ชงรัฐเพิ่มภาษีทะเบียนรถเก่าเกิน7ปี หวังกระตุ้นยอดขาย-ลดมลพิษ!

สศอ.ชงรัฐ “เพิ่มภาษีทะเบียนรถเก่า” เกิน 7 ปี  หวังกระตุ้นยอดขายในประเทศ ทดแทนยอดการส่งออกลดลง  และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยว่า ต้องการเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ผลักดันเศรษฐกิจ และทดแทนยอดการส่งออกที่ลดลง หลังจากที่เดือนเมษายนปีนี้ชะลอตัวลง 2%

Bangkok, THAILAND: Hundreds of vehicles park at the car park of the sky-train station in Bangkok, 06 June 2006. Thailand's economy grew by 6.0 percent year-on-year in the first quarter on the back of robust exports, the government said while warning of slower growth to come due to high oil prices. AFP PHOTO/PORNCHAI KITTIWONGSAKUL (Photo credit should read PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images)

โดยมาตรการหนึ่งที่รัฐควรดำเนินการ คือ การเพิ่มการจัดเก็บภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ สำหรับรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปีขึ้นไป เพราะจะจูงใจให้ประชาชนที่มีรถเก่าอยากเปลี่ยนไปซื้อรถคนใหม่แทน นอกจากนี้ การเปลี่ยนรถใหม่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะมีโครงสร้างภาษีรถยนต์บังคับ และรถยนต์รุ่นใหม่ อาทิ รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ยังมีราคาถูก เชื่อว่า กระทบภาระทางการเงินน้อยลง

อ่านเพิ่มเติม >>> .matichon.

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แชร์ว่อน! แก๊งสาวโชว์ภาพหน้าศาล โวมีแบล็คแน่น หลังถูกจับข้อหาค้าใบกระท่อม

แชร์ว่อน! กลุ่มแก๊ง 7 สาว โชว์ภาพหน้าศาล โวมีแบล็คแน่น หลังถูกจับข้อหาค้าใบกระท่อม

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ สุดทางรัก ยังมีเธอ ได้โพสต์ภาพ หญิงสาวจำนวน 7 คน ชูนิ้ว 2 นิ้ว บริเวณบันไดขึ้นลงศาลจังหวัดเกาะสมุย พร้อมข้อความบรรยายว่า

ไม่ต้องตกใจนะคะ พวกพี่ๆ แค่ล้านกว่าๆ เองแบล็คพี่ชับ 0k ซึ้ง

ซึ่งข้อความดังกล่าวใช้ภาษาใต้คำว่า “แบ็คพี่ชับ” หมายถึง “คนช่วยเหลือแน่น” หรือมีแบล็คหนุนหลังที่ใหญ่ หรือเส้นใหญ่” และเสื้อผ้าที่หญิงสาวทั้ง 7 สวมใส่ เป็นเสื้อผ้าชุดเดียวกันที่สวมใส่ในวันถูกจับกุมข้อหาค้าใบกระท่อม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบข้อมูล พบว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ได้ร่วมกันจับกุม หญิงสาวจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย น.ส.เจนจิรา สมัน อายุ 20 ปี น.ส.รัตนติกาล โต๊ะแหละ อายุ 20 ปี น.ส.อัสมา โต๊ะแหละ อายุ 23 ปี อนิสา สะอาด อายุ 29 อายุ 29 ปี น.ส.วรรนิสา หวั่นดาแหละ อายุ 30 ปี น.ส.เกศริน ไวยาริส อายุ 33 ปี น.ส.อริศรา รสดี อายุ 29 ปี น.ส.คอดีเย๊าะ หมัด อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาทั้งหมดมีภูมิลำเนา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม สาวทั้ง 7 คน ได้ในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ 4 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ขณะที่หญิงสาวทั้งหมด กำลังนั่งบรรจุพืชใบกระท่อม จำนวนกว่า 200 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200,000 บาท เพื่อนำส่งจำหน่ายให้ลูกค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 7 คน ในข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 พืชใบกระท่อม เพื่อจำหน่าย พร้อมส่งตัวดำเนินคดี และส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อช่วงสายวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

ต่อมา ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้ต้องหาที่เป็นหญิงทั้ง 7 คน ได้รับประกันตัวออกมาในชั้นศาล และหลังได้รับการประกันตัวกลุ่มหญิงสาวทั้ง  7 ราย จึงได้ถ่ายภาพพร้อมชู 2 นิ้วในอิริยาบถต่างๆ ที่บริเวณบันไดขึ้นลงศาลจังหวัดเกาะสมุย พร้อมแสดงความดีใจดังกล่าว

