สิบล้อชนจักรยานยนต์ แม่ลูกดับ 3 ศพ ลูก9ขวบอีกคนสาหัส

สิบล้อโม่ปูน ชนรถจักรยานยนต์ ถนนสายเอเชีย จ. สงขลา เหยียบทับร่างแม่ลูกดับรวม 3 ศพ ลูกชายอีกคนเจ็บสาหัส

วันนี้ (3 มิ.ย.) ร.ต.อ.สมชาย ศรีจิ๋ว ร้อยเวร สภ.บางกล่ำ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถสิบล้อโม่ปูนชนกับรถจักรยานยนต์ ริมถนนสายเอเชีย ฝั่งขาออกจากหาดใหญ่ บริเวณปากทางเข้านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ หมู่ 11 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุบนถนนปากทางเข้านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้

703352-01

พบศพแม่กับลูกสาวนอนเรียงราย เสียชีวิตรวม 3 ศพ อยู่บนถนน โดยเฉพาะสภาพศพของแม่ไส้ทะลัก ส่วนลูกสาวสองคนกระดูกซี่โครงหัก ซึ่งทั้ง 3 ศพ ถูกรถสิบล้อทับเสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม สีน้ำเงิน ทะเบียน ขพย 699 สงขลา ของผู้ตาย ในสภาพรถพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังมีเด็กชายวัย 9 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของผู้ตายได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน หน่วยกู้ภัยได้รีบนำส่งโรงพยาบาลบางกล่ำ ส่วนรถสิบล้อคู่กรณีขับหลบหนีมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเข้านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้

703352-02

จากการสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุแม่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์พาลูกสาว 2 คน วัย 7 – 8 ปี และลูกชายอีก 1 คน นั่งซ้อนท้ายขับวิ่งมาทางเลนซ้ายมือ มุ่งหน้าไปทาง อ.บางกล่ำ ถึงที่เกิดเหตุมีรถพ่วงสิบแปดล้อขับเรียบข้างขวามือ เพื่อจะเลี้ยวเข้าทางนิคม ฯ จู่ ๆ มีรถสิบล้อโม่ปูนสีเขียว ไม่ทราบทะเบียนขับแซงหน้ารถพ่วงแล้วปาดหน้าหักเลี้ยวเข้าเส้นทางนิคม ฯ กระชั้นชิด โดยไม่ทันเห็นรถจักรยานยนต์แม่ลูก เนื่องจากรถพ่วงบัง และเป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์แม่ลูกวิ่งมาพอดีกับรถสิบล้อเลี้ยวชนอย่างจัง แล้วเหยียบทับร่างแม่ลูกเสียชีวิตรวม 3 ศพ ส่วนลูกชายโชคดีกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์ก่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส

MThai News

ที่มา INN

คุณพระ! เปิดรายได้เน็ตไอดอล เพียงแค่โพสต์ก็สร้างเงินอื้อซ่า

เปิดเรตราคา การโพสต์โปรโมทสินค้าของเน็ตไอดอล เพียงแค่โพสต์ก็สร้างเงินอื้อซ่า

ยุคแห่งเทคโนโลยีปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย การติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลถือเป็นเรื่องที่ง่าย ซึ่งนอกจากคนจะใช้โซเชียลพูดคุย ติดต่อสื่อสารกันแล้ว โซเชียลยังเป็นอีกช่องทางในการหาเงิน บ้างก็มีการขายสินค้าผ่านทาง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ฯลฯ

และหากอยากให้สินค้าของตนขายดี เป็นที่รู้จัก ก็ต้องมีการโฆษณา พ่อค้าแม่ค้าต้องมีการโปรโมทสินค้า แน่นอนว่าถ้าเป็นการค้าขายผ่านโซเชียล การเลือกบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ มีผู้ติดตามจำนวนมาก หรือที่เรียกกันว่าเน็ตไอดอล ช่วยโปรโมทสินค้าย่อมเป็นผลดี ซึ่งวิธีการนั้นทางเน็ตไอดอลก็อาจจะมีการโพสต์รูป คลิป สินค้าลงใน เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ของตัวเอง เพื่อให้ผู้ติดตามได้เห็น เรียกได้ว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนได้รู้จักสินค้านั้น ๆ และอาจช่วยกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้นได้อีกด้วย

