งานเข้า! สาวแอบถ่ายรูปคนอื่น แถมวิจารณ์ไม่มีคิ้ว-กรีดอายไลเนอร์หนา

โลกออนไลน์ด่ายับ! สาวแอบถ่ายรูปคนอื่น แถมวิจารณ์ไม่มีคิ้ว-กรีดอายไลเนอร์หนา

วันนี้ (2มิ.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากหญิงสาวคนหนึ่งได้แอบถ่ายรูป หญิงอีกคนขณะโดยสารรถไฟฟ้า BTS พร้อมกับมีการโพสต์ข้อความวิจารณ์หน้าตาว่า ไม่มีคิ้วและกรีดอายไลเนอร์หนา

13327564_10154245331524233_3368463072055687627_n

ล่าสุดดูเหมือนหญิงที่ถูกแอบถ่ายจะไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เธออาจจะมีการดำเนินการเอาเรื่อง หญิงที่แอบถ่ายเธอด้วย

ข้อความที่เธอระบุมีดังนี้ …

เอาจริง ๆ นะคะ เราไม่เคยรู้จักกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร แต่ทำแบบนี้เราว่ามันไม่โอเคเลย สิ่งที่คุณทำสะท้อนสันดานคุณออกมาอย่างชัดเจน และคุณคงจะไม่รู้จักกับคำว่าสไตล์ เพราะไม่อย่างนั้นคุณคงไม่แสดงอะไรต่ำแบบนี้ออกมา เราไม่มีคิ้วและเราชอบกรีดอายไลเนอร์ มันก็เป็นซิกเนเจอร์เป็นลายเซ็นต์ประจำตัวเราอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าคุณจะมาเดือดร้อนอะไรด้วย

แต่ที่แน่ ๆ ทำแบบนี้เราไม่ชอบเลย แถมยังเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเราอีกต่างหากก อยากบอกนะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินเราหรือใครทั้งนั้น คุณกล้าทำแบบนี้มา เตรียมตัวรอเลยละกัน เราไม่จบง่าย ๆ แน่ เราไม่ชอบหาเรื่องคนอื่นแล้วเราก็ไม่ชอบให้ใครมาหาเรื่องเราด้วย รอเลยนะ ไม่งั้นก็ไปเจอกันที่ศาล 

aaa

หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างแนะนำให้หญิงที่ถูกแอบถ่ายเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

1 2 3

MThai News

รับเละ! ผ้าคลุมไหล่ลายลูกแก้วโบราณ สร้างรายได้ปีละกว่า 2 ล้านบาท

ชาวบ้านท่าสว่าง ศรีสะเกษ ทอผ้าคลุมไหล่ลายลูกแก้วโบราณ ส่งขายสวิตเซอร์แลนด์ สร้างรายได้ปีละกว่า 2 ล้านบาท

วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่บ้านท่าสว่าง หมู่ 9 ต.โนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายฉัตรมงคล สืบสา เลขานุการนายก อบต.โนนสำราญ ได้นำ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าไหมไทย บ้านท่าสว่าง ซึ่งเป็นโครงการของดีบ้านฉัน ต.โนนสำราญ ซึ่งมีการผลิตผ้าคลุมไหล่ลายลูกแก้วโบราณ และผ้าไหมมัดหมี่ โดยกลุ่มแม่บ้าน

703092-01

นางขันทอง แสงทอง อายุ 47 ปี ประธานกลุ่มทอผ้าไหมไทยบ้านท่าสว่าง กล่าวว่า ในเดือน พ.ย.2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านรุ่งอรุณ ต.โนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ทรงมีพระราชดำรัสให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ราษฎรที่ยากจน จึงได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมขึ้น ชื่อว่า “กลุ่มทอผ้าไหมไทยบ้านท่าสว่าง” ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

703092-03

ในกลุ่มมีสมาชิกทั้งสิ้น 52 คน มีการทอผ้าไหม เป็นผ้าพื้น ผ้าไหมมัดหมี่ และผ้าคลุมไหล่ นอกจากนี้ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าไหมส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานสีทอง ปี 2549 ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพจากสำนักงานพาณิชย์ จ.ศรีสะเกษ ปี 2554 และเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน ปี 2555

นางขันทอง ยังกล่าวด้วยว่า ขายผ้าคลุมไหล่ในราคาผืนละ 1,000 บาท แต่ก็ผลิตไม่ทันขาย เนื่องจากมีการสั่งไปขายที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับกลุ่มทอผ้าไหม ปีละกว่า 2 ล้านบาท

703092-05

703092-04

MThai News

ศาลพิพากษา ให้อดีตผู้ว่าฯ ขอนแก่น คืนเงินประจำตำแหน่ง

ศาลพิพากษาให้อดีตผู้ว่าฯ ขอนแก่น คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนใช้คืนสำนักงานเลขาธิการ ส.ว.

วันนี้ (2 มิ.ย.) ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นโจทก์ฟ้อง นายกวี สุภธีระ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และอดีตสมาชิกวุฒิสภาเขตจังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียกเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสภา คืนจากจำเลย

703076-01

จากกรณีที่จำเลยได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ว. เขตเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น ในช่วงปี 2553 ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับร้องเรียนว่าจำเลยได้รับการเลือกตั้งมิได้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. จึงมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ มีผลให้จำเลยพ้นสภาพจากการเป็น ส.ว. โดยขณะดำรงตำแหน่งจำเลยได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นไปจากโจทก์

ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นจำนวน 1,432,441.91 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินคืนโจทก์ 881,663 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2549 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามหนังสือทวงถามเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ชอบแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา

MThai News