ทหารล้อมจับ แว๊นบอย-สก๊อยเกิร์ล กว่า 60 คน ขณะเตรียมแข่งรถ

เจ้าหน้าที่ทหารปิดล้อมจับกุมเยาวชน กว่า 60 คน ขณะเตรียมแข่งรถจักรยานยนต์ บนถนนรัชดา-ท่าพระ ยึดรถอีก 70 คัน คุมตัวทำประวัติ พร้อมแจ้งผู้ปกครองรับทราบ

วานนี้ (17 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ กว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมจับกุมแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง ขณะรวมตัว เตรียมแข่งขันประลองความเร็ว บริเวณถนนรัชดา-ท่าพระ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเยาวชนชายหญิง อายุระหว่าง 13 – 20 ปี ได้ 63 คน แบ่งเป็นชาย 57 คนและหญิง 6 คน และยึดรถจักรยานยนต์ได้อีก 70 คัน โดยในจำนวนทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 45 คน

714199-01

ภายหลังการจับกุม ทหารได้นำเยาวชนและรถของกลาง ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พร้อมทำทะเบียนประวัติเยาวชนทั้งหมด และมีการทำบันทึกตรวจ ยึดรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อนำไปตรวจสอบ และเรียกผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของบุตรหลาน เพื่อทำบันทึกข้อตกลงหากกระทำผิดซ้ำ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามมาตรา 44 ทั้งเด็กและผู้ปกครอง

714199-02

ทางด้าน พันตำรวจเอก สมโภช สุวรรณจรัส ผู้กำกับการ สน.บางโพงพาง เปิดแผย กรณีเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง บริเวณถนนรัชดา-ท่าพระ ว่า การจับกุมครั้งนี้ทหารใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าดำเนินการสกัดกั้นการแข่งขันประลองความเร็วของแก็งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง ซึ่งขณะจับกุมทั้งหมดอยู่ในช่วงการรวมตัวเตรียมแข่งขัน แต่ยังไม่ได้แข่งขัน ตามกฎหมาย ยังไม่ได้กระทำผิด จึงไม่ต้องส่งฟ้องศาล เพียงแค่ทำประวัติ พร้อมยึดรถของกลางไว้ทำการตรวจสอบ และเรียกผู้ปกครองมาอบรม และรับทราบพฤติกรรมของบุตรหลาน แต่หากพบพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอีกครั้ง ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที สำหรับที่บรรยากาศทั่วไปที่ สน.บางโพงพาง มีบรรดาผู้ปกครองของเยาวชนมารอประกันตัวบุตรหลานจนแน่น สน.

MThai News

‘รองปลัดยธ.’ แนะองค์กรอื่นดูตัวอย่างศาล ตรวจงานไม่สร้างภาระใคร?

“ธวัชชัย ไทยเขียว” แนะองค์กรอื่นดูตัวอย่างศาล  ตรวจงานไม่สร้างไม่เปลืองงบฯ-สร้างภาระใคร? 

วันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิเห็นในกรณีการเดินทางลงพื้นที่ตรวจงานของแต่ละหน่วยงาน โดยยกตัวอย่างการทำงานของศาลที่ไม่สร้างภาระให้กับผู้อื่นว่า

93-7

ประธานศาลฎีกา ได้ออกระเบียบการตรวจงานของผู้บริหารศาลยุติธรรม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1.การเดินทางให้เบิกค่าเดินทางตามความเป็นจริงตามสิทธิ 2.เบิกค่าเบี้ยงเลี้ยงตามสิทธิ 3.เบิกค่าที่พักตามที่พักจริงตามสิทธิ 4.การเลี้ยงอาหารผู้บริหารที่มาตรวจงานจะมีอาหารได้ไม่เกิน 3 อย่าง ขนมหวาน 1 อย่าง และผลไม้ตามฤดูกาล ได้อีก 1 อย่าง เท่านั้น 5.เครื่องดื่ม ให้เป็นน้ำเปล่าเท่านั้น 6.ให้จัดเลี้ยงได้เฉพาะในที่ทำการที่ไปตรวจเท่านั้น 7. ห้ามจัดเลี้ยงนอกสถานที่ 8.ห้ามไปขอให้บุคคลภายนอกมาจัดอาหารเลี้ยง 9.การไปตรวจงานให้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ประหยัด สมถะ สมฐานะที่เป็นตุลาการผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

ถือเป็นการออกระเบียบเพื่อป้องกันผู้บริหารศาลยุติธรรมที่ไปตรวจงานตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไปสร้างภาระแก่ผู้บริหารศาลชั้นต้นที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนให้ต้องลำบากใจในการต้อนรับขับสู้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาตรวจงานในพื้นที่ ถ้าหากปล่อยไปให้เป็นเหมือนกับหน่วยราชการอื่นๆที่เมื่อผู้ใหญ่ไปตรวจงานในพื้นที่ ข้าราชการในพื้นที่ที่เงินเดือนน้อยอยู่แล้วต้องไปขอความช่วยเหลือหรือไหว้วานผู้มีเงินหรือมีอิทธิพล หรือ นายบ่อน หรือเจ้าของซ่อง หรือ พวกที่ทำผิดกฏหมาย ในพื้นที่มาต้อนรับขับสู้ ทำให้การทำงานในพื้นที่ลำบาก ประชาชนเสียประโยชน์

หากหน่วยงานใดจะเอาอย่างศาลบ้างก็จะดีมากๆครับ โดยเฉพาะหน่วยงานเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงาน…จะได้ไม่ต้องมีบุญคุณต้องทดแทนกับผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ประกาศ ! ‘ประกันสังคม’ เพิ่มวงเงินค่าทำฟันเป็น 900 บาทต่อปี

ประกาศ ! มติบอร์ด ‘ประกันสังคม’ อนุมัติเพิ่มวงเงินค่าทำฟันเป็น 900 บาทต่อปี มีผล 12 ส.ค.นี้

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการการแพทย์เสนอให้เพิ่มวงเงินกรณีค่าทันตกรรมเป็น 900 บาทต่อปี จากเดิม 600 บาทต่อปี ทั้งนี้ เริ่มดำเนินการใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.2559 เป็นต้นไป เพื่อเป็นของขวัญวันแม่แห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานที่อยากให้เพิ่มวงเงิน 1,200 บาทต่อปี แต่การเพิ่มวงเงินต้องคำนึงถึงกรอบค่าใช้จ่ายหรือภาระที่ต้องเพิ่มขึ้น

539848-01

ส่วนกรณีไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่าทำฟันไปก่อนนั้น ขณะนี้ สปส. ได้เปิดรับสมัครสถานพยาบาล หรือ คลินิก เข้าร่วมโครงการเพื่อให้บริการด้านทันตกรรม โดยผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน ซึ่งจะนำร่องสถานพยาบาลและคลินิคใน 30 จังหวัด หลังจากนั้นจะขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด สปส. ยังได้พิจารณาเรื่องการให้บริการเรื่องทันตกรรม เช่น การอุดฟัน ขูดหินปูนและถอนฟัน โดยเห็นว่าไม่ใช่การรักษาโรคทางช่องปาก จึงไม่สามารถนำไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่ง สปส. จ่ายให้แก่โรงพยาบาลในระบบประกันสังคมในรูปแบบของเหมาจ่ายรายหัวเป็นรายปี เนื่องจากเป็นเรื่องของการทำฟันโดยเฉพาะ ส่วนการรักษาโรคในช่องปากนั้น สามารถนำไปรวมกับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลระบบประกันสังคมได้โดยให้ไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News