รุ่นพี่ลั่น จะลงแขกสาวเพื่อชื่อเสียงโรงเรียน หลังรุ่นน้องถูกโพสต์ตำหนิ

นักเรียนหญิงถูกข่มขู่ทางโซเชียล หลังโพสต์ภาพกลุ่มนักเรียนชายแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS

วานนี้ (25 มิ.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ Drama-addict ได้นำเรื่องราวของเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งถูกข่มขู่ทางโซเชียล เพราะเธอโพสต์ภาพ การกระทำที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนชายกลุ่มหนึ่ง ที่นั่งเกะกะบนรถไฟฟ้า BTS ขวางทางผู้โดยสารท่านอื่น

หลังจากนักเรียนหญิงเจ้าของโพสต์เผยแพร่ภาพไป ได้มีบุคคลเข้าไปแสดงความเห็นเชิงข่มขู่เธอ จนสุดท้ายกลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตถึงขั้นฟ้องร้องดำเนินคดีกันแล้ว

13501940_10154384604093291_7249162209657299487_n

แฟนเพจ Drama-addict ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ …

น้องนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เห็นนักเรียนชายหลายคนนั่งระเกะระกะบนพื้น BTS เกะกะขวางทางชาวบ้าน เธอก็เลยถ่ายรูปมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก บอกว่าพฤติกรรมนักเรียนพวกนี้ไม่ไหวเลย โดยที่น้องเขาไม่ได้ระบุชื่อโรงเรียนนะ ปรากฏว่าหลังจากนั้น มีพวกเพื่อน ๆ ของเด็กกลุ่มนั้น กับพวกที่อ้างตัวเป็นศิษย์เก่า เป็นรุ่นพี่ ออกมาดิ้นกันรัว ๆ หาว่าน้องเด็กผู้หญิงคนนี้พยายามบ่อนทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนมัน จากนั้นไอ้พวกนี้ก็ไล่ล่าน้องเขารัว ๆ

มีหลังไมค์ด่า เรียกพวกมาด่าน้องเขาในเฟซบุ๊ก ชักชวนกันให้ไปรุมข่มขืนน้องเขา บางคนก็ขู่ว่าจะส่งรุ่นพี่ของโรงเรียนนี้ไปดักตบน้องเขากับคุณแม่ เพื่อรักษาชื่อเสียงอันสูงส่งของโรงเรียนเอาไว้ จนล่าสุดถึงขั้นฟ้องร้องดำเนินคดีกันแล้ว

ส่วนเด็กนักเรียนห้าคนที่เด็กผู้หญิงคนนี้ถ่ายรูปมาลงเฟซบุ๊กบอกว่านั่งเกะกะขวางทางชาวบ้าน และพูดเสียงดังใน BTS เขาก็ยอมรับผิดกับอาจารย์และทางอาจารย์ของโรงเรียนก็ติดต่อมาขอโทษขอโพยน้องเด็กผู้หญิงแล้ว แต่บรรดาศิษย์เก่าที่หวงแหนชื่อเสียงของโรงเรียน ก็ยังคงเข้าไปขู่จะลงแขกข่มขืนน้องเขารัว ๆ สรุป …หวงชื่อเสียงโรงเรียน หรืออยากทำลายชื่อเสียงโรงเรียนให้ย่อยยับกับมือตัวเองกันแน่

ภาพต่อไปนี้คือภาพที่ทาง Drama-addict โพสต์ลงในแฟนเพจ ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับ

1

2

3

4

MThai News 

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ Drama-addict

จี้ตรวจสอบ! สนามฟุตซอล(บางเฉียบ)ใช้งาน 5 เดือน ชำรุดแล้ว?

วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ปมสนามฟุตซอลเมืองยวมใต้ แม่สะเรียง ใช้งาน 5 เดือน ชำรุดแตกร้าว หลุดลอกจนไม่สามารถใช้งานได้

วันนี้ (26 มิ.ย.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์และวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หลังจากแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ การใช้งบประมาณ ก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่หมู่ 7 บ้านหนองผักหนาม ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยทางปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านเผยว่า หลังก่อสร้างเสร็จ เปิดให้ใช้งานเพียง 5 เดือน พบพื้นสนามเกิดการชำรุดแตกร้าว หลุดลอกจนไม่สามารถใช้งานได้

13532866_1183968351635232_5479446447828356475_n

รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ …

เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้จ้างเหมาเอกชนก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่หมู่ 7 บ้านหนองผักหนาม ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง ใช้งบประมาณดำเนินการ 2,436,900 บาท ประกวดราคาด้วยวิธีอีอ็อกชั่น เริ่มสัญญาก่อสร้าง 11 ธันวาคม 2558 สิ้นสุดวันที่ 10 มกราคม 2559 รวมระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 1 เดือน

สนามฟุตซอลดังกล่าวขนาด 22 x 42 ม. ตามแบบการก่อสร้างเป็นงานคอนกรีตกำลังอัด 240 กก./ตร.ซม. หนา 15 ซม. ใช้ wire mesh ขนาด 0.20 x0.20 เมตร ขัดผิวคอนกรีตเรียบ และปูพื้นด้วยยางสังเคราะห์ Synthenic Flex-Shield Acylic coat

สนามฟุตซอลเริ่มเปิดให้ใช้งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 แรกเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเยาวชนในพื้นที่ ถึงความไม่พร้อมของสนามที่ขาดอุปกรณ์ เช่น เสาประตู และตาข่ายประตู ป้ายบอกคะแนน ซึ่งในข้อกำหนดของโครงการก่อสร้าง (ปร.4 ) ต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้

หลังเปิดให้ใช้งานเพียง 5 เดือน พื้นสนามเกิดการชำรุดแตกร้าว หลุดลอกจนไม่สามารถใช้งานได้ จากการตรวจสอบรอยแตกชำรุดพบสภาพชั้นคอนกรีตขัดไม่เรียบ มีรอยต่อของคอนกรีตซึ่งไม่ตรงตามข้อกำหนดใน BOQ เหนือชั้นคอนกรีตพบเป็นเม็ดยางแตกร่วนกระจายไปทั่ว ผิวด้านบนสุดทาสีฟ้าเคลือบชั้นยาง

ซึ่งสาเหตุของการแตกร้าวหลุดลอกอาจมาจากการก่อสร้างพื้นสนาม ซึ่งเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กไม่เป็นไปตามแบบกำหนด คือระดับไม่ราบเรียบเป็นหลุมบ่อ ทำให้ในขั้นตอนการปูยางสังเคราะห์เป็นไปได้ยาก จึงได้นำเม็ดโพลี่ยูริเทนที่ใช้สำหรับปูลู่วิ่งมาทำการรองพื้นเพื่อปรับระดับ เป็นเหตุให้พื้นยางสังเคราะห์สนามฟุตซอลดังกล่าวหลุดล่อนเป็นหย่อม ๆ กระจายทั่วทั้งสนาม

ส่วนการประมูลงานครั้งนี้ มีผู้ซื้อซอง 7 ราย เข้ายื่นเพียง 4 ราย มีเพียง 2 ราย ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิค ส่วนการเสนอราคาผู้รับเหมาสองรายเสนอราคาต่างกันเพียง 900 บาท เอกชนที่คว้างานตั้งอยู่ย่านนนทบุรี

a

MThai News

ขอบคุณข้อมูจาก แฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

ทนายชี้ ! ถ้าพ่อแม่ไม่ตลก โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก6เดือน/ปรับ6หมื่น

โลกออนไลน์ขำหนักคลิป หนูน้อยกลัวของเล่น ด้านทนายคู่ใจชี้ โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก 6 เดือน/ปรับ 6 หมื่น

จากกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปเด็กน้อย 2 คน เกิดทะเลาะกันถึงขั้นต่อยกันปากแตก ทางครูที่ดูแลจึงเรียกเด็กทั้ง 2 มาสอบถาม พร้อมอัดคลิปขณะสนทนากับเด็ก ๆ มาโพสต์ลงโซเชียล หลังคลิปถูกเผยแพร่คนดูต่างพากันขำอย่างหนัก เพราะเด็กที่ต่อยปากเพื่อนได้ให้เหตุผลว่า เขากลัวของเล่น แต่อย่างไรก็ตามหนูน้อยรู้สึกผิดและได้ขอโทษเพื่อนต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

