ย้อนรอย! โศกนาฏกรรม ‘เฮลิคอปเตอร์ตก’ ในไทย

ย้อนรอย! โศกนาฏกรรม ‘เฮลิคอปเตอร์ตก‘ ในประเทศไทย หลังล่าสุดพบเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศตกที่เขาชะเมา จ.จันทบุรี มีผู้เสียชีวิต 3 นาย

เป็นที่น่าเศร้าสลดใจยิ่งนัก กับเหตุการณ์อุบัติเหตุทางเฮลิคอปเตอร์ ที่ตกบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ซึ่งตั้งอยู่รอยต่อระหว่าง จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ทั้งนี้มีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้สูญหาย และขาดการติดต่อไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 13.45 น. ของวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา

S__19144810

ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ รุ่น UH-1 call sign scorpion343 ของกองทัพอากาศ ภารกิจบินส่งเสบียง จากลพบุรี – เขาชะเมา จันทบุรี สังกัด หน่วยบิน 2034 (ดอนเมือง) โดยมีเจ้าหน้าที่และนักบินประจำ ฮ. ประกอบด้วย นาวาอากาศตรีพิสิษฐ์ เตชะเสน และเรืออากาศเอก อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน และพันจ่าอากาศเอกวิสุทธิ์ พุทธรักษา ช่างเครื่อง

ภายหลังเกิดเหตุได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อออกค้นหา พร้อมได้รับการประสานจากกองทัพเรือ เพื่อขอรับการสนับสนุน ฮ.ในการช่วยค้นหา โดยมีการประสานทหารทุกหน่วย ทั้งกองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ชุด ชรบ. อปพร. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ นายพราน และทีมสนับสนุน ออกร่วมกันค้นหาอย่างต่อเนื่อง  ในการวางกำลังเดินเท้า กระจายกำลังออกไปตามแนวพื้นที่หุบเขาชะเมา

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหานานกว่า 3 วัน จนท้ายสุดในวันที่ 28 มิ.ย.59 เวลาประมาณ 11. 00 น. มีรายงานว่าทีมค้นหาได้พบซากเครื่อง และร่างทั้ง 3 คนแล้ว โดยจุดตก ฮ. ที่ขาดการติดต่ออยู่ฝั่ง จ.ระยอง ห่างจากฐานเรดาร์ (สถานีถ่ายทอดสดโทรคมนาคม) ประมาณ 500 เมตร

S__19144812

ทั้งนี้เฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวเข้าประจำการในกองทัพอากาศ เมื่อปี 2512 โดยมีการดูแลและซ่อมบำรุง พร้อมมีการปรับปรุงทั้งโครงสร้างและเครื่องยนต์ รวมถึงระบบอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์อันเศร้าสลดในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากย้อนกลับไปเมื่อในวันที่ 16 ก.ค. 54 ได้อุบัติเหตุ ทางอากาศ ที่ อ.แก่งกระจาน ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ ยูเอช-1 ไอโรควอยส์ (ฮิวอี้) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้บุกรุกป่าไม้ แต่เนื่องจากสภาพอากาศปิด ได้ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวตกลงไปในบริเวณตะเข็บชายแดน มีรายงานการพบศพผู้เสียชีวิต 5 นาย

0135

กระทั่งในวันที่ 19 ก.ค. 54 ทางกองทัพบกไทยได้ส่งทีมช่วยเหลือไปรับศพโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ยูเอช-60 แบล็กฮอว์ก เป็นพาหนะได้มีการส่งทหาร 8 นาย และนักข่าว 1 คน เดินทางไปรับศพ ผลปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ได้เกิดตกลงไปในป่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 9 ราย ในเบื้องต้นได้มีการลำเลียงศพมาบางส่วน

และในวันที่ 24 ก.ค. 54 ทางหน่วยได้ส่งทีมไปรับศพผู้สูญเสีย 7 รายที่เหลือ โดยได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 (ฮ.ท.212) (เบลล์ 212) จำนวน 3 ลำ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก เนื่องจาก ฮ. ลำสุดท้ายได้ตกลงไปในป่า และเพลิงลุกไหม้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวสามราย และรอดชีวิตหนึ่งราย

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น ได้มีความเชื่อว่า ที่เฮลิคอปเตอร์ที่ตกถึง 3 ลำติดต่อกัน เป็นเพราะแรงอาถรรพ์หรือคำสาปของชาวกะเหรี่ยงที่เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนั้น ซึ่งเป็นแรงคำสาปของชาวกะเหรี่ยงที่เจ็บแค้นที่ถูกทหารไทยขับไล่ที่อยู่อาศัยจนมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย เมื่อปี พ.ศ. 2538 อีกทั้งมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17 ศพ ซึ่งเลข 7 เป็นเลขอาถรรพ์ตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง เนื่องจากเลข 7 เมื่อเขียนกลับหัวแล้วจะคล้ายกับคำว่าตายในภาษากะเหรี่ยงโบราณ

