ปลื้มน้ำใจคนไทย หลังเข้าช่วย 3 พ่อ-ลูก ไร้งาน-เงิน-บ้าน

คนไทยไม่ทิ้งกัน เรื่องราวดีๆ ส่งต่อให้กำลัง หลังผู้คนได้เข้าช่วย 3 พ่อ-ลูก ไร้เงิน-บ้าน-งาน  ให้มีโอกาสใช้ชีวิตต่อกรกับอุปสรรคต่อ

วันนี้ (14 มิ.ย. 59) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @‎Piyanoot Mapanaow‎ ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจในน้ำใจของคนไทยที่ได้ช่วยเหลือให้คนครอบครัวหนึ่ง ที่ประกอบด้วยพ่อและลูกสาว 2 คน ให้มีชีวิตสู้อยู่ต่อ หลังจากที่มืดแปดด้านต้องย้ายที่อยู่ และไร้งานทำ

โดยผู้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวระบุว่า อ่านเจอแล้วสงสารจับใจ

โรงเรียนเทศบาลทับกวาง ๑ สมุห์พร้อม, ข่าวจังหวัดสระบุรี

วันนี้มีผู้ปกครองคนหนึ่ง มาลานักเรียนออก เขามีลูกสาวสองคน คนหนึ่งอยู่ อนุบาล 2 อีกคนหนึ่งอยู่ ป. 3 โรงเรียนก็เลยถามเป้าหมายว่าจะย้ายไปที่ใด จะได้ทำหนังสือย้ายไปถูก ผู้ปกครองก็อ้ำอึ้ง ไม่รู้ บอกแต่จะกลับบ้านย่าที่อยู่อำเภอพระพุทธบาท ก็เลยได้คุยกับผู้ปกครอง ต่อไป (เรื่องที่จะเล่าดังต่อไปนี้ เล่าเพื่อเป็นกำลังใจและเพื่อให้คนที่ท้อแท้นั้นได้สู้ต่อไป)

พ่อแม่และลูกสาวทั้งสอง เคยเป็นครอบครัวที่มีความสุขตามอัตภาพ ที่ จ.ปราจีนบุรี พ่อทำงานเป็นช่างเชื่อม และแม่เป็นแม่บ้าน ครอบครัวอยู่กันแบบพออยู่พอกิน ไม่ได้ลำบาก จนพ่อมาเกิดอุบัติเหตุ ตกจากที่สูงทำให้ต้องรักษาตัว แล้วจึงย้ายกลับมาอยู่บ้านย่าที่อำเภอพระพุทธบาท พ่อก็ยังหางานทำรับจ้างทั่วไป (ร่ายกายดีขึ้น แต่เกิดการหวาดกลัวงานในที่สูง)

โรงเรียนเทศบาลทับกวาง ๑ สมุห์พร้อม, ข่าวจังหวัดสระบุรี

หลังจากนั้นได้ยินข่าวว่าที่บริษัทโรงปูนเขารับสมัครพนักงาน จึงหอบลูกสาวทั้งสองและเมียมาอยู่ที่แก่งคอย พ่อเขาจึงนำลูกสาวทั้งสองมาสมัครเรียนที่โรงเรียนเทศบาลทับกวาง 1 (สมุห์พร้อม) คนแรกเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 อีกคนเรียนป.3 (แต่น้องเค้าอายุ 12 แล้ว ตามเกณฑ์จะต้องอยู่ชั้น ป.6 หรือ ม.1 แต่เนื่องจากย้ายไปย้ายมา ทำให้ไม่ได้รับการเรียน)

พ่อเขาก็ไปสมัครงานแต่ผลปรากฏว่าสอบไม่ผ่าน หนำซ้ำ เมียก็หนีไปกับคนอื่น (มีผัวใหม่) คุณพ่อกะน้องทั้งสองจึงต้องร่อนเร่ไปในที่ต่างๆ เคยนอนในปั๊ม นอนตามศาลา เดินข้างถนนแดดร้อนๆ เพื่อไปหางานทำ (เมื่อสองวันก่อนเด็กไม่มาโรงเรียน ไปหางานทำกับพ่อ) จนมาถึงวันนี้พ่อมาทำเรื่องขอลาออกให้ลูก เพื่อจะย้ายกลับบ้าน เพราะเงินจะหมด เหลือแค่ไม่ถึงร้อยบาท