คลิ๊กอ่านข่าว >>> ดูไปยิ้มไป ! หนูน้อยร้องไห้ขอโทษต่อยเพื่อนปากแตก เพราะกลัวของเล่น

ล่าสุดวานนี้ (25 มิ.ย.) ทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อคลิปดังกล่าว พร้อมระบุถึงข้อกฎหมาย พรบ.คุ้มครองเด็ก รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ …

โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก6เดือน/ปรับ6หมื่น

ปกติเรื่องพวกนี้มีคุยกับพ่อแม่เด็กบางคนอยู่เหมือนกันนะ เรื่องถ่ายรูปอัพลงโซเซียลว่าบางทีก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป วันนี้เห็นข่าวของ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาแสดงว่าคิดเห็นเรื่องคลิปเด็กชายร้องไห้ขอโทษ ขอโพยเพื่อนที่ตนเองไปชกปากแตก แล้วปรากฏว่ามียอดผู้เข้าไปชมทะลุ 5 ล้านกว่าเข้าไปแล้ว ณ เวลานี้

13524562_1113532792021067_3947011535109469479_n

โดยดร.มานะ ให้ทัศนคติว่าการโพสคลิปเด็กลงโซเซียลนั้นส่อจะผิดกฎหมาย พรบ.คุ้มครองเด็ก แน่นอน ถ้าใครตามเพจทนายคู่ใจ อยู่จะรู้ว่าช่วงหนึ่งผมหยิบพรบ.ฉบับนี้มานำเสนอเรื่องสิทธิเด็กอยู่ เมื่อวันนี้เกิดข่าวขึ้นผมก็จะหยิบมาดูอีกว่า “ผิดจริงหรือเปล่า”

ในพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 จะมีอยู่มาตราหนึ่งที่น่าจะเข้าข่ายที่สุดคือมาตรา 27 เกี่ยวกับการโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลเด็กโดยเจตนาที่จะทำให้ เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ

ซึ่งในมุมของนักวิชาการหรือนักกฎหมายเด็กก็จะมองว่า การเผยแพร่สื่อในลักษณะนี้ออกไปของเด็กมีโอกาสที่จะกระทบกระเทือนจิตใจของเด็กคนนี้ในอนาคตได้ ซึ่งความกระทบกระเทือนตัวนี้เนี่ยแหละที่กฎหมายคุ้มครองเด็ก คุ้มครองเอาไว้ แรกเริ่มที่ครูสอนอนุบาลหยิบมาถ่ายคลิปเนี่ยอาจจะยังไม่ผิด แต่เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปแล้ว เด็กได้รับผลกระทบผู้มีส่วนในการกระทำความผิดต้องรับผิดชอบตามกฎหมายไปซึ่งมีโทษ “จำคุกสูงถึง 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ”

เรื่องหน่วยงานที่ต้องออกมาปราม ๆ เนี่ยโดยหน้าที่ควรจะเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) แต่ก็เป็นไปได้ว่า อาจจะรอให้ผู้เสียหายซึ่งคือเด็กหรือผู้ปกครองเด็กมาแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีก่อน อย่างไรก็ตามอยากเตือนสติครูอาจารย์บางท่านหน่อยว่า การบันทึกภาพเด็กแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเซียล อาจจะไม่ผิดกฎหมายหมิ่นประมาท แต่ถ้าเด็กเสียหายหรือมีผลกระทบกระเทือนจิตใจเด็กมันจะผิดกฎหมายพรบ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 27 ทันที และถ้าเด็กหรือผู้ปกครองเขาเสียหายหนักมันอาจจะถึงขั้นไปผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาทไปด้วย

ที่ต่างประเทศเขาละเอียดอ่อนเรื่องพวกนี้มากนะคุณ มีประเทศไทยนี่แหละ “อะไรก็ได้” เรื่องที่ทนายคู่ใจนำเสนอต่อจากนี้สังคมแห่งความจริงต้องตัดสินเอาเองนะครับ เพราะมันคือกฎของโลกใบนี้ สายด่วนศูนย์ประชาบดี โทร 1300 หรือ line พิมพ์ @freelaw

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