ล่าสุดวันนี้ (3 มิ.ย.) ทางรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้มีการรายงานข่าว เกี่ยวกับรายได้เน็ตไอดอล หากโพสต์โปรโมทสินค้าต่าง ๆ โดยระบุว่า 

a

สำหรับเรตราคาการโพสต์โปรโมทสินค้าโดยประมาณ อยู่ที่

-โพสต์สินค้าอย่างเดียว 10,000 บาท

-ถือสินค้าโพสต์ภาพ 20,000 บาท

-คลิปวิดีโอ 25,000 บาทขึ้นไป

b

ซึ่งอัตราค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม โดย

-ยอดคนตาม 100,000 ขึ้นไป โพสต์ 1 ครั้ง ราคา 35,000 บาทขึ้นไป

-ยอดคนตาม 200,000 ขึ้นไป โพสต์ 1 ครั้ง ราคา 45,000 บาทขึ้นไป

-ยอดคนตาม 500,000 ขึ้นไป โพสต์ 1 ครั้ง ราคา 50,000 บาทขึ้นไป

-ยอดคนตาม 1,000,000 ขึ้นไป โพสต์ 1 ครั้ง ราคา 80,000 บาทขึ้นไป

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์

นายกฯย้ำ นิรโทษหมดไม่ได้ บอกคนไกลให้สู้คดี

นายกรัฐมนตรี เชิญชวนทำความดี 2 เท่า ถวาย ในหลวง-ราชินี พร้อมยัน ทำตามกฏหมายรับมีการโจมตีรัฐบาลอยู่ทุกวัน ย้ำ นิรโทษทั้งหมดไม่ได้ บอกคนไกลให้สู้คดี – ปัดทหารเรียกรับประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งมี ร.ต.หญิง ปริยา เนตรวิเชียร ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ว่า ในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 9 มิ.ย.59 – 9 มิ.ย.60 และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันทำความดี 2 เท่าถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ประดับธงตราสัญลักษณ์อย่างพร้อมเพียงกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

703366-01

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงวันสำคัญสำหรับชาวมุสลิมในสัปดาห์หน้า ที่จะเข้าสู่การถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน โดยขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ ด้วยความจริงใจ โดยขออำนวยอวยพรให้ทุกคน สามารถบำเพ็ญกุศล ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ได้บรรลุผลสำเร็จ ตามเจตนารมณ์ทุกประการ ส่งเสริมให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ ความเข้มแข็ง ความปลอดภัย และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาโดยทั่วกัน
นายกฯ ยัน ทำตามกม.รับมีการโจมตีรบ.อยู่ทุกวัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า จากผลของ IMD ที่ให้ประเทศไทมยมีอันดับที่ดีขึ้นแสดงให้เห็นว่าต่างประเทศเชื่อมั่นในรัฐบาลมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ทำไมยังมีคนหลายคนเคลื่อนไหวอยู่ การผ่อนผันให้เดินทางไปต่างประเทศ ประชุมเวทีต่างประเทศ ก็จะรอดูว่าจะหยุดโจมตีประเทศหรือไม่ การพูดจาให้ร้ายประเทศในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จต่าง ๆ รัฐบาลก็ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศจัดผู้แทนไปชี้แจงในทุกเวที แต่ยอมรับมีการโจมตีรัฐบาลอยู่ทุกวัน เรื่องเศรษฐกิจ การควบคุมตัว แม้กระทั่งไปจับกุมพระ ซึ่งยืนยันรัฐบาล และ คสช.จะทำตามกฎหมาย ถ้าไม่จับกุมก็บานปลาย คดีเก่าไม่จบ คดีใหม่ก็สร้าง ทำให้มีปัญหาไม่จบสิ้น

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ต้องอาศัยระยะเวลาในการแก้ปัญหา ต้องอดทนรอบ้าง บางเรื่องต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ ไม่อยากจะใช้ ม.44 มากนัก แต่เมื่อใดต้องทำ ก็ต้องใช้อำนาจ ประชาชนทุกคนก็ต้องรู้ตัวเองว่าทำผิดหรือถูก ทุกคนต้องยอมรับกฎหมาย

