พลังโซเชียล! จับโจรขโมย จยย. อ้างเป็นคนบ้า-จำรถผิด

ตำรวจ จ.นครศรีธรรมราช ตามรวบหนุ่มวัย 37 ปี ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์  หลังโลกออนไลน์ช่วยกันแชร์จนพบตัว อ้างเป็นคนบ้า จำรถผิดคัน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.รักธรรม ส้มเขียวหวาน รอง สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากชาวเฟสบุ๊คว่า ตามที่มีการแชร์ภาพคนร้ายขโมยรถ จยย.ในตลาด อ.ทุ่งใหญ่ ตอนนี้มีคนเห็นคนร้ายในภาพแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม ฝ่ายสืบสวน และ อส. ตร.

โดยที่โรงเรียนบ้านมะม่วงเอน ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ คนร้ายกำลังขับขี่รถ จยย.คันที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหา ทราบชื่อ นายประภาส นบนอบ อายุ 37 ปี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างแบกไม้ยางพาราใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ สอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าเดินมาจาก อ.เขาพนม มาที่ อ.ทุ่งใหญ่ มาพบรถคันดังกล่าวเสียบกุญแจคาไว้ คิดว่าเป็นรถของตนเอง จำรถผิด จึงขับขี่ออกไป ทั้งๆ ที่รถของผู้ต้องหาจอดอยู่ที่ร้านซ่อมใน อ.เขาพนม จ.กระบี่

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งผู้ต้องหายังอ้างต่อไปอีกว่าเป็นคนบ้า สติไม่ดี เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหาออกจากคุกมาประมาณ 1 ปี หลังจากถูกคุมขังในคดีพยายามฆ่า 12 ปี ที่เรือนจำ จ.กระบี่ ออกมารับจ้างแบกไม้ยาง และมาขโมยรถดังกล่าว

ทั้งนี้สืบเนื่องจากในวันเดียวกัน (26 มิ.ย.59) นายขวัญชัย กรดมาก อายุ 18 ปี ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมกับนำภาพวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุ มอบให้ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อได้ติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี และนำคลิปดังกล่าวเผยแพร่ในโซเชียล เฟชบุ๊ก จนมีการแชร์และแจ้งว่าพบคนร้ายดังกล่าว

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เรื่องนี้มีเงื่อนงำ ! คดีสาว 19 ถูกนายจ้างฟ้อง ลักทรัพย์ 10 ล้าน

เรื่องนี้มีเงื่อนงำ ! คดีสาว 19 ถูกนายจ้างฟ้อง ลักทรัพย์ 10 ล้าน ด้านชาวเน็ตช่วยกันขุดคุ้ยเจอประวัตินายจ้างไม่ธรรมดา เคยฟ้องร้องลูกจ้างหลายรายในข้อหาเดียวกัน

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมกับ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือ น้องก้อย อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังถูกอดีตนายจ้าง แจ้งความเอาผิดตนเองและพ่อแม่ในข้อหาลักทรัพย์มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

โดย น้องก้อย รู้จักกับอดีตนายจ้าง เพราะแม่เป็นลูกจ้างอยู่ที่ร้านคาร์แคร์ ย่านประชาชื่น และรับงานดูแลที่พักให้กับนายจ้างคนดังกล่าว ช่วงปิดเทอมเธอได้มาช่วยแม่ทำงานเพื่อหารายได้พิเศษ และเคยถูกชักชวนจากนายจ้างอยู่บ่อยครั้งให้ไปทำงานที่ต่างประเทศ จนพ่อและแม่ของเธอตัดสินใจลาออกจากงาน แต่กลับถูกนายจ้างแจ้งความลักทรัพย์มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท อาทิ ทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท รวม 40 แท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ ที่วางไว้ตามจุดต่าง ๆ  รวม 11 รายการ

8

ซึ่งเฟซบุ๊ก ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้มีการจับพิรุธหลาย ๆ ข้อเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ทั้งเรื่องเก็บทองแท่งไว้ภายในบ้านมากถึง 40 แท่ง แท่งละ 200,000 บาท และเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิด ในวันที่ไปออกรายการ ถามตรง ๆ กับจอมขวัญ ทำไมไม่ส่งเป็นภาพเคลื่อนไหว แต่กลับส่งมาเป็นภาพนิ่งแทน แสดงว่าต้องการภาพในมุมที่ตนเลือกเท่านั้นใช่หรือไม่

จับพิรุธประเด็นที่ 1. เรื่องลักทองคำแท่ง ๆ ละ 10 บ. ถึง 40 แท่ง ๆ ละ 200,000 บาทรวม 8 ล้าน จริงหรือ!!!!! ..ท่านลองพิเคราะห์ดูว่าทองคำแท่ง ๆ ละ10บาท นั้นจะต้องมีที่มาและที่ไปเช่นตราหรือยี่ห้อร้านค้า จะตอกติดหรือกำกับบนตัวทองแท่งอยู่ทุกชิ้น !! ..ทองคำแท่ง ๆ ละ 10 บาท จำนวน 40 แท่ง ๆ ละ 200,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000,000 บาท นั้น วางอยู่ในห้องเป็นไปได้หรือ ? ฉะนั้นจึงนำทองคำ ตัวอย่างแท่ง ๆ ละ 10 บาท มาให้ท่านพิเคราะห์จับ ข้อพิรุธทีละประเด็นๆ !!!!…