แต่ครูก็ถามเขาว่ากลับไปแล้วลูกหล่ะจะได้เรียนไหม (ใจจริงพ่อเขาก็ไม่อยากกลับ แต่เงินจะหมด และลูกก็ไม่ได้เรียน งานก็ไม่มีทำ) เรื่องมาถึงตอนเย็น ผมก็ได้คุยกับพ่อเค้า ถ้าเผื่อจะกลับ เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่ง หรือจะอยู่ที่นี่ต่อไป ผมก็จะหาบ้านเช่าให้ เพื่อที่จะให้ลูกสาวทั้งสองได้เรียน (เขาตกลงอยู่เพื่อสู้ต่อ)

โรงเรียนเทศบาลทับกวาง ๑ สมุห์พร้อม, ข่าวจังหวัดสระบุรี

ผมก็เลยตระเวนหาบ้านเช่าให้ ต่อรองเสร็จสรรพ ได้บ้านเช่าแถวโรงเรียน ค่าเช่า 1,000 บาทต่อเดือนรวมน้ำไฟ ผมก็เลยจัดการพาคุณพ่อและลูกๆๆ ไปส่งที่บ้านเช่า (บ้านเช่าเก่าตามอัตภาพ) แต่เชื่อไหมครับ คนที่นี่มากด้วยน้ำใจจริงๆ พ่อและลูกสาวมีกระเป๋าแค่สองใบแค่นั้นไม่มีอะไรเลย

พี่หญิงเจ้าของบ้านเช่า และคนที่อยู่แถวนั้น เอาฟูกที่นอนหมอนมุ้ง พัดลม เสื้อผ้าของเด็ก รองเท้า ต่างๆ เอามาให้ ถึงตอนนี้ ผมน้ำตาไหลครับ คนไม่รู้จักกัน แต่มีน้ำใจถึงเพียงนี้ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างนะครับ ผมว่ายังไงประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศที่น่าอยู่ คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจ โดยเฉพาะคนแก่งคอย สระบุรี เห็นแล้วพูดอะไรไม่ออกเลยคับ

โรงเรียนเทศบาลทับกวาง ๑ สมุห์พร้อม, ข่าวจังหวัดสระบุรี

ปล.ลืมไปหนึ่งเรื่อง มีผู้ใหญ่ใจดี (พี่กุ้ง) เทศบาลเมืองทับกวางมอบเงินช่วยเหลือให้ 1,000 บาท เพื่อให้ต่อชีวิต ไปได้ครับ เพราะเย็นแล้วลูกทั้งสองยังไม่ได้กินอะไรเลยๆ เห็นไหมครับ ต่างจังหวัดดีอย่างนี้นี่เอง น้ำใจไม่เคยเหือดหาย ที่ผมพิมพ์มาซะยาวนี้ เพื่ออยากจะถ่ายทอดชีวิตคนๆ หนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง ได้สู้ต่อไป ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ (ผมรักและศรัทธาอาชีพครูก็วันนี้) — รู้สึกมีความสุขที่ โรงเรียนเทศบาลทับกวาง ๑ สมุห์พร้อม

ข้อมูลข่าวและภาพจาก Piyanoot Mapanaow

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อาจารย์จุฬาฯ โพสต์เหยียด ‘เนติวิทย์’ ทำอัตลักษณ์สถาบันถูกเคลือบแคลง

อาจารย์จุฬาฯ โพสต์เหยียดลั่น หน้าตาของ ‘เนติวิทย์’ ทำอัตลักษณ์สถาบันถูกเคลือบแคลง

วันนี้(14 มิ.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความโพสต์จากอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง  ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ แชร์ข่าวนายเนติวิทย์สามารถสอบเข้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯได้ พร้อมข้อความระบุว่า

