ตะลึง! พบบ้านโบราณ เคยใช้เป็นแดนประหารนักโทษ อายุกว่า 170 ปี

ตะลึง! พบบ้านโบราณ เคยใช้เป็นแดนประหารนักโทษ อายุกว่า 170 ปี เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ

วันนี้(10 มิ.ย.) มีรายงานว่า พบบ้านโบราณอายุประมาณ 170 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ต.บ้านควน อ.เมือง จ.สตูล จากนั้น นายธงไชย สารอักษร วัฒนธรรมจังหวัดสตูล พร้อมนางสุชาดา ทุ่งหว้า นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ น.ส.ธนิสรา พุ่มผะกา นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนายฉลาด แก้วพูล นายช่างศิลป์กรชำนาญการ ของสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา ลงพื้นที่มาดู  บ้านหลังดังกล่าว มีอายุเท่ากับจังหวัดสตูลที่มีมานานยุคสมัยเจ้าผู้ครองนครสโตยพระยาภูมินารถภักดี หรือมหาอำมาตย์ตรีพระยาภูมินารถภักดี และในปัจจุบันมีนายภินันท์ ฮะอุรา อายุ 70 ปีเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

นายภินันท์ ฮะอุรา อายุ 70 ปี เผยว่า บ้านหลังนี้เป็นของบรรพบุรุษ ประวัติบ้านหลังนี้มีเรื่องเล่าว่า มีคนมาก่อสร้างเป็นชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบ้านที่ทำในยามกลางคืน ตามโบราณถือมาเป็นแบบนั้น ส่วนบ้านหลังนี้บ้างก็ว่าใช้เงินหลวงสมัยก่อนสร้าง แต่เมื่อสืบเรื่องราวพบใช้เงินส่วนตัวสร้าง และทางต้นตระกูลนั้นสร้างบ้านทรงแบบนี้ บริเวณบ้านหลังนี้เคยใช้เป็นที่ประหารนักโทษที่ทำผิดในสมัยก่อน ชิ้นส่วนของบ้านที่สร้างนำมาจากมะละกา ตั้งแต่กระเบื้องหลังคาทำจากดินมีลวดลาย ทรงอินโดผสมผสานมาเลเซียแต่ปัจจุบันเปลี่ยนใหม่เนื่องจากชำรุด

นางสุชาดา ทุ่งหว้า นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า บ้านหลังนี้สมัยมหาอำมาตย์ตรีพระยาภูมินาถภักดีเป็นผู้ให้สร้าง ขึ้นมาไว้ใช้ทำราชการ เหมือนเป็นศูนย์ร้องทุกข์ชาวบ้าน หากชาวบ้านเดือนร้อนให้มาที่นี่ และบ้านหลังนี้สมัยก่อนมีของโบราณทั้งทะเบียนสมรสโบราณ เครื่องใช้โบราณ แต่ปัจจุบันหายบ้าง ถูกขโมยบ้าง จนเจ้าของบ้านไปเก็บไว้ที่อื่น ส่วนบ้านนี้ทรงปันหยาหรือเรียกกันว่าทรงมลายูและ การมาของทีมคณะศิลปากรนั้น เพื่อมาเก็บข้อมูลนำเสนอและนำไปเป็นบ้านคู่ควรแก่การอนุรักษ์เพื่อขึ้นเป็น บ้านเก่าแก่เป็นโบราณสถานในความดูแลของกรมศิลปากรต่อไป

ที่มา ข่าวสด

MThai News

เด็กแอดฯ มีเฮ ! ‘บิ๊กหนุ่ย’ สั่งสทศ.ตรวจข้อสอบโอเน็ตใหม่หมด

เด็กแอดฯ มีเฮ ! ‘บิ๊กหนุ่ย’ สั่งสทศ.ตรวจข้อสอบโอเน็ตใหม่หมด หลังพบความผิดพลาด จนเกิดความคลางแคลงใจ

วันนี้(10 มิ.ย.) จากกรณีที่ “แอนดรูว์ บิ๊กส์” อาจารย์ด้านภาษาอังกฤษชื่อดังอัดคลิปวิดีโอ ระบุว่าข้อสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) วิชาภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งจัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีความผิดพลาด 4 ข้อ จากทั้งหมด 50 ข้อ หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษทั้งหมด

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว และเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความคลางแคลงใจ จึงได้ติดต่อนายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดของข้อสอบ และเฉลยคำตอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคม และหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต้องยอมรับผิดและแก้ไข โดยเมื่อทราบข้อมูลชัดเจนแล้วก็ขอให้ส่งรายละเอียดมาที่ตนโดยตรง