MThai News

สลด ! ด.ช. ป.4 ถูกฟ้าผ่าตายต่อหน้าเพื่อนกว่า 20 คน

สลด ! ด.ช. ป.4 โรงเรียนสันสะลีกวิทยา ถูกฟ้าผ่าตายต่อหน้าเพื่อนกว่า 20 คน ขณะเตรียมเล่นฟุตบอลแข่งขันกีฬาเทศบาล

วานนี้ (31 พ.ค. 59) ที่โรงเรียนสันสะลีกวิทยา ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ได้มีการประกาศไม่ให้นักเรียนไปอยู่บริเวณสนามฟุตบอลในช่วงครึ้มฟ้าครึ้มฝน หลังจากบ่ายวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดขึ้น มีฟ้าผ่าลงกลางกลุ่มนักเรียนที่อยู่ภายในสนามเป็นผลทำให้ ด.ช.สมชาย แซ่ล่อ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ของโรงเรียนดังกล่าวเสียชีวิต

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทางโรงเรียนจัดให้มีกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ด้วยการพานักเรียนชายประมาณ 20 กว่าคน ไปแบ่งกลุ่มเพื่อเตรียมเล่นฟุตบอลสำหรับออกกำลังกาย และเตรียมเข้าแข่งขันกีฬาเทศบาล ต.เม็งราย ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเด็ก ๆ นั่งล้อมวงกันอยู่ โดยทุกคนสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินและเข็มขัดหัวเงินรวมทั้งสวมเสื้อยืด แต่ ด.ช.สมชาย ได้ถอดเสื้อออก ปรากฎว่าช่วงที่กำลังแบ่งกลุ่มได้มีบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่ยังไม่มีฝนตกและเกิดมีฟ้าผ่าลงใส่ ด.ช.สมชาย เสียก่อน

ด้าน นางประคองจิต ศิริบุญธรรม รักษาการ ผอ.โรงเรียนสันสะลีกวิทยา กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีครูหลายคนอยู่ดูแลนักเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ โดยทุกคนไปทำกิจกรรมฟุตบอลกันกลางโรงเรียนแต่ยังไม่ได้เล่นฟุตบอลเพียงแต่นั่งล้อมวงเตรียมแบ่งกลุ่มกันเท่านั้น แต่ปรากฎว่าได้เกิดฟ้าผ่าทั้ง ๆ ที่ไม่มีฝนตกหรือมีท่าทีว่าจะตกลงมา โดยลำแสงที่เห็นใหญ่และลงมาจากที่สูงมากแล้วลงมากระทบพื้นเสียงดังสนั่นและยังมีเสียงสะเก็ดตามมาอีก ทำให้มีการส่งเสียงตะโกนให้ทุกคนวิ่งไปหลบในศาลาหน้าอาคารเรียนก่อนแต่ปรากฎว่า ด.ช.สมชาย ล้มลงเพราะถูกกระแสไฟฟ้าเสียแล้ว

23

สำหรับ ด.ช.สมชาย แซ่ล่อ เป็นคนเรียนเก่ง และเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังได้ดีรวมทั้งเป็นเด็กมีสัมมาคาราวะเวลาพูดคุยกับครูจะยกมือไหว้ด้วยทุกครั้ง ช่วงที่เรียนก็ได้รับการอุปถัมภ์จากพระครูโกศลกิจจานุกิจ เจ้าคณะ อ.พญาเม็งราย และเจ้าอาวาสวัดสันหนองบัว ต.เม็งราย ด้วยการนอนพักอยู่ที่กุฏิพระ เพราะมีปัญหาครอบครัวทำให้ทางพระครูรับเป็นธุระส่งเสียให้ไปเรียนที่โรงเรียนสันสะลีกดังกล่าว

หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบความผิดปกติของสถานที่ เพราะบริเวณโดยรอบมีเสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์และเสาอื่น ๆ อีกหลายจุดแต่ละจุดต่างมีสายล่อฟ้าติดตั้งอยู่ รวมทั้งช่วงที่มีฟ้าผ่าก็ไม่ได้มีท่าทีว่าฝนจะตกลงมาทันทีแต่อย่างใดโดยมีเพียงความร่มของเมฆที่ปกคลุมอยู่เท่านั้น ล่าสุดทาง พระครูโกศลกิจจานุกิจ ได้เดินทางไปรับศพของ ด.ช.สมชาย ที่นำไปตรวจที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อนำมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ศาลาวัดสันหนองบัวแล้ว

MThai News