จับพิรุธประเด็นที่ 2. สงสัยไหม ? ทำไมภาพกล้องวงจรปิดกลับกลายเป็นภาพนิ่ง !!!!!
..ท่านลองพิเคราะห์ดูหากท่านมีกล้องวงจรปิด หรือติดตามข่าวสารต่าง ๆ ในคลิปของภาพกล้องวงจรปิดดีว่า จะต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวจริง หรือไม่ ? และจะต้องไม่มีการตัดทอนหรือตัดต่อใด ๆ ซึ่งจักต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวไหลยาว ตลอดเหตุการณ์ ซึ่งจะมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ !!!!!
..เชื่อว่าทุกท่านจะทราบดีว่าไม่มีกล้องวงจรปิดที่ไหน ในโลกนี้ที่เป็นภาพนิ่ง !!!!!!
.ที่เป็นภาพนิ่งแสดงว่าต้องมีการแคปเจอร์หน้าจอเพื่อต้องการภาพในมุมที่ตนเลือกเท่านั้นจริง หรือไม่ ??…

10

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นดังอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ เพราะหลาย ๆ อย่างของตัวนายจ้างทำให้ชาวเน็ตเกิดข้อสงสัย จนมีการตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ชื่อดัง (ชวนนักสืบพันทิพมาไขข้อข้องใจกันค่ะ จากกรณี จับเด็กเรียนดี!! คดีลักทรัพย์ 10 ล้าน) และพบประวัติของนายจ้างรายนี้ ที่ไม่ธรรมดา เคยฟ้องร้องลูกจ้างหลายรายในข้อหาเดียวกัน โดย ทนายสงกานต์ ได้ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ‘ท่านสืบถูกทางแล้ว’

และคดีของ น้องก้อย ได้จุดประกายเหยื่อรายอื่น ๆ ที่ถูกแจ้งความ หรือ ระหว่างพิจารณาคดี และ ติดคุกในเรือนจำ ต่างพากันลุกขึ้นสู้ ร้องต่อสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อตีแผ่และเพรียกหาความยุติธรรม !

อย่างไรก็ตาม คดีสาว 19 ถูกนายจ้างฟ้อง ลักทรัพย์ 10 ล้าน ยังคงเป็นที่น่าจับตามองว่า เรื่องราวดังกล่าวจะจบลงเช่นไร ใครพูดจริงและใครโกหก แท้จริงแล้วนายจ้างรายนี้เป็นพวกค้ามนุษย์หรือไม่ อนาคตของ น.ส.ประภาวรรณ จะได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไหม คงต้องติดตามกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์

MThai News

โหดเหี้ยม! โทรเรียกหนุ่ม 18 เคลียร์ปัญหาก่อนกระหน่ำแทง18แผล

เกิดเหตุคนร้ายโทรเรียกหนุ่มวัย 18 ปี มาเคลียร์ปัญหาก่อนตกลงกันไม่ได้ ใช้มีดกระหน่ำแทงกว่า 18 แผล เสียชีวิตคาที่ ใน.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อุดม เพชรรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุฆ่ากันตายภายในซอยห่านฝรั่ง ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยดังกล่าว พบศพชายวัยรุ่นทราบชื่อนายมนัสนันท์ บุหงา อายุ 18 ปี ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าตามร่างกายไม่ต่ำกว่า 18 แผล

mc1

ห่างออกไปภายในซอยเล็กๆ ที่พื้นดินใกล้ต้นไม้ใหญ่ พบคราบเลือดหยดเป็นทางและพบรถ จยย.ซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จ 9653 ภูเก็ตจอดอยู่ เบื้องต้นคาดว่าเป็นของนายมนัสนันท์ผู้ตาย จากนั้นนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.วชิระภูเก็ต

จากการสอบสวนทราบว่า นายมนัสนันท์พักอาศัยอยู่กับครอบครัวภายในซอยดังกล่าว ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก ขณะที่ผู้ตายอยู่ภายในบ้านได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามา จากนั้นผู้ตายได้ขี่รถ จยย.คันดังกล่าวออกจากบ้านพัก จนกระทั่งชาวบ้านในละแวกนั้นได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ ก่อนจะพบว่านายมนัสนันท์นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นถนน

ทั้งนี้คาดว่านายมนัสนันท์อาจถูกโทรให้ออกมาเคลียร์ปัญหาบางอย่างภายในซอย แต่อาจตกลงกันไม่ได้ ทำให้คนร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปตรวจเช็คหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามานัดนายมนัสนันท์ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อไป

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News