หนุ่มหื่นอ้างแค่เปลี่ยว หลังดักฉุด จับหน้าอกเด็กสาวในร้านค้า

หนุ่มหื่นอ้างแค่เปลี่ยว หลังดักฉุด จับหน้าอกเด็กสาวในร้านค้า จนถูกตำรวจจับกุม พร้อมของกลางจำนวนมากได้

วันนี้(14 มิ.ย.) ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แถลงจับกุมนายปณัยกร แก้วตา อายุ 36 ปี ชาวอ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน ใบเลื่อยตัดเหล็ก 1 ใบ และอื่นๆ รวมของกลางกว่า 100 รายการ มูลค่าประมาณกว่า 3 หมื่นบาท

พ.ต.ท.สิทธิพร กล่าวว่า เนื่องจากในเขตต.นาข่า ต.กุดสระ และใกล้เคียง มีเหตุขโมยงัดบ้านร้านขายของชำบ่อยครั้ง โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกสืบสวนจับกุมคนร้าย ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ อีกทั้งในเขตต.นาข่า ต.กุดสระ มักมีเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างผอม ผิวดำแดง กระทำอนาจารเด็กหญิง ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 10 – 14 ปี ด้วยการดักฉุดอุ้มเข้าไปข้างทาง เพื่ออนาจารด้วยการจับหน้าอก แต่ยังไม่ได้ลงมือข่มขืนกระทำชำเรา

ล่าสุด คนร้ายก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 10 ปี ในร้านสะดวกซื้อในตลาดแม่ยุพิน ถ.มิตรภาพอุดร-หนองคาย ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเป็นบุคคลต้องสงสัยในคดีงัดแงะลักทรัพย์ในพื้นที่  หลังจากตรวจสอบภาพใบหน้าคนร้ายในกล้องวงจรปิด พบเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2555 ในท้องที่ สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ก่อนสืบทราบว่าเช่าบ้านอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยข้างโรงเรียนบ้านโนนยาง ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงเข้าตรวจค้นจับกุมนายปณัยกร ได้พร้อมของกลางจำนวนมากในห้องเช่า

นายปณัยกร ให้การรับสารภาพว่า ตนไม่มีครอบครัวอยู่เป็นโสดมานานแล้ว ก่อนหน้านี้บวชเรียนหลายพรรษา เมื่อสึกออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตระเวนลักทรัพย์จนถูกจับได้เมื่อปี 2555 ที่สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ติดคุก 1 ปี 6 เดือน พ้นโทษออกมาก็ตระเวนลักทรัพย์อีกในท้องที่จ.บึงกาฬ แล้วหนีไปทำงานก่อสร้างในตัวเมืองหนองคาย ก่อเหตุลักทรัพย์เครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนค่ายบกหวาน จ.หนองคาย ลักของในโรงเรียนบ้านเม่น จ.อุดรธานี แล้วมาเช่าบ้านอยู่ใน ต.กุดสระ ก่อนจะออกตระเวนงัดแงะช่วงกลางคืน ส่วนเรื่องอนาจารเด็กหญิงก็ยอมรับว่า ทำไปเพราะอารมณ์เปลี่ยว เพื่อมาสำเร็จความใคร่

ที่มา ข่าวสด

MThai News

จับตา! อังกฤษลงมติออกจาก ‘อียู’ สะเทือนตลาดหุ้นทั่วโลก

สำหรับปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญในตลาดทุนขณะนี้ คงหนี้ไม่พ้นประเด็นเกี่ยวกับ การลงประชามติของชาวอังกฤษ ในเรื่องที่จะออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ หรือเรียกอีกอย่างว่า “Brexit” ซึ่งการโหวต จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ โดยเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลก ต่างมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมา ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐ ฯ และยุโรป ต่างปรับตัวลงแรงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียที่อ่อนตัวลงจากการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง

12

ผลกระทบในตลาดหุ้นทั่วโลกช่วงที่ผ่านมา

เริ่มจากเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้ปรับฐานไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ที่ติดลบกันเฉลี่ยราว 0.8% เนื่องจากรับแรงกดดันจากความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการลงประชามติของชาวอังกฤษที่จะตัดสินใจว่าจะออกจากสหภาพยุโรปอียู หรือไม่ ทำให้ค่าเงินยูโร และเงินปอนด์ของอังกฤษ อ่อนค่าลง และส่งแรงกดดันไปที่สินทรัพย์เสี่ยงด้วย

