ทักษิณ ลงขันหนุนบริษัท นวัตกรรมไอที อังกฤษ

เผยอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ พร้อมลงขันสนับสนุนบริษัทนวัตกรรมความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตในอังกฤษ ประเดิมงานแรกวางระบบไอทีของรัฐบาลสิงคโปร์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ เทเลกราฟ ในอังกฤษ รายงานเมื่อเร็วๆนี้ว่า บริษัทผู้พัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ชื่อ Scentrics Information Security Technologies เตรียมระดมทุนเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 35,000 ล้านบาท

ทักษิณ ชินวัตร, เทมาเส็ก

บริษัทเซ็นทริกส์พัฒนาเทคโนโลยีเข้ารหัสขึ้นระบบหนึ่ง ซึ่งต่อยอดจากงานวิจัยของภาควิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน เป็นระบบป้องกันการเจาะขโมยข้อมูลที่จะช่วยให้การส่งข้อความและการช้อปปิ้งทางออนไลน์สามารถทำได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ตำรวจและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามกฎหมาย สามารถปลดล็อครหัสข้อความและเอกสารที่ส่งทางอินเทอร์เน็ตได้เป็นรายชิ้น โดยไม่ลดทอนความปลอดภัยของเครือข่ายโดยรวม

ข่าวไม่ได้ระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ร่วมถือหุ้นในเซ็นทริกส์เป็นมูลค่าเท่าใด โดยรายงานว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการบริษัทซึ่งมีด้วยกัน 4 คน และระบุว่า เอียน เทย์เลอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการน้ำมันบริษัท Vitol เป็นบุคคลสำคัญอีกรายที่ร่วมสนับสนุนบริษัทแห่งนี้ด้วย

เทเลกราฟรายงานว่า เซ็นทริกส์ได้ประเดิมลงนามข้อตกลงทางธุรกิจกับผู้ดำเนินกิจการรายใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของรัฐบาลสิงคโปร์ตามโครงการสมาร์ทเนชั่น ทั้งนี้ กองทุนเทมาเส็กของทางการสิงคโปร์กำลังจะลงทุนในบริษัทเซ็นทริกส์ด้วยเช่นกัน.

ข้อมูลข่าวจาก voicetv.co.th

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

หวาดเสียว! เด็กป.2 พลาดโดนเหล็กแหลมเสียบก้น

เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่นกับเพื่อน ถูกผลักเสียหลักถูกเหล็กแหลมเสียบที่ก้น เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

วันนี้ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานหน่วยกู้ชีพเทศบาลนครรังสิต รับแจ้งจากครูโรงเรียนทองพูลอุทิศ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขอความช่วยเหลือว่ามีเด็กนักเรียนโดนเหล็กเสียบก้นไม่สามารถเอาออกได้ หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อุปกรณ์ตัด-ถ่าง

187911

ในที่เกิดเหตุบริเวณขอบโต๊ะปิงปองเจ้าหน้าที่พบ ด.ช.อธิป อภิรัตนเจริญสุข อายุ 7 ขวบ เด็กนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าวชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ถูกเหล็กที่เชื่อมติดอยู่กับข้างโต๊ะปิงปองเสียบติดคาอยู่ที่ก้นร้องไห้ด้วยอาการเจ็บปวด เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัด-ถ่าง ตัดเหล็กออก ก่อนที่จะรีบนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่ง รพ.ปทุมเวชโดยที่ยังมีเหล็กบางส่วนติดคาอยู่เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามน้าสาวของเด็กชายที่ถูกเหล็กเสียบ เปิดเผยว่า จากการสอบถามหลานชายเล่าให้ฟังว่าได้มาเล่นกับเพื่อนที่บริเวณดังกล่าวก่อนที่จะถูกเพื่อนคนหนึ่งผลักแล้วพลาดตนเสียหลักล้มลงไปถูกเหล็กเสียบดังกล่าวก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาช่วยเหลือ

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เผาศพ “น้องมิลค์” เหยื่อสารสกัดหมามุ่ยอินเดียแล้ว

สสจ.ชี้รอตรวจ อาจเก็บผลิตภัณฑ์จาก หมามุ่ยอินเดียทั้งหมด หลังมีคนกินแล้วเสียชีวิตที่จ.ตรัง ขณะที่เหยื่อญาติได้ทำพิธีฌาปนกิจแล้ว

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.ศตพร พันทอง อายุ 21 ปี หรือน้องมิลค์ ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากการกินสารสกัดจากเมล็ดหมามุ่ยอินเดีย

ซึ่งเป็นแบบแคปซูลเข้าไป จำนวน 4 เม็ด และเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลตรัง ซึ่งหลังจากการเสียชีวิต น.ส.ไอยอรอินท์ อดุลวิบูล อายุ 48 ปี ผู้เป็นแม่ ได้นำร่างของบุตรสาวส่งไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลรามา กรุงเทพฯ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งนี้

น้องมิลล์, หมามุ่ยอินเดีย, ศตพร พันทอง, ข่าวจังหวัดตรัง

ล่าสุด ที่วัดนาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ศตพร หรือ น้องมิลค์ โดยทางญาติๆ ได้ฌาปณกิจศพไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงคนในครอบครัว คือนายสมควร, น.ส.ศตพร และ น.ส.ศตวรรณ พันทอง พ่อแม่ และน้องสาวรวมถึงญาติๆ ที่สนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มาร่วมสวดพระอภิธรรมเป็นครั้งสุดท้าย

ด้านนายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชกรรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้ลงพื้นที่เก็บฉลากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรสกัดหมามุ่ยอินเดีย และตัวอย่างแคปซูลยาซึ่งมี 2 เม็ด เพื่อส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ส่วนกลาง) ตรวจสอบ

ซึ่งแม้ว่ามีแค่ 2 แคปซูล แต่คงต้องให้เจ้าหน้าที่หาเพิ่มจากโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ในการตรวจสอบ โดยจะต้องดูว่าข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ตรงกับเลขที่จดแจ้งหรือไม่ ปลอมหรือเปล่า ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบ เบื้องต้นทางจังหวัดตรังก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ เมื่อทราบผลแล้วคาดว่าทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะเป็นผู้แถลงเอง

ถ้าหากว่าข้อมูลที่ตรวจสอบตรงกันทั้งบนฉลากผลิตภัณฑ์และเลขที่จดแจ้งของ อย. การเสียชีวิตครั้งนี้ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางสาธารณสุขไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเลขที่จดแจ้งบนฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องสั่งเก็บผลิตภัณฑ์ทั้งหมด และหรือหากว่าเลขที่จดแจ้งบนฉลากผลิตภัณฑ์ตรงกับความเป็นจริง แต่พบว่ามีสิ่งปลอมปนผสมในตัวยาไม่ตรงกับที่แสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ก็ต้องเก็บผลิตภัณฑ์เช่นกัน

“เบื้องต้นที่เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชกรรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ลงไปตรวจสอบผลิตภัณฑ์พบว่าบนฉลากมีสารแอลโดปา ร่วมกับสารอื่นๆ เช่น ตังเช่า กวาวเครือแดง หมามุ่ยอินเดีย ซึ่งในส่วนของสารแอลโดปา

มีการตั้งข้อสังเกตว่าสารชนิดนี้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุญาตให้นำมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หรือยัง ซึ่งในเรื่องนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่และต้องให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นผู้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป” นายแพทย์วิฑูรย์กล่าว

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News