‘แนวหน้า’ ลาออกสภาการนสพ. ชี้มีสื่อเลือกข้าง-ทำสังคมแตกแยก

“แนวหน้า” ลาออก สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ชี้ 19 ปี ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ เหตุสื่อเลือกข้าง-ทำสังคมแตกแยก

วันที่ 21 ก.ค.59 นายผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เพื่อขอนำหนังสือพิมพ์แนวหน้าลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมนี้ 2559 เป็นต้นไป

พร้อมยืนยันว่า แม้จะมิได้เป็นภาคีสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติแล้ว แต่หนังสือพิมพ์แนวหน้า ก็จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนที่ดี ยึดมั่นในกรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด และจากนี้อาจพิจาณาที่จะลาอออกจากการเป็นสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ในลำดับถัดไป

95-3

ส่วนสาเหตุนั้น มาจากตลอดระยะเวลา 19 ปี ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พบว่า เจตนารมณ์ของการจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งต้องการให้องค์กรควบคุมกันเอง และยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์และกิจการหนังสือพิมพ์ให้ดียิ่งขึ้นนั้น ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ไม่สามารถจะทำให้เป็นจริงได้

เพราะหนังสือพิมพ์แต่ละองค์กร มีการเลือกข้างอย่างชัดเจน ไม่ปฏิบัติตามกรอบจริยธรรมในการนำเสนอข่าว เป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้สังคมแตกแยกจนถึงทุกวันนี้ และยังคงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศชาติ ขณะที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ไม่สามารถจะเข้าไปควบคุม หรือให้คุณให้โทษได้

อ่านเพิ่มเติม >>> naewna.

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

คลิปน่ารัก ครูหนุ่มสวมวิญญาณ อ.เฉลิมชัย สอนคณิตคิดเร็ว

ครูหนุ่มโชว์กลเม็ดเด็ดสอนสูตรคณิตคิดเร็ว สร้างความคึกคักในห้องเรียน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Songwut Rungwiriyacha ได้มีการโพสต์คลิปสุดน่ารักของคุณครูท่านหนึ่งที่ออกลีลาการสอนวิชาคณิตศาสตร์คล้ายกับอาจารย์ศิลปะชื่อดัง อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จนทำให้ผู้โพสต์ติดแคปชั่นบนเพจว่า “::–>> นึกว่าอาจารย์เฉลิมชัย ‪#‎แต่ครูตั้งใจสอนมาก‬^^ <<–::”

ครูสอนคณิต, ครู

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของคุณครูคนดังกล่าว สอนสูตรวิธีคูณเลขในฉบับคิดเร็ว ในทำนองว่าใครจะคิดถูกและได้เร็วกว่ากัน ซึ่งมีเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งนั่งลุ้นและนั่งเรียนอย่างสนุกสนาน สร้างเสียงหัวเราะ ความคึกคักให้กับห้องเรียนดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น ต่างชอบใจแนวการสอนของคุณครูคนดังกล่าว พร้อมอยากให้วิธีการสอนแบบนี้มีขึ้นทุกวิชา เพื่อที่การเรียนรู้ของเด็กจะได้หลากหลายไม่จำเจ จากนั้นได้รับการเปิดเผยต่อมาว่า ครูคนดังกล่าวคือ ครูทรงวุฒิ รุ่งวิริยะชัย สอนวิชาดนตรีอยู่ที่โรงเรียนบ้านพระแก้ว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ส่วนสาเหตุที่ต้องมาสอนเลขคณิตฯ นั้นเพราะครูประจำวิชาลาไปคลอดลูก

ซึ่งตนเองมีสไตล์การสอนแบบนี้ในทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิชาดนตรี ศิลปะ และคณิตศาสตร์ เนื่องจากอยากให้เด็กนักเรียนได้มีส่วนร่วม มีกระบวนการความคิดที่ไม่ซับซ้อน กล้าแสดงออกทางความคิดเห็น และอยากให้นักเรียนทุกคนเรียนอย่างมีความสุข อีกทั้งนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตจริง เท่านี้ตนก็มีความสุขแล้ว

ธุรกิจค้าปลีกหันชิงยอดขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้น

ธุรกิจค้าปลีกหันชิงยอด ‘ขายสินค้าออนไลน์’ หลังพบพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนมาใช้โซเชียลคอมเมิร์ซมากขึ้น

รายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุ พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนอย่างมาก โดยกล้าตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านระบบอนนไลน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สินค้าและบริการโดดเข้ามาสร้างกิจกรรมทางการตลาด เพื่อสร้างยอดขายผ่านช่องทางนี้เต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซ็นทรัลที่ปรับโครงสร้างมาเป็นการรวมศูนย์ภายใต้ “เซ็นทรัล ออนไลน์” ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์รวมในการสั่งซื้อ ส่วนกลุ่มเดอะมอลล์ที่กำลังรีวิวแผนครั้งใหญ่ และจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ เช่นเดียวกับบิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ที่เดินหน้าเปิดประตูการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้อย่างชัดเจน

ความเคลื่อนไหวในการเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า ยังรวมไปถึงกลุ่มสินค้าและบริการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่ดิจิทัลไลฟ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เครื่องสำอาง, แฟชั่น, ร้านอาหาร, อาหารกลุ่ม QSR ไม่ว่าจะเป็นแมคโดนัลด์ เคเอฟซี พิซซ่า คอมปะนี ฯลฯ ก็เริ่มจะขยับมาในช่องทางอนนไลน์มากขึ้น

77

โดยนักกลยุทธ์การตลาด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาช่องทางดิจิทัล โซเชียลมีเดีย คือการสื่อสารเรื่องแบรนด์ แต่ปัจจุบันทุกคนมองว่านี่คือช่องทางการขายที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่พุ่งเป้าสู่เป้าหมายคนรุ่นใหม่เป็นหลัก เนื่องจากคนรุ่นใหม่จะใช้โซเชียลเป็นกิจวัตรประจำวัน

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็ตด้า ระบุว่า อีคอมเมิร์ซมีการเติบโตเหนือความคาดหมายมาก โดยในปี 2559 จะโตถึง 2.2-2.3 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะช่องทางของโซเชียลคอมเมิร์ซ สอดคล้องกับรายงานข่าวจากธนาคารกสิกรไทย (KBank) ระบุว่า จากฐานลูกค้าทั้งหมด 12.5 ล้านบัญชี พบว่าแนวโน้มอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งและโมบายแบงกิ้งที่มีผู้ใช้ถึง 3 ล้านบัญชี มีการซื้อขายผ่านออนไลน์ต่าง ๆ ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News