“ขอให้ตรวจสอบข้อสอบ และเฉลยคำตอบใหม่ทั้งหมด รวมถึงข้อสอบโอเน็ต ม.6 วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่ติวเตอร์ชื่อดังทักท้วงว่าน่าจะมีข้อสอบผิดพลาดอีก 5 ข้อ ได้แก่ ข้อ 63, ข้อ 72, ข้อ 58, ข้อ 80, ข้อ 85 และมีคำถาม-คำตอบกำกวมอีกหลายข้อ โดยเฉพาะข้อ 63 ที่ถามเกี่ยวกับสนธิสัญญาการค้าฉบับแรกระหว่างไทยกับประเทศตะวันตก โดย สทศ.ระบุคำตอบคือ สนธิสัญญาเบาว์ริง ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกมายืนยันว่า สนธิสัญญาการค้าฉบับแรกระหว่างไทยกับประเทศตะวันตก คือ สนธิสัญญาเบอร์นีย์ ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งไม่ตรงกับคำตอบของ สทศ. ก็ขอให้ตรวจสอบใหม่ด้วย”

ทั้งนี้ การให้ สทศ.ตรวจสอบข้อสอบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สังคมมั่นใจระบบการจัดสอบของ สทศ. และหากมีอะไรผิดก็ต้องยอมรับและแก้ไข ซึ่งก่อนที่จะนำข้อสอบมาจัดสอบ สทศ.ก็ได้มีการตรวจข้อสอบและเฉลยคำตอบโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ดังนั้น คงต้องให้ความเป็นธรรมกับ สทศ. ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนักเรียนด้วย ส่วนเมื่อมีการตรวจสอบข้อสอบและเฉลยคำตอบใหม่ทั้งหมดแล้วจะต้องมีการประมวลผลคะแนนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา (แอดมิสชั่นส์) ประจำปีการศึกษา 2559 ให้กับนักเรียน ม.6 ใหม่หรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้

สำหรับการเชิญชวนคนในโซเชียลเน็ตเวิร์กมาร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ สทศ. ประมวลผลคะแนน เพื่อประกาศผลแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2559 ใหม่ เพื่อความยุติธรรมผ่านทางเว็บไซต์ change.org นั้นล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วจำนวน 3,109 คน

ที่มา matichon

MThai News

การผ่าตัดสุดหวาดเสียว ระเบิดฝังใบหน้าทหาร หวั่นบึ้มตายทั้ง รพ.

การผ่าตัดสุดระทึก ระเบิดฝังใบหน้าทหาร หวั่นบึ้มตายทั้งโรงพยาบาล ต้องย้ายมาผ่าตัดที่ลานจอดรถแทน

cats33.1

วันนี้ (10 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ทีมแพทย์โรงพยาบาลทหารในกรุงโบโกตา ของโคลัมเบีย นำโดยนายแพทย์วิลเลียม ซานเชซ ต้องผ่าตัดเอา“ระเบิดมือ” ออกจากกระโหลกศีรษะบริเวณใบหน้า นาย หลุยส์ เอดัวร์โด เปเรซ อารังโก ทหารจากหน่วยที่แปด ที่ประจำอยู่ในค่ายทหาร “อารัวกา อาร์มี” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโบโกตา หลังประสบอุบัติเหตุขณะฝึกซ้อม ที่ทำให้ระเบิดมือลูกดังกล่างถูกฝุังเข้าไปฝังอยู่ในใบหน้า ติดอยู่ที่กระโหลกศีรษะอย่างจัง

ระเบิดลูกดังกล่าวฝังอยู่ที่ใบหน้าของคนไข้ ไม่สามารถเอาออกได้ จึงจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ผ่าตัดออก ซึ่งสถานการณ์เป็นไปอย่างลุ้นระทึก ทีมแพทย์ต้องขนอุปกรณ์การแพทย์ทั้งหมดที่ต้องใช้ ออกมาที่ลานจอดรถให้ห่างจากตัวอาคารของโรงพยาบาล เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถทำการผ่าตัดในห้องปกติได้ เพราะเกรงว่าระหว่างผ่าตัด ชนวนระเบิดจะปะทุและทำให้บุคคลากรทางการแพทย์และคนไข้ได้รับผลกระทบไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดครั้งนี้เต็มไปด้วยความเสียสละและบุคลากรทางการแพทย์อย่างยิ่ง เพราะเต็มไปด้วยอันตรายว่าชนวนระเบิดอาจจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อแต่ท้ายที่สุด การผ่าตัดประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี