หมอแมวลั่น! แช่เท้าล้างพิษแบบนี้ ช่วยขัดขี้ไคล-ใช้ในการฆาตกรรมได้

หมอแมวระบุเครื่องดีท็อกซ์เท้า แช่เท้าล้างพิษแบบนี้ ช่วยขัดขี้ไคล-ใช้ในการฆาตกรรมได้

วันนี้ (30 มิ.ย.) แฟนเพจ ความรู้สนุก ๆ แบบหมอแมว ซึ่งเป็นแฟนเพจความรู้เกี่ยวกับโรคและวงการแพทย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ เกี่ยวกับเครื่องดีท็อกซ์เท้า ที่อ้างสรรพคุณว่าถ้าเอาเท้าแช่เข้าไปในเครื่อง แล้วมันจะดูดสารพิษออกจากร่างกายเรา น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีสนิมคล้ำ สุขภาพเราจะดีขึ้น น้ำหนักลดได้

โดยทางหมอแมวระบุว่า ประโยชน์ของการ แช่เท้าล้างพิษ การแช่เท้าในน้ำเกลือแล้วปล่อยไฟฟ้า เป็นวิธีที่มีคนนิยมทำกัน เรามาเรียนรู้วิธีและประโยชน์ของมันกันครับ

13529089_1067091710052348_332740257766502251_n

วิธีทำ

1. เอาแบตเตอรี่มาต่อกับขั้ว … ขั้วทำจากโลหะสองชนิดที่ไม่เหมือนกันอยู่คนละฝั่ง

2. ขั้ว ควรมีทองแดง หรือเหล็กเป็นส่วนประกอบ

3. จุ่มขั้วลงน้ำที่มีเกลือละลายอยู่ ต่อขั้วให้เหล็กละลายออกมา (วิธีต่อขั้วไปถามอ.เจษฎาเอานะครับ)

4. จากนั้นจุ่มเท้าลงไป สัก1ชม. น้ำจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลและมีฟองผุดขึ้น

5. หรือจะไม่จุ่มเท้าลงไปก็ได้ น้ำก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลและมีฟองผุดขึ้นอยู่ดี

6. นำเท้าออกมา ขัด ๆ ให้สะอาด

ประโยชน์ที่ได้

1. ขัดขี้ไคลได้ …. อันเป็นผลจากการแช่น้ำ … ซึ่งหากไม่สะดวกต่อแบตต่อไฟ ก็แช่น้ำเฉย ๆ ก็ได้ ได้ผลเหมือนกัน ไม่สกปรกด้วย

2. ได้น้ำสีน้ำตาล … สารสีน้ำตาลคราบๆที่เกิดขึ้น คือโลหะที่หลุดออกมาจากขั้ว สีก็ขึ้นกับสารที่ใช้เป็นขั้ว กับเกลือหรือสารที่เติมลงไปในน้ำ … การได้น้ำสีน้ำตาล ถ้าเอาไปหลอกว่าเป็นสารพิษ ก็จะทำให้คนที่แช่เท้าแล้วเจอหลอก สบายใจ

3. ทำความสะอาดกระเป๋าสตางค์ … เครื่องพวกนี้มีราคาพอสมควร ถ้าไปซื้อหามาใช้ ก็ทำให้กระเป๋าสะอาดปราศจากเงินได้ง่ายขึ้น

4. ใช้ในการฆาตกรรม … ปกติใช้ไฟไม่แรง ใช้ไฟจากแบตก็ได้ แต่ถ้าแอบเอาไปต่อกับไฟบ้าน เราก็จะได้อุปกรณ์ฆาตกรรมในห้องปิดตาย

สรุป …. ไม่มีประโยชน์ จบข่าว

อ่านเรื่องราวเครื่องทำดีท็อกซ์เพิ่มเติมได้ที่ >>> ดร.เจษฎา เตือน เครื่องทำ ดีท็อกซ์ หลอกลวง ระบาดอีกแล้ว 