ขณะที่ นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่าสำหรับภาพรวมภาวะ ตลาดหุ้นไทย ของวันที่ 13 มิ.ย.บรรยากาศการลงทุนออกอาการปรับฐานลง โดยระหว่างวันที่ 24 พ.ค.–10 มิ.ย.59 ดัชนี ฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 70 จุด ซึ่งเมื่อมีปัจจัยลบจากแรงกดดันจากความวิตกกังวลของนักลงทุนว่าประเทศอังกฤษจะออกจากกลุ่มประเทศยูโรโซน ก็ส่งผลให้มีเร่งการปรับฐานของตลาดหุ้นให้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มิ.ย.59 ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียว ปิดร่วงลงกว่า 3% ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินเยน และความวิตกกังวลที่ว่า ชาวอังกฤษอาจลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในสัปดาห์หน้า

ตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงอย่างหนัก หลังจากหนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนท์รายงานผลสำรวจเมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่า 55% ของชาวอังกฤษที่ตอบรับการสำรวจต้องการให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียู ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงกว่าผู้ที่ต้องการให้อังกฤษอยู่ในอียู ราว 10%

ในส่วนของ ตลาดหุ้นยุโรป ที่เปิดตลาดมาในสัปดาห์นี้ อ่อนตัวลงตามความวิตกกังวลของนักลงทุน ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ หากผลการลงประชามติครั้งนี้ออกมาว่า ประชาชนต้องการถอนตัวจากอียู เงินปอนด์จะร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ในขณะที่ผลการลงประชามติออกมาว่า จะอยู่เป็นสมาชิกต่อไปก็จะทำให้เงินปอนด์แข็งค่าที่สุดในปีนี้

กระแส “Brexit” ยังแรงไม่หยุด เมื่อ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ ได้ปิดร่วงลงกว่า 130 จุด ในช่วงคืนที่ผ่านมา รวมถึงตลาดหุ้นยุโรปต่างก็ร่วงลงอย่างถ้วนหน้าเช่นเดียวกัน ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ Brexit ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในภาวะผันผวนอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายออกมาเตือนว่า หากอังกฤษถอนตัวออกจากอียู จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงอยู่ราว 4,300 ปอนด์ (6,200 ดอลลาร์) และปัญหาการอพยพเข้าเมืองของคนต่างถิ่นซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่นั้น จะไม่สามารถแก้ไขได้ รวมไปถึงจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างมาก และสำหรับตลาดหุ้นไทย แน่นอนว่าจะต้องมีความผันผวนไม่ใช่น้อย เพราะตลาดหุ้นเต็มไปด้วยอารมณ์ของนักลงทุน ที่คาดเดาต่อการเปลี่ยนแปลงหรือความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ต่าง ๆ

คงต้องรอลุ้นกันว่า ประชามติของอังกฤษจะออกมาในรูปแบบใด แต่การสิ้นสุดสมาชิกภาพของอังกฤษจะใช้เวลา 2 ปี หลังจากแจ้งความจำนงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเวลาดังกล่าวถือเป็นการยืดระยะเวลาให้แต่ละฝ่าย ได้วางแผนปรับตัวและเจรจาต่อรองข้อตกลงใหม่ ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตลาดหุ้นคงมีกรอบจำกัด

MThai News

สมาชิกไอเอส แทง ตร.ฝรั่งเศสดับ บุกบ้านฆ่าเมียอีกศพ

สมาชิกกลุ่มไอเอส แทงตำรวจฝรั่งเศสเสียชีวิต บุกบ้านฆ่าภรรยารวม 2 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส อ้างอยู่เบื้องหลังการสังหารตำรวจฝรั่งเศส ใกล้บ้านพัก จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ จากนั้นมือปืนได้ถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตอีกศพ

A youth brandishing a knife in the street, UK 2007
กลุ่มไอเอส แทงตำรวจฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศส เปิดเผยว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดแทงตำรวจระดับสูงนายหนึ่งหลายครั้ง นอกบ้านพักในเขตแมเนียลวิลเล ชานกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส เสียชีวิต ก่อนจะวิ่งไปหลบซ่อนตัวในบ้านของตำรวจนายดังกล่าว และได้สังหารภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นตำรวจอีกศพ

ขณะที่ลูกชายวัย 3 ขวบ ของเหยื่อรอดชีวิต หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจม ได้พยายามเจรจาต่อรองนานหลายชั่วโมง ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงตะโกนเป็นภาษาอาหรับว่า “พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” อีกทั้งยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นตามมาอีกด้วย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบหาพยานเพิ่ม โดยพบว่า มือมีดเป็นเพื่อนบ้านของตำรวจที่เสียชีวิต ส่วนกลุ่มไอเอส ได้ยืนยันว่า มือมีดคือสมาชิกของกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีฟรองซัวร์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ประณามเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเช้าวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ที่ทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อเร่งสอบสวนคดีโดยเร็ว รวมถึงหามาตรการคุ้มเข้มป้องกัน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ

ที่มา  mirror.co.uk