นายกฯย้ำนิรโทษทั้งหมดไม่ได้-อยากกลับบ้านให้มาสู้คดี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เรื่องของความมั่นคง การดูแลความสงบเรียบร้อย ในวันนี้ ไม่มีประชาชนทั่วไปบ่นเท่ากับนักการเมืองเลย มีนักการเมืองเท่านั้นที่วุ่นวาย ยืนยันถ้านักการเมืองทำดี ก็ไม่ห้าม แต่ปัจจุบันยังทำเหมือนเดิม แล้วจะให้มีการปรองดองได้อย่างไร จะให้นิรโทษหรือยกโทษทั้งหมด ทั้งคนต่างประเทศ คนในประเทศคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะสงบทุกคนต้องหยุด ถ้าอยากจะกลับบ้าน ก็มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำตามขั้นตอน ประกันตัว สู้คดี ยืนยันอดทนทุกอย่าง เพราะแรงไปก็ไม่ได้ ถ้าพูดมาก ๆ ประเทศก็ไม่ปลอดภัย แล้วจะมาเป็นรัฐบาลอีกก็คงไม่ไหว ต้องให้ประชาชนคิดเอง

ทั้งนี้ นายก ฯ ยังกล่าวด้วยว่า อยากจะมีอำนาจอะไรสักอย่าง แต่ไม่อยากอยู่ต่อทั้งสิ้น ถ้ามีคนมารับดี ๆ ไม่ใช่มารบกันอย่างวันนี้ จะทำอะไรก็ทำจะเริ่มใหม่ดีกว่าก็เชิญ แต่วันนี้ต้องทำแบบนี้ ต้องอยู่ภายใต้กรอบ ประชาชนก็ต้องแยกให้ออกอย่าให้ใครปลุกระดม ต้องช่วยกัน สร้างทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ต้องสงบ ต่างประเทศจึงจะเชื่อมั่น ให้เหมาะกับการลงทุนขนาดใหญ่

นายกฯยันไม่เคยสั่งทหารรับผลประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การปฏิรูปคน ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปตำรวจ ข้าราชการ และส่วนราชการ ทุกคนอยากให้ใช้อำนาจไปช่วย แต่ส่วนตัวอยากให้ทุกคนปฏิรูปตัวเอง ต้องไม่ใช่สร้างความขัดแย้งตลอดเวลา เพราะจะปฏิรูปอะไรไม่ได้ และก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ซึ่งคิดว่าคงไม่ดีแน่

ส่วนเรื่องการเมือง การเคลื่อนไหวของนักโทษการเมือง กลุ่มนักศึกษา กลุ่มการเมืองต้องถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องเอากฎหมายเป็นตัวตั้ง ถ้าผิด ทำให้เกิดความไม่สงบ วุ่นวาย ก็ต้องใช้กฎหมาย ถ้าทุกคนอยากให้สงบก็อย่าไปยุ่งกับคนที่ทำผิดกฎหมาย การเมืองไม่ใช่จะเป็นจะตายวันนี้ ต้องเอาการบ้านมาดูก่อน คือ การกินอยู่ เศรษฐกิจมาทำก่อน แต่หากยังเคลื่อนไหว ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ดีใจที่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ดี ย้ำไม่ได้สั่งให้ทหาร ไปโกงเรียกรับผลประโยชน์ และมีขั้นตอนตรวจสอบทั้งของรัฐ และองค์กรอิสระอย่างเข้มงวด พบใครทำผิดดำเนินการตามกฎหมายทันที

นายกฯภูมิใจIMDไทยขึ้น2อันดับสวนศก.โลก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ภูมิใจที่ปีนี้สถาบันการจัดอันดับนานาชาติ หรือ IMD ประกาศจัดอันดับความสามารถของประเทศไทยปรับขึ้นมาสองอันดับ เป็นอันดับที่ 28 ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวนและชะลอตัว ขณะที่การลงทุนภายนอกประเทศ ถ้ามองในภาพรวมจากสถิติการลงทุนของบีโอไอ การลงทุนที่ติดต่อโดยรัฐบาลโดยการนำนักธุรกิจเข้าชม ไปเยี่ยมเยียน ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง สถิติการลงทุนรวมก็ขยายตัวร้อยละ 4.7 แต่การลงทุนของแต่ละประเทศต้องดูเสถียรภาพของประเทศนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากแต่ละที่ตั้งเป้าหมายต่างกัน อาทิ เพื่อ 20 หรือ 50 ปีข้างหน้า เพราะมีผลไปถึงเรื่องฐานการผลิตด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศที่ได้จัดผู้แทนไปชี้แจงในทุกเวที เนื่องจากมีคนไทยบางกลุ่ม เดินทางออกนอกประเทศไปพูดโจมตีประเทศตัวเอง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ และการทำงานของรัฐบาล

MThai News

ที่มา INN