ระทึก ! รถเมล์สาย95ก. ชนรถบรรทุก กลางสี่แยก เจ็บ16

รถเมล์ประจำทางสาย 95 ก. ชนรถบรรทุกบริษัท วาย.เค อจิสติค โซลูชั่น เซอร์วิส บนถนนเกษตรนวมินทร์ เจ็บ 16 คน

วันนี้(23 มิ.ย.) เกิดเหตุรถประจำทางชนกับรถบรรทุก มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณแยกนวมินทร์ตัดรัชดารามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถประจำทาง สีแดงครีม สาย 95 ก หมายเลขทะเบียน 11-8938 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างรังสิต-บางกะปิ

สภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกหน้ารถแตกทั้งบาน ใกล้กันพบรถบรรทุก ของบริษัทวายเค ลอจิสติด โซลูชั่นเซอวิสเซล จำกัด หมายเลขทะเบียน 71-0564 พระนครศรีอยุธยา บริเวณตู้บรรทุกสินค้าฝั่งซ้ายถูกชนจนยุบเข้าไปได้รับความเสียหาย พื้นถนนมีคราบน้ำมันกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เสาสัญญาณไฟจราจรถูกชน มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 16 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดอาการปลอดภัย

นายเอกชัย เชียงทิพย์ อายุ 33 ปี คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาบนถนนรัชดา-รามอินทราขาเข้า เพื่อมารับของที่ย่านบึงกุ่ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุเห็นสัญญาณไฟเขียว ลูกศรเลี้ยวซ้าย ตนคิดว่าสามารถตรงไปได้ จึงขับตรงไปเมื่อถึงกลางสี่แยกก็ถูกรถเมล์คันดังกล่าว วิ่งมาจากถนนนวมินทร์ขาออกพุ่งมาชนรถตนอย่างจัง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งตนเพิ่งจะมาทราบว่าแยกดังกล่าวห้ามตรงไปและบังคับเลี้ยวซ้ายเท่านั้น

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอกชัย ไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรไว้ก่อน เพราะเส้นทางที่รถบรรทุกใช้วิ่งตรงไปนั้นไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดขับตรงไปส่วนข้อหาอื่นต้องสอบพยานเพิ่มเติมและตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บมีดังนี้ 1.Mr.TUN MYINT (ยังไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 30 ปี 2.นาย ชินพัฒน์ บัณฑรภิญโญ อายุ 18 ปี 3.นางจารี บัญฑรภิญโญ อายุ 48 ปี 4.นายจันทร ศรีชมพร อายุ 17 ปี 5.น.ส.นุสบา เรืองคำ อายุ 22 ปี 6.น.ส.เกศรินทร์ ทิมเนตร อายุ 21 ปี 7.นางชวนพิศ บานชื่น อายุ 61 ปี 8.นายอรรถพล อารีนานันท์ อายุ 37 ปี 9.น.ส.ช่อผกา ธรรมศักดิ์ อายุ 77 ปี 10.Miss. NAN LAY BWAR (ยังไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 28 ปี 11.น.ส. ลักษิกา แสนกล้า อายุ 59 ปี 12.น.ส.กุสุมา ขันติสิทธิ์ อายุ 23 ปี 13.นางวันดี นามบุญสา อายุ 54 ปี 14.น.ส.ศิริรัตน์ พงษ์สยาม อายุ 57 ปี 15.นายสมเกียรติ โสภณ อายุ 45 ปี ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลพญาไทนวมินทร์ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 คน ยังไม่ทราบชื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนวมินทร์เช่นกัน

ที่มา ข่าวสด

MThai News

ลือ ! พระธัมมชโย สั่งลูกศิษย์ ทำพาสปอร์ต-เปลี่ยนชื่อ เตรียมหนีคดี

‘หมอมโน’ อดีตลูก ‘วัดธรรมกาย’ แฉ ‘พระธัมมชโย’ สั่งลูกศิษย์ ทำพาสปอร์ต-เปลี่ยนชื่อใหม่ เตรียมหนีคดี

