หนุ่มฝรั่งอัดคลิปแฉ แท็กซี่ภูเก็ต 1 กิโลฯ 200 บาท แพงไปไหม ?

ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เร่งตรวจสอบ แก้ไขปัญหารถสาธารณะคิดราคาแพงเกินจริง หลังชาวต่างชาติโพสต์ร้องเรียนว่อนโซเชียล 

จากกรณีที่มีชาวต่างชาติชื่อ Jack Brown ได้โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับแท็กซี่ที่ภูเก็ตทำไมถึงได้แพงขนาดนี้ ใครมีอำนาจลงมาดูแลหน่อย เงินเข้ากระเป๋าใครหมด นั่งให้ดูในคลิปไม่ถึง 2 นาที ไม่ถึง 1 กิโล เมตร โดนไป 200 บาท รบกวนพลังโซเชียล ช่วยกันแชร์ เพื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง

706870-01

ล่าสุด (18 มิ.ย. 59) นายสมหมาย สุดขาว ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เผยขณะนี้ทราบเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบและประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการมาแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้จากกรณีคลิปดังกล่าวยังไม่สามารถติดตามตัวเจ้าของรถตุ๊กตุ๊กผู้ก่อแหตุได้ เนื่องจากไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน จึงขอให้ผู้เสียหายติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ที่หมายเลข 1584 ศูนย์ร้องเรียนกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมายต่อไป

สำหรับรถสาธารณะของจังหวัดภูเก็ตมีอยู่ 3 ประเภท คือ แท็กซี่มิเตอร์ที่คิดราคาตามค่าโดยสารตามปกติที่ปรากฏในมิเตอร์ ส่วนแท็กซี่ป้ายเขียวและรถตุ๊กตุ๊กที่ทางผู้โดยสารต้องต่อรองราคากับผู้ให้บริการเอง

อย่างไรก็ตามขนส่งจังหวัดภูเก็ต ยังกล่าวอีกว่าขอให้ประชาชนคอยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่หากถูกผู้ใช้บริการรถสาธารณะเอาเปรียบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ชมคลิป >> https://www.facebook.com/dekfarang?fref=nf

ขอบคุณข้อมูล INN

MThai News

วอนช่วย ! หนุ่มใหญ่ป่วยอัมพาตครึ่งตัว นาน 24 ปี

วอนช่วย ! หนุ่มใหญ่ จ.ระนอง ป่วยอัมพาตครึ่งตัว นานกว่า 24 ปี พ่อแม่แก่เฒ่า มีรายได้จากเบี้ยคนพิการ 800 บาท

นายอำนวย อยู่ญาติมาก พนักงานขับรถตู้สายระนอง-ประจวบฯ กล่าวว่า พบหนุ่มป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัว นอนอยู่กับที่มาเป็นเวลา 24 ปี ที่บ้านเลขที่ 9 ม.5 ต.บางใหญ่ อ.กระบุรี จ.ระนอง ชื่อ นายสำนวล ชำนาญป่า อายุ 52 ปี นอนอยู่บนเตียง โดยมีสายสำหรับขับถ่ายปัสสาวะห้อยอยู่ด้านข้าง

706823-02

นายสำนวล เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะป่วย ตนเองมีร่างกายปกติ แต่เกิดเหตุเข้าไปห้ามเพื่อนที่ทะเลาะกัน ตนเองถูกยิง กลายเป็นอัมพาตครึ่งตัวตั้งแต่ราวนมล่างไปจนถึงปลายเท้า มือซ้ายพอใช้หยิบสิ่งของได้ ส่วนมือขวาไม่มีความรู้สึก โดยเมื่อเกิดเรื่องครั้งแรก พ่อกับแม่ได้พยายามพาไปรักษาตัว แต่ก็ไม่เป็นผล ใช้เงินไปกับค่ารักษา จนในที่สุดต้องมานอนอยู่กับที่เป็นเวลากว่า 24 ปี รักษาตามที่มีกำลัง มีหน่วยงานจาก อสม. นาน ๆ ครั้งจะเข้าเยี่ยม ต้องนอนอยู่กับที่ พยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด

706823-01

เช่น เรื่องการนำถุงปัสสาวะทิ้งเอง ดื่มน้ำเอง กินข้าวกินยาเอง พยายามให้เป็นภาระกับพ่อแม่น้อยที่สุด เพราะพ่อแม่ก็แก่มากแล้ว เคยคิดสั้นอยากจะตายเพื่อไม่เป็นภาระของใคร แต่ได้กำลังใจจากพ่อแม่ให้อยู่สู้ต่อไป รายได้ทุกวันนี้มีเงินช่วยเหลือจากคนพิการจำนวน 800 บาทต่อเดือน ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายต้องซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าไปหาหมอในตัวอำเภอแต่ละครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นเดือนละ 3,000 บาท ก็ได้บรรดาญาติพี่น้องที่คอยหมุนเวียนกันมาให้เงินช่วยเหลือบ้าง รวมไปถึงเพื่อน ๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนก็จะให้เงินตนเองเป็นค่าใช้จ่ายบ้าง ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ายังไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน แต่ละเดือน

สำหรับผู้ใจบุญที่อยากจะช่วยเหลือ สอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 083-637-7483 หรือหากต้องการจะช่วยเหลือผ่านการบริจาคเงินเพื่อเป็นค่ายาค่ารักษาและค่าใช้จ่าย สามารถโอนเงินช่วยเหลือได้ที่บัญชี ชื่อ นางสุนันทา แดงวิไล ธนาคารกรุงเทพ สาขาระนอง หมายเลขบัญชี 291-0-84966-6

ที่มา : INN

MThai News

ฆ่าโหด ! คนร้ายยิงหัววัยรุ่นสาวหมกสวนยางพารา

ฆ่าโหด ! ยิงหัวสาววัยรุ่น หมกสวนยางพารา ตำรวจสตูล พบลูกกระสุนปืนลูกซองตกหล่น เร่งล่าคนร้าย

706818-01

พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สตูล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล หลังรับแจ้งว่า พบศพสาววัยรุ่นอายุประมาณ 18 – 20 ปี นอนจมกองเลือด ในพื้นที่สวนยางพารา พร้อมกับทางมูลนิธิร่มไทร ลงไปยังจุดเกิดเหตุ โดยการลงไปในครั้งนี้พบสภาพศพนอนจมกองเลือด และศีรษะพบหัวสมองเปิดกว้างเป็นรู และสมองไหลกระจายเต็มพื้นที่ เจ้าหน้าที่ประกาศรูปลักษณะหน้าตาเสื้อผ้า ให้ประชาชนหรือบุคคลใดรู้จักมาดูว่าเป็นลูกหลานหรือไม่

ขณะเดียวกันด้านชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เข้าสำรวจบริเวณร่องรอยจุดเกิดเหตุดังกล่าว และใช้เครื่องสแกนวัตถุโลหะพบกระสุนปืนลูกซองตกหล่น 1 นัด อยู่ในพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งทางตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปพิสูจน์ ว่าเป็นกระสุนใช้ยิงผู้ตายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม รอง ผบก.ภ.จว.สตูล สั่งเร่งตามล่าคนร้าย โดยคาดว่าผู้ตายอาจถูกหลอกให้มาจุดเกิดเหตุดังกล่าวก่อนทำการสังหารโหด

ที่มา : INN

MThai News