ทั้งนี้เฮลิคอปเตอร์ที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยประกอบด้วย

1.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น UH-1H จำนวน 17 ลำ
2.เฮลิคอปเตอร์ แอร์บัส รุ่น EC-725 จำนวน 4 ลำ
3.เฮลิคอปเตอร์ รุ่น S-92A จำนวน 3 ลำ
4.เฮลิคอปเตอร์ รุ่น 412/SP/HP/EP 3 ลำ

เฮลิคอปเตอร์ที่เข้าประจำการในกองทัพเรือประกอบด้วย

1.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น 214ST จำนวน 7 ลำ
2.เฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ค รุ่น S-70B-7 จำนวน 6 ลำ
3.เฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ค รุ่น S-76B จำนวน 6 ลำ

เฮลิคอปเตอร์ที่เข้าประจำการในกองทัพบกประกอบด้วย

1.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น UH-1 จำนวน 92 ลำ
2.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น 212 จำนวน 60 ลำ
3.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น 206 จำนวน 25 ลำ
4.เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก รุ่น UH-60 จำนวน 10 ลำ
5.เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น AH-1 Cobra จำนวน 3 ลำ
6.เฮลิคอปเตอร์ รุ่น Mi 17 จำนวน 3 ลำ
7.เฮลิคอปเตอร์ รุ่น ซีนุค จำนวน 13 ลำ

ทั้งนี้ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก อย่างไรก็ตามทาง MThai News ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

13552791_1198183160233434_1767374348_n

ข้อมูลบางส่วนจาก wikipedia

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เตือนผู้ประกอบการระวัง! เปิดเพลงจากยูทูบผิดลิขสิทธิ์

หนุ่มเจ้าของร้านกาแฟใน จ.แพร่ เตือนผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร อย่าเปิดเพลงผ่านยูทูบให้บริการลูกค้า หลังเขาถูกจับผิดลิขสิทธิ์เพลง

เรื่องราวการจับกุมลิขสิทธิ์เพลงตามร้านค้า ร้านอาหารยังมีให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางสำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะออกมายืนยันว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดลิขสิทธิ์ แต่ยังมีข้อยกเว้นบ้าง หากมองว่าร้านนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะมองว่าใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร้านนั้นสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอยกเว้นได้ ซึ่งการเปิดเพลงดังกล่าวไม่เจาะจงเฉพาะการเปิดจากแผ่นแท้ที่ถูกมองว่าผิดลิขสิทธิ์ แต่ยังรวมไปถึงการเปิดเพลงผ่านยูทูบ และเว็บเพลงต่างๆ ด้วย

ลิขสิทธิ์เพลง, ยูทูบ, ข่าวจังหวัดแพร่

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Add PhRae ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้ปรกอบการร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านกาแฟต่างๆ ควรระวัง หลังจากเจ้าตัวถูกจับปรับละเมิดลิขสิทธิ์เพลงจากการเปิดเพลงในร้านกาแฟผ่านเว็บไซต์ยูทูบ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “สวัสดี ครับ ชาวแพร่ ทุกๆท่าน. ผมเป็นเจ้าของร้านกาแฟนะครับ วันนี้ผมโดนจับลิขสิทธิ์เพลงจากโดนแจ้งความข้อหาเปิดเพลงฟังในร้าน โดนปรับไป 20000 บาท ครับผม

ลิขสิทธิ์เพลง, ยูทูบ, ข่าวจังหวัดแพร่

เลยโพสต์ เตือนทุกๆ ท่าน ที่มีญาติพี่น้อง ที่เปิดร้านอาหาร ร้านทุกๆ อย่าง ที่เป็นการบริการให้ลูกค้า อยากจะฝากบอกต่อ กดไลค์กดแชร์ ไม่อยากให้ใครโดนเหมือนผม เพราะเสียดายเงินเสียดายทอง เลยเตือนบอกให้ทุกๆ คนทราบนะครับ การที่เราเปิดเพลงในยูทูปผิดนะครับ ให้ทุกๆ คนที่มีร้านอย่าเปิดนะครับ

ผมโดนคนเดียวเลยไม่อยากให้คนอื่นโดนเหมือนผม จึงเตือนกันมาด้วยความหวังดี ไม่อยากให้พวกเราๆ โดนแบบนี้ได้ ง่ายๆ ครับ บอกต่อๆ กัน ไปนะครับ ร้านเหล้าร้านอาหารเหมือนกันนะครับ ระวัง!! จังหวัดเรานะครับผม ช่วงนี้ไม่ต้องฟังเพลงไทยครับผม กดแชร์เยอะๆๆๆ ครับ.

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News