MThai News

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล จาก แฟนเพจ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว

โตโยต้าเรียกคืนรถกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก หลังพบความบกพร่อง

‘โตโยต้าเรียกคืนรถ’ 3.37 ล้านคันทั่วโลก หลังพบปัญหาจากถุงลมนิรภัยและระบบควบคุมการปล่อยไอเสีย

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ประกาศเรียกคืนรถยนต์จากตลาดทั่วโลกรวม 3.37 ล้านคัน ประกอบไปด้วยรุ่น พรีอุส (Prius), ออลิส (Auris) และรถยนต์หรู เล็กซัส ซีที200เอช (Lexus CT200H) เนื่องจากพบปัญหาเกี่ยวกับระบบถุงลมนิรภัย และระบบควบคุมการปล่อยไอเสีย

ทั้งนี้ทางบริษัทระบุว่า มีรถ 2.87 ล้านคันทั่วโลก ถูกเรียกคืนเนื่องจากพบความบกพร่องของระบบควบคุมการปล่อยไอเสีย ส่วนอีก 1.43 ล้านคัน มีปัญหาเกี่ยวกับถุงลมนิรภัย โดยรถยนต์รุ่นพริอุสที่เป็นระบบไฮบริดตรวจพบข้อบกพร่องทั้ง 2 อย่าง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ศาลอุทธรณ์ยืนคุกตลอดชีวิต ‘บอล-เบิ้ม’ อุ้มฆ่า ‘เอกยุทธ’

ศาลอุทธรณ์ ยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต “บอล-เบิ้ม” คดีอุ้มฆ่า “เอกยุทธ”  ขณะพ่อแม่ จำคุก 1 ปี 4 เดือน

วันนี้ 30 มิ.ย. ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง และพวกรวม 6 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ร่วมกันปล้นทรัพย์/ รับของโจร และข้อหาอื่นรวม 8 ข้อหา

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzIzOC8xMTkxMzQ1LzQ1OTAwOS0wMS5qcGc=

กรณีนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง และนายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร จำเลยที่ 1 – 2 อุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร โดยปล้นเอาทรัพย์สินมูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาทไป ก่อนนำศพไปฝังในจังหวัดพัทลุง โดยมี นายชวลิต และ นายทิวากร จำเลยที่ 3 และ 4 ช่วยขุดหลุมฝังศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 ส่วน จ.ส.อ.อิทธิพล และ นางจิตอำไพ ด้วงเพ็ง จำเลยที่ 5 และ 6 เป็นผู้เก็บเงินกว่า 4.2 ล้านบาท ที่ นายสันติภาพ บุตรชายนำมาฝากไว้

โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน แต่มีพยานแวดล้อมเบิกความเป็นลำดับขั้นตอนแต่การเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยทั้ง 2 ที่ทำร้ายและฆ่า นายเอกยุทธ ขณะพยายามเปิดประตูรถหลบหนี จึงพิพากษาแก้เฉพาะบทกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไม่ใช่การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น จำคุก นายสันติภาพ กับ นายสุทธิพงศ์ ตลอดชีวิต พร้อมชดใช้เงินทายาทผู้เสียชีวิต 1.9 ล้านบาท

ส่วนที่ จ.ส.อ.อิทธิพล และ นางจิตอำไพ เพ็งด้วง จำเลยที่ 5 – 6 อุทธรณ์อ้างว่า เงินที่ นายสันติภาพ นำมาฝากไว้ เป็นเงินที่ได้จากการเล่นพนัน ซึ่งขัดกับคำให้การในชั้นสอบสวน แม้จะมีพยานมาเบิกความสนับสนุน แต่ก็ไม่ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนไม่มีน้ำหนัก จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในความผิดฐานรับของโจร จำคุก 1 ปี 4 เดือน

ที่มา… INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News