‘วัฒนา’ ถาม คสช.’ถ้าไม่คิดจะโกงแล้วกลัวอะไร’ ปมศูนย์ปราบโกงฯ

‘วัฒนา เมืองสุข’ ได้โพสต์ข้อความชี้นายกรัฐมนตรีแทรกแซงการทำงานของ กกต. ชี้ ‘ถ้าไม่คิดจะโกงแล้วกลัวอะไร’ ปมศูนย์ปราบโกงฯ

วันนี้ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายวัฒนา เมืองสุข ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัว Watana Muangsook ในประเด็นทางการเมืองปมการทำประชามติ โดยมีข้อความระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคยตั้งคำถามว่าจะมีใครได้ประโยชน์จากการโกงประชามติ คำตอบก็คือนายกรัฐมนตรีและพรรคพวกที่ได้ประโยชน์ เพราะแม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติแล้ว คสช. และหัวหน้า คสช. ก็จะยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว

13495062_486779428184959_2297884701205190685_n

ซึ่งรวมถึงมีอำนาจตามมาตรา 44 ต่อไปอีกอย่างน้อย 15-17 เดือน นอกจากนี้ยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการไปสรรหา ส.ว. อีก 250 คน ซึ่งจะมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาควบคุมและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ที่สำคัญคือไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำมาแล้วทั้งหมดเพราะมาตรา 279 ให้ถือว่าการกระทำทุกอย่างของ คสช. และหัวหน้าคสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ส่วนคนที่เสียประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนี้คือประชาชน เช่น เสียสิทธิการเลือก ส.ส. ที่เคยกาได้สองบัตรก็เหลือบัตรเดียว เสียสิทธิการเลือก ส.ว. ที่เคยเลือกได้จังหวัดละคนก็หายไป หรือเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่ยากจนถูกตัดความช่วยเหลือทางการตลาด เป็นต้น

คสช. และรัฐบาลจึงกระทำทุกทางที่จะจัดการกับผู้ที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งการที่ภาคประชาชนจะตั้งศูนย์ที่ทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อมูลการโกงแล้วรวบรวมส่ง กกต. ให้ดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย รัฐบาลยังขัดขวางถึงขนาดส่งกำลังไปรื้อถอนการจัดตั้งศูนย์ จับกุมประชาชนที่จะช่วยปราบโกงทั้งที่แต่แรกนายกรัฐมนตรีบอกการตั้งศูนย์ทำได้

แต่ล่าสุดรอง ผบช. น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 กองร้อยไปจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรถควบคุมฝูงชนอีก 6 คัน เฝ้าระวังไม่ให้มีการเปิดศูนย์ปราบการโกงดังกล่าว ในขณะที่ กกต. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายประชามติยืนยันว่าการเปิดศูนย์ หรือการแสดงความเห็นรวมถึงการใส่เสื้อแสดงการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นทำได้โดยชอบ

ทั้งนี้พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีนอกจากจะเป็นการแทรกแซงการทำงานของ กกต. แล้ว ยังเป็นคนล้มละลายทางความเชื่อถือเพราะพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ทั้งยังกลัวการตรวจสอบจากประชาชนซึ่งสำนวนไทยเปรียบเทียบเป็น “วัวสันหลังหวะ” ผมจึงขอยืมคำพูดที่ท่านชอบพูดบ่อยๆ ว่า “ถ้าไม่ผิดแล้วกลัวอะไร” มาปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ว่า “ถ้าไม่คิดจะโกงแล้วกลัวอะไร”

ขอบคุณ Watana Muangsook

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

พบอีก!! ชายเร่ร่อน มีเงินเก็บนับล้านบาท เร่งหาญาติจัดการทรัพย์

พบอีกยาจกเงินล้าน วัย 84 ปี  เป็นศพในเพิงพักหลังวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ มีเงินฝากในบัญชี 1.3 ล้านบาท แม้อาชีพเพียงเก็บของเก่า เร่งตามหาญาตินำศพไปประกอบพิธีตามศาสนา

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (19 มิ.ย. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีชายเสียชีวิต หลังกุฏิพระภายในวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ

