที่มีบางฝ่ายมองว่าเราสร้างกระแส แต่พอเริ่มดังมากขึ้น เราก็ทำใจอยู่แล้วว่าจะเกิดกระแสแบบนี้ ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก คิดเหมือนว่าเป็นน้ำชะล้างสิ่งที่ไม่ดีออก และยังมีแฟนที่ให้กำลังใจเราตลอดเลยมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ค่ะ

สุดท้าย “อออัง ธนานิษฐ์ วัฒนะชัยอัมพร” ได้ฝากขอบคุณสำหรับคนที่ชื่นชอบติดตาม กดไลค์ กดแชร์ให้ตลอด น่ารักมาก ที่สำคัญ คือ อยากให้มองว่า ตนต้องการบริการให้คนที่ขึ้นรถเมล์ นั่งได้อย่างสบายใจ มีคนคอยดูแล และเป็นตัวอย่างกระเป๋ารถเมล์ที่ดีแค่นี้ก็พอใจแล้ว

MThai News