กทม.ทุ่มงบ5หมื่นล้านเก็บสายไฟลงดิน ! แปลงโฉมมหานคร 10 ปี

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสายสื่อสาร หรือ สายเคเบิล นำลงดินพร้อมสายไฟในเขตกรุงเทพฯ ภายใน 10 ปี

การไฟฟ้านครหลวง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารโทรคมนาคมแบบสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดิน กับ 4 หน่วยงาน คือ กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาแห่งชาติ หรือ กสทช. และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อปรับภูมิทัศน์ และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ

A Thai telephone engineer installing a cable on a telegraph pole in a street in Bangkok. (Photo by: Loop Images/UIG via Getty Images)
ช่างติดตั้งสายเคเบิ้ลลงบนเสาสับสัญญาณบนถนนในกรุงเทพฯ

แผนการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของ กฟน.ครอบคลุม 39 เส้นทาง รวมระยะทาง 127 กม. วงเงิน 48,717 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 ปี (2559-2568)

สำหรับเส้นทางที่กำลังนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดิน ได้แก่ ถนนจิตลดา ปทุมวัน พญาไท พหลโยธิน เพิ่มเติม นนทรี พระราม 3 รัชดาภิเษก-พระราม 9 ลาดพร้าว รามคำแหง จรัญสนิทวงศ์ ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้างอาจจะมีผลกระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนนบ้าง เนื่องจากต้องมีการปิดเลนการจราจรบางส่วน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบริหารจัดการจราจรเพื่อลดผลกระทบนี้

ที่มา  www.now26.tv

ในหลวงพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ3ทหารฮ.ตก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 2 นักบิน 1 ช่างเครื่อง ณวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน

709538-09
เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นาวาอากาศตรี พสิษฐ์ เตชะเสน นักบินเตรียมทหารรุ่นที่ 41 เรืออากาศเอก อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบินเตรียมทหารรุ่นที่ 46 และ พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ พุทธรักษา เจ้าหน้าที่ช่างเครื่องประจำเฮลิคอปเตอร์ ที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เขาชะเมา โดยมี พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้อันเชิญพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สำหรับการสวดพระอภิธรรมคืนแรก ทาง พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเดินทางมาร่วมในพิธีด้วย ส่วนกำหนดการนั้น ทางกองทัพอากาศ จะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559 ก่อนที่พิธีพระราชทานเพลิงศพ จะจัดขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2559

ขณะที่บรรดาญาติของนายทหารทั้งสามท่าน ได้เดินทางมาพร้อมกับขบวน โดยยังอยู่ในอาการที่โศกเศร้า จากนั้นได้เริ่มให้ผู้ที่มาร่วมในพิธี ทั้งญาติและนายทหารสังกัดกองทัพอากาศ ทยอยรดน้ำศพแล้ว

ใจดีเว่อร์ ! กรมบัญชีกลางปรับเพิ่มค่าเรียนให้บุตรข้าราชการ

ใจดีเว่อร์ ! กรมบัญชีกลางปรับ ‘เพิ่มค่าเรียนบุตรข้าราชการ’ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ได้ปรับอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียนใหม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปมาก อัตราค่าครองชีพปรับสูงขึ้น ทำให้กรมบัญชีกลางต้องมีการทบทวนอัตราการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง และเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่เป็นผู้มีสิทธิได้เพิ่มขึ้น โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป

XTOH8O

ทั้งนี้ การปรับอัตราเงินบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการและค่าเล่าเรียนในสถานศึกษาของเอกชน โดยปรับขึ้นในทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับปริญญาตรี เฉลี่ย 240-3,000 บาท เช่น อนุบาล สถานศึกษาของรัฐ เดิมเบิกได้ 5,100 บาท เพิ่มเป็น 5,800 บาท ถ้าเป็นสถานศึกษาเอกชนที่ไม่ได้รับการอุดหนุน เดิมเบิกได้ 11,940 บาท เพิ่มเป็น 13,600 บาท ระดับ ปริญญาตรี สถานศึกษาของรัฐเดิมเบิกได้ 22,000 บาท เพิ่มเป็น 25,000 บาท

ระดับอาชีวะศึกษาสายคหกรรม หรือคหกรรมศาสตร์ สถานศึกษาที่ได้รับการอุดหนุน เดิมเบิกได้ 1,260 เพิ่มเป็น 1,400 บาท สถานศึกษาที่ไม่ได้รับการอุดหนุน เดิมเบิกได้ 14,540 บาทเพิ่มเป็น 16,500 บาท ส่วนอุตสาหกรรมสิ่งทอสถานศึกษาได้รับการอุดหนุน เดิมเบิกได้ 6,370 บาท เพิ่มเป็น 7,200 บาท สถานศึกษาที่ไม่ได้รับการอุดหนุน เดิมเบิกได้ 21,440 เพิ่มเป็น 24,400 บาท

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า สำหรับสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือเทียบเท่า ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 – 30,000 บาท ตามประเภทวิชาหรือสายวิชา และหลักสูตรปริญญาตรี ให้เบิกจ่ายครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 บาท ค่าเล่าเรียนที่ให้เบิกจ่ายได้จะต้องเป็นค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งสถานศึกษาเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการหรือมหาวิทยาลัย

นายมนัส กล่าวว่า ผู้มีสิทธิสามารถนำหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษาของทางราชการและสถานศึกษาของเอกชนมาเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจากทางราชการได้ โดยแจ้งให้ส่วนราชการรับทราบ ซึ่งจะเป็นไปตามรายการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้เพิ่มขึ้น ภายใต้ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียนใหม่

“กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียนใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ” นายมนัส กล่าว

ขอบคุณข้อมูล  กระทรวงการคลัง

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News