เก็บขยะ, เศรษฐีเงินล้าน, องอาจ ราชวงษ์, ข่าวสมุทราปราการ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบศพนายองอาจ ราชวงษ์ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/31 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม. นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักที่สร้างจากเพิงไม้เก่าๆ โดยไม่พบร่องรอยการรื้อค้นหรือต่อสู้แต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลื่นล้มเหตุจากชรามากแล้ว แต่กระนั้นเตรียมส่งศพผู้ตายไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่านายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ผู้ตายมาพักอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้มานานนับ 10 ปี โดยได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งอยู่หลังกุฏิพระ โดยปกติจะเห็นผู้ตายทุกวัน แต่จู่ๆ ผู้ตายได้หายตัวไปได้เกือบ 2 อาทิตย์ และมีพระลูกวัดมาแจ้งกับตนว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากบ้านที่ผู้ตายพัก อาศัยอยู่เกรงว่าจะมีเหตุร้าย ตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ กระทั่งพบว่า ผู้ตายเสียชีวิตดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่เตรียมจะประสานญาติให้มารับศพ และจัดการเรื่องทรัพย์สินของผู้ตาย หลังจากพบว่ามีเงินฝากอยู่ 1,340,000 บาท และโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ 2 ไร่ 2 แปลงที่จ.เชียงใหม่ด้วย ที่ฝากไว้กับพระรูปหนึ่งในวัดด้วย ด้านพระรูปดังกล่าวได้เผยสั้นๆ ว่า ผู้ตายเคยทำงานอยู่ที่กรมสรรพสามิตมาก่อน หลังเกษียณอายุราชการ ผู้ตายได้มาทำบุญที่วัดแห่งนี้

แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบผู้ตายก็ได้มาขอพักอยู่ที่วัด โดยได้นำเอกสารฝากให้พระอาจารย์ซึ่งเป็นพระลูกวัดเก็บเอาไว้ ที่ผ่านมาผู้ตายได้มอบเงินสร้างสะพานและซื้อข้าวให้วัดเป็นเงิน 7-8 ล้านบาท และขณะอยู่ที่วัดผู้ตายก็ได้เก็บขวดน้ำและเก็บของเก่าขาย เมื่อได้เงินมาก็มอบให้วัดทั้งหมด และผู้ตายยังมีเงินบำนาญอีกก้อนหนึ่งซึ่งไม่เคยได้ใช้ เก็บไว้ในบัญชีธนาคารล้านกว่าบาท โดยได้ฝากเอาไว้ที่พระอาจารย์อีกด้วย

ขอบคุณภาพจากข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

‘ธรรมกาย’ โพสต์อวย ‘เจ้าสัวบุญชัย’ ลั่นเป็นต้นแบบความดี

‘ธรรมกาย’ โพสต์ชื่นชม นายบุญชัย เบญจรงคกุล ‘เจ้าสัวบุญชัย’ ลั่นเป็นต้นแบบความดี 

วันนี้(20 มิ.ย.) ชาวเน็ตแชร์ภาพเจ้าสัวบุญชัย จากเฟซบุ๊กเพจ เรารักวัดพระธรรมกาย โดยภาพเผยให้เห็น นายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวหมื่นล้าน ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย กำลังทำความสะอาดศาลาภายในวัดพระธรรมกาย ร่วมกับลูกศิษย์คนอื่นๆ พร้อมข้อความ  ระบุว่า

นายบุญชัย เบญจรงคกุล ‘เจ้าสัวบุญชัย’

นี่คือพี่ใหญ่ ของพวกเรา พี่ใหญ่ เป็นต้นบุญต้นแบบมานานพอสมควร ผมเชื่อว่า น้อยคนนักที่จะได้ทำเหมือนพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ทำให้เราดู น้องๆรุ่นหลังควรดูพี่ใหญ่ไว้ พี่ใหญ่ผ่านบททดสอบมาก่อน กว่าจะเป็นพี่ใหญ่บุญชัย ผมชอบฟังพี่ใหญ่คุยมากๆ Cr.สราวุฒิ สุขสาม #เรารักพี่ใหญ่ 

หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างกดไลค์ชื่นชมความดีของเจ้าสัว พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นสาธุเป็นจำนวนมาก

ภาพจาก เรารักวัดพระธรรมกาย

MThai News