8

วันนี้ (23 มิ.ย. 59) มีรายงานว่า นายแพทย์มโน เลาหวณิช อาจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ จุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตศิษย์วัดพระธรรมกายและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เผยเมื่อ 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ได้สั่งให้ลูกศิษย์คนสนิทสองคน ที่ดูแลด้านการเงินและเป็นบุคคลที่ท่านไว้ใจมากที่สุด ไปทำพาสปอร์ตและสั่งให้เปลี่ยนชื่อ  ซึ่งคาดว่าน่าจะเตรียมตัวหนีออกนอกประเทศ

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยถึงกรณีนี้ว่า สำหรับการติดตามคดีในส่วนของคนที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วจะห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ในส่วนที่ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ทางดีเอสไอได้แต่ติดตามพฤติการอยู่ ส่วนที่มีกระแสข่าว พระธัมมชโยสั่งให้ลูกศิษย์เอกไปทำพาสปอร์ตนั้น เรื่องนี้คงต้องรอฝ่ายสืบสวนดำเนินการตามเรื่องนี้ก่อน

ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์

ภาพ เฟซบุ๊ก มโน เลาหวณิช

MThai News

ทนายสายชนขอยุติหน้าที่!! ร้องเป็นธรรมคดีลูกตำรวจฆ่าคนพิการ

ทนายอนันต์ชัย ประกาศยุติเรียกร้องความเป็นธรรมคดีลูกตำรวจฆ่าคนพิการ หลังคดีอยู่ในการพิจารณาของอัยการ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ในฐานะทนายความในชั้นศาลให้กับครอบครัวชายพิการให้ดีที่สุด

ความคืบหน้าในคดี 6 โจ๋ลูกตำรวจทำร้ายคนพิการจนเสียชีวิตนั้น ล่าสุดทนายสายชน หรือนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าวได้ประกาศขอยุติการทำหน้าที่แล้ว ภายหลังโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันไม่เพิ่มข้อหาจากฆ่าโดยเจตนา เป็นข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามที่เรียกร้องไป

ทนายสายชน, คดีลูกตำรวจฆ่าคนพิการ, ฆ่าคนพิการ, ลูกตำรวจ, อนันต์ชัย ไชยเดช
ทนายสายชน

โดยนายอนันต์ชัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ผมสู้จนถึงที่สุดแล้ว ขอยุติบทบาทเพียงเท่านี้” ผมได้ปฎิบัติหน้าที่ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของทางผู้เสียหาย ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้วครับ ผมทำถึงที่สุดแล้วครับ แม้ว่าจะเป็นการร้องไปยังสถานที่ต่างๆ แม้ว่าจะเป็นการร้องอัยการสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรม

เพราะฉนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมก็จะไม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และจะไม่ให้ข่าวที่ใดๆ อีก และจะไม่ออกรายการไหนอีก ผมขอยุติบทบาทของผมเองเท่านี้ เพื่อให้ขบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะอัยการศาลฯไม่มีแรงเสียดทานจากประชาชน และเป็นการกดดันศาลฯ อย่างที่ท่านปรเมศวร์ คิดเอาไว้ ผมคิดแล้ว ผมได้คุยกับคุณเมธัส กับผู้เสียหาย ทุกคนก็ตกลงตามที่ผมคิดเอาไว้ครับ

973766-img.rwcn2d.1p

ทั้งนี้การยุติบทบาทดังกล่าวนายอนันต์ เผยว่า การยุติบทบาทครั้งนี้ไม่ใช่การหยุดทำหน้าที่ในฐานะทนายของคดีฝ่ายโจทก์ และขอย้ำว่าจะขอทำหน้าที่ในฐานะทนายความในชั้นศาลให้กับครอบครัวชายพิการให้ดีที่สุด เพราะคดีนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจรณาของอัยการ หากตนยังเคลื่อนไหวอาจถูกมองว่าเป็นการกดดันอัยการและศาล จึงของดให้ข่าวและวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเพื่อลดแรงเสียดทานจากประชาชนจนอาจทำให้กระบวนการยุติธรรมเกิดความเสียหาย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News