เรื่องการเมืองและการเคลื่อนไหวไม่คอมเม้นท์ แต่หน้าตาพี่แกนี่มันจะทำให้อัตลักษณ์ของชาวจุฬาฯ เป็นที่เคลือบเเคลงต่อสาธารณชนขอเรียกร้องให้เพิ่มช่อง “หน้าตาแสดงอัตลักษณ์ของชาวจุฬาฯ”เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนสัมภาษณ์ ด้วยน้ำหนักคะแนน 50% ดีนะไม่มาครุ ไม่งั้นคณะหมอง

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบไปยังเฟสบุ๊กดังกล่าว พบว่าผู้ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าว ระบุว่า ตนเองเป็นอาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ หลังจากที่ข้อความเหล่านี้ถูกเผยแพร่ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ท่านนี้จำนวนมาก

ภาพจาก ปกรณ์ พรชีวางกูร วีทู 

MThai News

ระทึก!! สาววัย 27 บุกประชิดนายกฯ ร้องช่วยเหลือ ถูกปล่อยคลื่นรบกวนสมอง

เจ้าหน้าที่รวบสาววัย 27 ปี หลังพยายามบุกประชิดนายกฯ ที่ทำเนียบ เพื่อขอความช่วยเหลือ อ้างถูกกลุ่มคนส่งคลื่นรบกวนสมอง 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวผู้หญิงคนหนึ่ง หลังเธอพยายามเข้าประชิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการรณรงค์กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ภายใต้โครงการ “ติดปีกความรู้ สู่นอกห้องเรียน” ทราบชื่อภายหลังว่าน.ส.เจมจุรีย์ ช่วยพรัด อายุ 27 ปี

วีทูเค, เจมจุรีย์ ช่วยพรัด, คลื่นรบกวนสมอง

โดยสาเหตุที่ น.ส.เจมจุรีย์ พยายามเข้าถึงนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้นั้น เนื่องจากเธอต้องการให้นายกฯ ช่วยเหลือ โดยอ้างว่าถูกคลื่นวิทยุอีจีเข้ามาควบคุมสมองหรือมายด์คอนโทล เพื่ออ่านความคิดของสมองมนุษย์ ซึ่งตนเองมีหลักฐานทุกอย่าง แต่ไม่มีใครช่วยได้ จึงต้องมาหานายกฯ คนเดียว อยากเรียกร้องให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และที่ผ่านมาได้ดำเนินการฟ้องร้องมาปีกว่าแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าจึงได้เดินทางมาร้องขอให้นายกฯ ช่วยดังกล่าว อย่างไรก็ดีทาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเรื่องไว้แล้ว เพื่อจะตรวจสอบและให้การช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เจมจุรีย์ เคยมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวที่ศูนย์บริการประชาชนหลายครั้งแล้ว และทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ไอซีที) เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

โดยกระทรวงไอซีที ได้ทำหนังสือตอบกลับชี้แจงเรื่องดังกล่าวมาว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีเทคโนโลยีในการเข้าถึงสมองของมนุษย์ เพื่อทราบความรู้สึกนึกคิดได้ แต่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ได้ว่า คลื่นวิทยุในย่านความถี่ที่สูงสามารถส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ไม่ใช่การควบคุมสมอง หรือทราบความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์

สำหรับโครงการวีทูเค , เอ็มเค อัลทรา ,มายด์ คอนโทรล เว็บพอนด์ แซทเทอร์ไลท์ มายด์ คอนโทรล รีโมท นูโทรล มอร์นิเตอร์ริ่ง เป็นโครงการที่ทดลองเทคโนโลยี การควบคุมจิต ซึ่งเป็นโครงการเฉพาะของหน่วยงานความมั่นคง เช่น ซีไอเอ ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น และยังไม่พบว่ามีการดำเนินการโครงการต่อในปัจจุบัน ซึ่งไม่เคยมีการยืนยันได้ว่ามีการใช้คลื่นวิทยุผ่านความคิดมนุษย์ และสั่งการดัดแปลงและพฤติกรรมของมนุษย์ได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

คลิปจาก Wassana Nanuam